
เข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง เป็นสัปดาห์สุดท้ายที่ทุกพรรคการเมืองเร่งลงสนามขอคะแนนเสียงประชาชน รวมถึง “พรรคเป็นธรรม” ของ “ดร.ดุ่ย-ปิติพงศ์ เต็มเจริญ” หัวหน้าพรรค ที่ลุยลงสนามเต็มที่ก่อนถึงวันชิงชัย
แม้พรรคเป็นธรรมจะเป็นพรรคเล็ก แต่ก่อตั้งมาแล้วกว่า 8 ปี มี สส. 1 คนเข้าทำงานในสภาเมื่อสมัยที่ผ่านมา ภายใต้การนำทัพของ ดร.ดุ่ยมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในสนามเลือกตั้งรอบนี้หัวหน้าพรรคตั้งเป้าได้ สส.เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 5 เก้าอี้ เพื่อมาทำงานรับใช้ประชาชน ตามวิสัยทัศน์ของพรรค “เปลี่ยนการเลือกตั้ง เป็นการกำหนดอนาคตประเทศ”
และล่าสุด ดร.ปิติพงศ์เปิด “หมูปิ้ง” ที่ไม่ใช่เปิดถุงหมูปิ้งกิน แต่เป็นนโยบายที่ชื่อ “หมูปิ้ง” ในโค้งสุดท้าย
เรียกเสียงฮือฮาว่าคืออะไร? โดยเหตุเกิดหลัง ดร.ปิติพงศ์ และทีมผู้สมัคร สส.ของพรรคเป็นธรรม ไปยืนกินหมูปิ้ง ระหว่างกินก็ถามแม่ค้าว่าค้าขายเป็นอย่างไร แม่ค้าระบายความทุกข์ให้ฟังว่า ไม่ได้ขายของมาหลายวัน เพราะเพิ่งหายป่วย และต้องโดนเก็บดอกเบี้ยรายวันจากเงินกู้ ทำให้ไม่มีเงินลงทุนมาขายของ ซึ่งแม่ค้าเล่าไปก็ร้องไห้ไป
พอได้ฟังทั้งหัวหน้าพรรคและทีมผู้สมัคร สส.เลยปิ๊งไอเดียนโยบายหมูปิ้ง เพื่อช่วยพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย
โดยนโยบายดังกล่าวเป็นการให้เงินทุนตั้งต้นที่เป็นธรรม หวังตัดวงจรหนี้นอกระบบนโยบาย “หมูปิ้ง” จะช่วยพ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการรายย่อย และ SMEs ที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ ให้เริ่มต้นและยืนได้ด้วยตนเองมีเงินทุนตั้งต้น ให้ยืม 10,000 บาท (ขยายได้ถึง 20,000 บาท ตามความจำเป็น)
ไม่คิดดอกเบี้ย ไม่ต้องมีหลักประกัน มีกลไกดิจิทัล รับ-คืนเงินผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ที่ประชาชนคุ้นเคย และคืนเงินอย่างยืดหยุ่น หักรายได้ 10 ไม้แรก/ประมาณ 5-10% ของยอดขายต่อวัน หากวันใดขายไม่ได้ สามารถพักชำระได้ ไม่คิดดอกเบี้ยทบต้น และยังเป็นการสร้างเครดิตในระบบ เปลี่ยนคนไม่มีเครดิตเป็นผู้ประกอบการมีประวัติทางการเงิน
ต่อยอดสู่สินเชื่อธนาคารในอนาคต คาดว่าช่วยคนตัวเล็กกว่า 2 ล้านราย สร้างเงินหมุนเวียนกว่า 200,000 ล้าน
หลังเปิดนโยบายดังกล่าวเรียกเสียงฮือฮาด้วยชื่อที่คนฟังต้องสะดุดและมีความคิดเอ๊ะ! ขึ้นในใจว่ามันคืออะไร ซึ่งนโยบายดังกล่าวเรียกกระแสจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการรายย่อยเป็นอย่างดีในช่วงลงพื้นที่
งานนี้หัวหน้าพรรคอย่าง “ดุ่ย ปิติพงศ์” ถึงกับยิ้มแก้มปริกันเลย.
บรรจง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
น้องกวางมาแล้ว
บรรยากาศการเมืองช่วงนี้ นอกจากเกมจัดทัพรัฐบาลแล้ว อีกสีสันหนึ่งที่เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย ก็คือการปรากฏตัวของ “สส.น้องใหม่” ที่มักจะตกเป็นเป้าสายตาของสื่อมวลชนทันทีที่ก้าวเข้าสนาม
เพื่อนหาย
บรรยากาศหน้าห้องรับหนังสือร้องเรียนหลังจากการเลือกตั้ง สส. ที่สำนักงาน กกต. คนยังเนืองแน่นเหมือนเดิม แต่ที่ยังเห็นหน้าค่าตากันจนเป็นขาประจำ ก็คงหนีไม่พ้น อัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล จากกลุ่ม สว.สำรอง ที่นำเอกสารมายื่นเรื่องร้องเรียนด้วยสีหน้าเคร่งเครียดประหนึ่งแบกโลกไว้ทั้งใบ นั่งรอเจ้าหน้าที่ตรวจรับเอกสารอยู่นานสองนาน
‘สิทธิของผู้หญิง’
หลังจากที่ สส.เดินทางเข้ารายงานตัวเกือบครบ 499 คน ตามที่คณะกรรมการการเลือกเลือก (กกต.) รับรอง ซึ่งก็ใกล้การเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเข้ามาเต็มที โดยแต่ละพรรคการเมืองก็ต้องมีการทำหน้าที่ในสภา หรือหากเป็นฝ่ายบริหารก็ต้องทำหน้าที่ฝ่ายบริหารเช่นเดียวกัน
ยึดคำสอนพ่อ
เข้ารายงานตัวเป็น สส.เรียบร้อย สำหรับ “เนเน่-รัดเกล้า สุวรรณคีรี” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ หญิงแกร่งอีกคนของค่ายสีฟ้า ที่มีความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติ โดยมี คุณพ่อ ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง เป็นแบบอย่างที่ดีในการทำงาน
โดนแซวมาดูงาน
เก็บตกการแข่งขันโมโตจีพี ที่ จ.บุรีรัมย์ เมื่อช่วงวันหยุดที่ผ่านมา หลัง เสี่ยหนู-นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ยกคณะไปเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมกับมอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะ
บดขยี้ทุนเทา
แม้จะยังเป็นเพียงรัฐบาลรักษาการ แต่อาการ “รอจังหวะ” ดูจะไม่อยู่ในสารบบของ "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เพราะแทนที่จะประคองตัวเงียบๆ ระหว่างจัดตั้งรัฐบาล กลับเลือกเดินหน้าชนปัญหาใหญ่ที่ฝังรากมานานอย่าง "สแกมเมอร์-ทุนเทา" แบบไม่มีเบรก ชนิดที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

