
นานๆ ที..ที่จะเดินเข้าห้างกลางใจเมืองย่านสยามสแควร์ ตื่นตาตื่นใจกับความแปลกใหม่ของสถานที่ ถือเป็นเรื่องปกติวิสัยของคนวัยเกษียณ แต่ที่รู้สึกมากกว่า คือ แปลกใจที่คนรุ่นใหม่ ทำไมไม่ใส่ใจที่จะแสดงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับคนที่่อ่อนแอ หรือมีปัญหาด้านสุขภาพ ช่วยตัวเองได้ค่อนข้างลำบาก
มนุษย์ป้าไม่ได้หมายถึงตัวเอง เพราะมั่นใจว่า ถึงจะใกล้เลข 7 แล้ว ยังช่วยเหลือตัวเองได้สบายๆ แต่บังเอิญมนุษย์ป้าไปต่อแถวขึ้นลิฟต์แล้วพบเห็นเด็กๆ เดินเข้าลิฟต์ไปโดยไม่ใส่ใจว่า หนุ่มบนเก้าอี้รถเข็นที่มาคนเดียวก็กำลังอยากจะขึ้นลิฟต์เหมือนกัน
แม้แต่คนในลิฟต์ที่เรียงหน้ายืนอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งจะเห็นภาพชัดเจนว่า มีหนุ่มนั่งรถเข็นประจันอยู่ตรงหน้า ..ก็ไม่มีใครคิดจะขยับตัว หรือก้าวเดินออกมาช่วยเหลือเขาคนนั้นให้เข้าลิฟต์ไป
ภาพที่เห็นสะท้อนความรู้สึกมากยิ่งขึ้น เมื่อมนุษย์ป้าก้มลงไปถามหนุ่มว่า จะขึ้นลิฟต์ไหมคะ หนุ่มตอบมาสั้นๆ ว่า "ครับ" ป้าจึงลงมือไปเข็นรถให้ 555 โดยไม่มีใครคิดจะยื่นมือมาช่วยป้าอีกแรงหนึ่งเลย
เออ..หนอ!! ทุกคนจะคิดว่าหนุ่มมากับป้าได้ไง ในเมื่อเห็นกันจะจะ ได้ยินกันทุกคนกับคำสนทนาที่ป้าเอื้อนเอ่ยออกไป
สารภาพตามตรงว่า เจอสถานการณ์แบบนี้แล้วรู้สึกงงและน้อยใจแทนหนุ่มนั่งรถเข็นเลย จากนั้นก็ตั้งคำถามในใจว่า..เพราะอะไร คนในสังคมไทยทำเสมือนหนึ่งตัวใครตัวมัน
ความรีบ + ความไม่รู้ตัว คนส่วนใหญ่ในเมืองใหญ่ (โดยเฉพาะกรุงเทพฯ) กำลังรีบมาก ชีวิตประจำวันกดดัน จิตใจโฟกัสแค่ "ตัวเองต้องถึงที่หมายเร็วๆ" เลยมองไม่เห็นหรือไม่ทันคิดว่าคนข้างหน้าต้องการความช่วยเหลือ ถ้าลิฟต์แออัด คนก็ยิ่งคิดว่า "เดี๋ยวคิวต่อไปก็ถึง" โดยไม่รู้ว่าสำหรับรถเข็น มันอาจหมายถึงต้องรอหลายรอบ...ใช่ไหม!?!
กลัวยุ่งเรื่องคนอื่น/กลัวทำผิด เลยเลือก "ไม่ทำอะไร" ปลอดภัยกว่า...กระนั้นหรือ!?!
ใครมีคำตอบบ้าง สำหรับมนุษย์ป้าก็เพียงแค่หดหู่หัวใจในวันเข้าเมืองเท่านั้นแหละ.
'ป้าเอง'
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“Kevin Protocol”
ชื่อของเขาคือเควิน อายุสิบเจ็ดปี ทำงานอยู่ที่ช่องไดรฟ์ทรูของแมคโดนัลด์บนถนนรูท 9 งานค่าแรงขั้นต่ำ รับออร์เดอร์ ส่งถุงอาหาร เช็ดเคาน์เตอร์ในช่วงที่ลูกค้าบางตา
หมวก..มีความหมายมากกว่าที่คุณคิด
หมวกเป็นของใช้ธรรมดาที่หลายคนมีติดบ้าน บางใบถูกแขวนไว้เฉยๆ บางใบใส่เวลาแดดแรง หรือวันที่ไม่อยากจัดทรงผม บางใบก็เอาไว้ใส่อวดโฉมเช็กอินตามสถานที่ต่างๆ ให้ดูชิกๆ โดยเฉพาะในวันที่อายุมากขึ้น เส้นผมก็มักจะบางลงไปตามกาลเวลา
กูรู้!!ที่กลายเป็นกูรู?!?
โลกโซเชียลเหมือนเวทีเปิดกว้างสุดๆ ที่ใครมีสมาร์ทโฟนดีๆ กล้องสวยๆ แล้วพูดเก่งหน่อย ก็กลายเป็น "กูรู" ได้ในช่วงข้ามคืนก็มี
ห่วง..หวงประเทศไทย
ยิ่งใกล้วันหย่อนบัตรเลือกตั้ง ไม่เพียงสนามการเมืองเรื่องหาเสียงจะเข้มข้น ดุเดือด คึกคักมากยิ่งขึ้นเป็นเงาตามตัวเท่านั้น แม้แต่ในโลกสังคมโซเชียลก็มีการแชร์การโพสต์และการคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์กันอุตลุด
มีแต่ "สุขภาพ" เท่านั้นที่เป็นของเรา
ข้อคิดจากมหาเศรษฐีของจีน "แจ็ก หม่า" ที่น่าคิดที่สุด นั่นคือ • หากชีวิตเรา ถือเงินทองเป็นจุดมุ่งหมาย ชีวิตนั้นมีแต่ความยากลำบาก
เรื่องนี้...ต้องขยาย
เป็นเรื่องราวจากเฟซบุ๊กที่ถอดความโดย Ramet Tanawangsre ซึ่งระบุว่า กรณีหายากในโลกทุกวันนี้!? ..เริ่มกันเลย

