‘แรงดี’

สำหรับการหาเสียงเลือกตั้งในครั้งนี้ เชื่อว่าแต่ละพรรคการเมืองลงพื้นที่กันอย่างขยันขันแข็ง เพราะใกล้ที่จะเลือกตั้งแล้ว เวลานี้ทำอะไรได้ก็ต้องรีบทำ เพื่อนำเสนอนโยบายต่อกับประชาชน

ซึ่งกลยุทธ์ในการหาเสียงของแต่ละพรรคการเมือง เมื่อถึงเวลาขึ้นบนเวทีก็จะมีการฮึกเหิมเป็นเรื่องปกติ เพื่อเรียกเสียงจากประชาชน นี่คือเสน่ห์ของเวทีปราศรัย

ล่าสุด “พรรคเพื่อไทย” เดินสายหาเสียงภาคอีสานยาวติดต่อกันหลายวัน วันละหลายเวที เดินทางข้ามจังหวัดเหมือนอยู่ใกล้กันแค่หน้าปากซอย ใช้เวลาทุกวินาทีให้คุ้มค่า

ทัพหาเสียงครั้งนี้ นำโดย “อ.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ที่ปกติบุคลิกของเจ้าตัวจะเป็นคนนิ่งๆ เป็นภาพอาจารย์ท่านหนึ่ง แต่เมื่ออยู่บนเวทีปราศรัยกลายเป็นอีกคนหนึ่ง

ซึ่งเรื่องนี้เจ้าตัวได้แซวตัวเองบนเวทีว่า “ไม่รู้เป็นอะไรขึ้นเวทีต้องเสียงดังตลอด เพราะปกติผมเป็นคนนิ่งๆ และเมื่อกี้พวงมาลัยใครไม่รู้เข้าปากผม ดาวเรืองต่อด้วยดอกกุหลาบ ตอนนี้แรงดีมาก ฮ่าๆ”

ไม่รู้จะสงสารก่อนหรืออะไรก่อนดี เพราะดูจากสถานการณ์แล้ว ชาวบ้านได้มอบพวงมาลัยให้ท่วมคอ ทั้งของดีประจำถิ่น ไปจนถึงขนมต่างๆ แบบนี้ต้องหาเวลาพักคอบ้างนะ ยิ่งนานวันของยิ่งเยอะขึ้นเรื่อยๆ อิอิ.

เจ้าพระพาย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พร้อมเคียงข้าง

จากสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงวันที่ 4-10 ตุลาคมนี้ ที่จะมีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งวิกฤตนี้ทุกภาคส่วนได้รับผลกระทบ รวมถึงภาคอุตสาหกรรม ที่ “รัฐมนตรีท็อป-วราวุธ ศิลปอาชา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งเตรียมแผนฟื้นฟูและมาตรการพรึ่บเพื่อรองรับไว้แล้ว

แม่พระของ ‘ช้าง’

ปิดทองหลังพระมาโดยตลอด แต่ปิดอย่างไรก็มีคนเห็น เพราะสิ่งที่ หนูนา–กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และประธานมูลนิธิบรรหาร–แจ่มใส ศิลปอาชา ทำให้กับชาวช้าง มันมากเสียเหลือเกิน

ไม่ทิ้งเด็ก กยศ.

แว่วเสียงถอนหายใจยาวของเหล่านิสิตนักศึกษาที่เคยมืดแปดด้านเรื่องทุนการศึกษา บัดนี้กลับมีรอยยิ้มและแสงสว่างแห่งความหวังฉายชัดขึ้นอีกครั้ง

ยอมโดนด่า ใจแลกใจ

ลุยน้ำท่วมรอบนี้ไม่หมูอย่างที่คิด สำหรับ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ควงทีมงานลงไปเหยียบน้ำท่วมดูทุกข์ชาวบ้านย่านแฟลตคลองจั่น

‘แพลนนิ่ง’

ในการประชุมวุฒิสภา เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา มีการพิจารณารายงานศึกษาเรื่องที่คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา พิจารณา เสร็จแล้ว

ไม่ทิ้งชาวบ้าน

จากสถานการณ์น้ำท่วมสู่ขั้นวิกฤตในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้ง 50 เขต ประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำท่วมขัง กระทบการจราจรและการใช้ชีวิตของประชาชน