
ภาคการท่องเที่ยวไทยในปี 2569 ถูกประเมินว่าเผชิญแรงกดดันรอบด้านและมีแนวโน้ม “ซึมหนัก” ท่ามกลางปัจจัยท้าทายที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน ทั้งภาวะเงินบาทแข็งค่าซึ่งกระทบโดยตรงต่อการตัดสินใจเดินทางและกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวต่างชาติ สงครามแย่งชิงนักท่องเที่ยว (Tourism War) ที่ทวีความรุนแรงในระดับโลกและภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเด็นความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยจากปัญหาสแกมเมอร์ และสถานการณ์พิพาทชายแดนไทย–กัมพูชา ที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ในสายตานักเดินทางต่างชาติ
โดย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สะท้อนว่า การแข่งขันในภูมิภาคเอเชียเวลานี้รุนแรงกว่าที่เคย โดยเฉพาะ “จีน” ซึ่งกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดในนาทีนี้ หลังรัฐบาลจีนเร่งผลักดันการท่องเที่ยวภายในประเทศและดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเป็นระบบ ด้วยจุดขายด้านครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ ตั้งแต่ความปลอดภัยสูง โครงสร้างพื้นฐานทันสมัย สินค้าและบริการท่องเที่ยวครบวงจร ไปจนถึงการทำตลาดเชิงรุกผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลและ KOL ระดับโลก
ขณะที่ “ญี่ปุ่น” ได้แรงหนุนจากเงินเยนอ่อนค่า ทำให้ค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวถูกลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติหลั่งไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง โดย 11 เดือนแรกมีนักท่องเที่ยวแล้วราว 39 ล้านคน ส่วน “เวียดนาม” อาศัยความได้เปรียบด้านต้นทุนการท่องเที่ยวที่ถูกกว่าไทย ทั้งที่พัก อาหาร และการเดินทาง หนุนให้ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้ทำสถิติสูงสุดใหม่ คาดแตะ 21 ล้านคน
ในมุมของผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ประเมินว่า ปี 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยมีแนวโน้มทรงตัวหรือเติบโตเพียงเล็กน้อยใกล้เคียงกับปี 2568 โดยตลาดจีนซึ่งเคยเป็นเครื่องยนต์หลักยังฟื้นตัวไม่เต็มที่จากปัจจัยเศรษฐกิจภายในประเทศจีน และการแข่งขันจากจุดหมายปลายทางอื่นในเอเชีย ขณะที่ตลาดระยะไกลยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการเดินทางและความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก
ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เร่งเดินเกมรุกเชิงรุกเพื่อประคองอุตสาหกรรม โดยเฉพาะตลาดจีนซึ่งยังคงเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญ ททท. จับมือกับ Tencent และ WeTV สร้างสรรค์คอนเทนต์วาไรตี้ท่องเที่ยวและรายการเชิงไลฟ์สไตล์ อาทิ “TASTEFUL THAILAND” และ “FOREVER by YOUR SIDE” ถ่ายทอดเสน่ห์อาหาร วัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวไทยผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีผู้ใช้งานรวมกันหลายร้อยล้านคนต่อเดือน พร้อมร่วมกับ Sichuan TV จัดทำภาพยนตร์โฆษณาภายใต้แคมเปญ “Play the New Thai Way” โดยดึง KOL ชื่อดัง “CHU YI” ถ่ายทอดประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยในมุมมองใหม่ เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นและเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่ Gen Y และ Gen Z
โดย นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. ระบุว่า ททท. มุ่งสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของประเทศไทยในฐานะ Quality Leisure Destination ที่ทันสมัย ปลอดภัย และพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพ ผ่านโครงการ “Trusted Thailand” ควบคู่กับการเตรียมเปิดตัวแคมเปญใหญ่ “จงไท่อี่เจียชิน” หรือ “จีนไทยครอบครัวเดียวกัน” ตลอดปี 2569 โดยตั้งเป้าสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนกว่า 260,204 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน ททท. ยังเดินหน้าขยายตลาดยุโรปตอนเหนือ โดยเข้าร่วมงาน MATKA Travel Fair 2026 ณ กรุงเฮลซิงกิ สาธารณรัฐฟินแลนด์ ตอกย้ำจุดยืนประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางระดับพรีเมียมของนักท่องเที่ยวนอร์ดิก ผ่านการผสานเสน่ห์ไทย (SANEH THAI) กลยุทธ์ Airline Focus และแนวคิดการท่องเที่ยวเชิงคุณค่า พร้อมเปิดตัวแคมเปญ “Healing is the New Luxury” ดันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความยั่งยืน เพื่อลดการพึ่งพาปริมาณนักท่องเที่ยวและเพิ่มมูลค่ารายได้ในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมท่องเที่ยวไทยในปี 2569 ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เมื่อปัจจัยลบทั้งเศรษฐกิจ ค่าเงิน การแข่งขัน สงคราม ความขัดแย้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยยังคงกดดันอย่างต่อเนื่อง ความท้าทายสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการดึงนักท่องเที่ยวให้ “มาไทย” แต่คือการทำให้ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ “คุ้มค่า น่าเชื่อถือ และแตกต่าง” ท่ามกลางสมรภูมิท่องเที่ยวโลกที่ร้อนระอุกว่าที่ผ่านมา.
กัลยา ยืนยง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก
ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง
ระวัง! Effect คำสั่งลดค่าการกลั่น อาจเกิดกักตุนน้ำมันระลอกใหม่
วิกฤตความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงปี 2567-2569 ได้กลายเป็นปัจจัยหลักที่สั่นคลอนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากภูมิภาคนี้เปรียบเสมือน “หัวใจ” ของพลังงานโลก
สงกรานต์ไทยกระหึ่มบนเวทีโลก
เทศกาลสงกรานต์ 2569 ไม่เพียงตอกย้ำภาพลักษณ์ “ซอฟต์พาวเวอร์” แต่ยังสร้างปรากฏการณ์ไทยบนเวทีโลก ถือเป็นการสะท้อนบทบาทของภาครัฐ โดยเฉพาะ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
เทรนด์‘กระบะพลังงานใหม่’มาแรง
ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมามีกระแสการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดรับกับการมุ่งไปสู่ Net Zero Emissions หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งข้อมูลจาก วิจัยกรุงศรี จะเห็นว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทย ปี 2569-2571 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยยอดจดทะเบียนใหม่ของรถยนต์นั่ง BEV คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 125,000 คันต่อปี หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 3.8% ขณะเดียวกัน ภาวะสงครามระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลและสหรัฐอเมริกาในพื้นที่ตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตพลังงานของโลก ได้ส่งผลกระทบให้ราคาพลังงานทั่วโลกโดยเฉพาะราคาน้ำมัน พุ่งขึ้นหลายเท่านั้น
เศรษฐกิจรีเซตผู้บริโภคไทยสู่ ‘SmartSumer’
เมื่อผู้บริโภคฉลาดขึ้น เกมธุรกิจต้องเปลี่ยน บวกกับแรงกดดันเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่พุ่งสูง กำลังเร่งให้ผู้บริโภคไทยปรับพฤติกรรมสู่ยุคคิดก่อนซื้ออย่างชัดเจน วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) เปิดผลวิจัย THAI SMARTSUMER 2026 ระบุว่า กว่า 90% ของผู้บริโภคหันมาใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี AI เป็นเครื่องมือหลักในการตัดสินใจ แซงบทบาทของแพลตฟอร์มดั้งเดิม โดยเฉพาะหมวดเครื่องใช้ในบ้านที่ใช้เวลาตัดสินใจนานที่สุด
วิกฤตตะวันออกกลางป่วนท่องเที่ยวไทย
ความขัดแย้งและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง นับเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นด้านพลังงาน การค้าระหว่างประเทศ

