ฝากการบ้านรัฐบาล

โฉมหน้าของรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีมีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน พร้อมกันนี้อยากเห็นการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อให้การบริหารประเทศและการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องยอมรับว่า ปี 2569 ถือเป็นปีที่ท้าทายอย่างมากของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก ดังนั้นสิ่งที่ภาคเอกชนอยากฝากถึงรัฐบาลใหม่มากที่สุด คือ การเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน เพราะเป็นวิกฤตใหญ่ที่สุดในเวลานี้ โดยปัจจุบันหนี้ครัวเรือนของไทยอยู่ในระดับเกือบ 90% ต่อ GDP และหากรวมหนี้นอกระบบ ตัวเลขอาจสูงถึงประมาณ 104% สะท้อนว่ารายได้ของประชาชนจำนวนมากไม่สอดคล้องกับรายจ่าย ส่งผลให้กำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจหายไปอย่างมาก

นอกจากนี้ยังมีเรื่องเร่งด่วนที่อยากให้รัฐบาลใหม่ดำเนินการอย่างน้อย 3-4 เรื่อง ได้แก่ 1.วิกฤต SME โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีวงเงินสินเชื่อต่ำกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างน่ากังวล, 2.ภาคการส่งออก ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทย กำลังเผชิญแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน, 3.ปัญหาสภาพคล่องของ SME ที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน และ 4.สินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจีนที่ทะลักเข้าสู่ตลาดทั้งในรูปแบบถูกกฎหมายและลักลอบ ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยจำนวนมากไม่สามารถแข่งขันได้และต้องปิดกิจการ รวมไปถึงต้องเร่งแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันอย่างเร่งด่วน

ในขณะที่ภาพพลังงานของประเทศ ยังมีหลากหลายเรื่องราวที่ต้องเร่งดำเนินการ ซึ่ง ปลัดกระทรวงพลังงาน ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ระบุว่า งาน 3 เรื่องหลักๆ ที่ต้องเร่งดำเนินการในปี 2569 นี้ คือ 1.การเดินหน้าการลงทุนสำรวจและผลิตแหล่งปิโตรเลียมในแหล่งอันดามัน ที่มีการเปิดรับข้อเสนอจากเอกชนรอบที่ 25 แล้ว เตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป รวมถึงเปิดสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบที่ 26 ฝั่งอันดามัน ซึ่งมีการคาดว่าจะเสนอเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ภายในปีนี้ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (JDA) ที่ใกล้จะหมดอายุสัมปทานในปี 2572 ล่าสุดได้หารือกับประเทศมาเลเซียถึงการเปิดสัมปทานรอบใหม่แล้ว ซึ่งกระทรวงอยู่ระหว่างรอหารือว่าจะเสนอให้รัฐบาลชุดปัจจุบัน หรือรัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งพิจารณา

2.เร่งจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) ฉบับใหม่ ที่ยังปรับปรุงรายละเอียดต่อเนื่อง โดยเฉพาะความต้องการใช้ไฟฟ้าตามภาวะเศรษฐกิจ ผลกระทบจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ AI การส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ที่ส่งผลต่อการพยากรณ์ปริมาณการใช้ไฟฟ้าเปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการขับเคลื่อนพลังงานสะอาด สู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในปี 25 ซึ่งต้องยอมรับว่าแผนพีดีพีมี ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมานั้นมีความล่าช้าอย่างมาก เพราะติดดักการเมือง ทำให้ประเทศเสียโอกาส จากความไม่ชัดเจนของทิศทางระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะมิติไฟฟ้าสะอาดที่กำลังกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลก เมื่อกติกาไม่ชัด โครงการชะลอ เงินลงทุนบางส่วนย้ายไปประเทศที่ส่งสัญญาณชัดกว่า และไทยก็เสี่ยงเสียแต้มต่อการแข่งขันไปโดยปริยาย

และ 3.การเร่งอนุมัติงบประมาณกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณาคัดกรองโครงการที่ยื่นเสนอของบประมาณปี 2568 เข้ามากว่า 1,000 โครงการ งบประมาณกว่า 1 หมื่นล้านบาท คาดว่าต้นเดือน ก.พ.2569 จะสามารถอนุมัติงบประมาณได้

สิ่งเหล่านี้ฝากเป็นการบ้านให้รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศต้องเร่งดำเนินการ แต่ก็ใช่ว่าจะมีเพียงเท่านี้ เพราะยังมีอีกหลายเรื่องราวที่ยังคงรอให้รัฐบาลเข้ามาผลักดันโครงการให้เดินหน้าเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ.

 

บุญช่วย ค้ายาดี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดเทรนด์และนิยาม‘การท่องเที่ยว’ปี69

การเดินทางเป็นเรื่องเฉพาะตัวมาโดยตลอด ทว่าในปี 2569 การเดินทางจะเปลี่ยนไปจากแผนการเดินทางเดียวที่เข้ากับผู้ร่วมทริปทุกคนให้เป็นแผนการเดินทางที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น

ถึงเวลาพลิกฟื้น‘เอสเอ็มอี’

ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจที่เปราะบาง เศรษฐกิจไทยในปี 2569 ถูกประเมินว่าจะเติบโตเพียง 1.8% สะท้อนการชะลอตัวที่ชัดเจนและต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม ASEAN-6 โดยเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่อัตราการเติบโตอาจต่ำกว่า 2%

ญี่ปุ่นไม่ถอยชูไทยฐานหลักในอาเซียน

ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังผันผวน ทั้งจากสงครามการค้า นโยบายประเทศมหาอำนาจ และความไม่แน่นอนรอบด้าน การตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนต่างชาติถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า “ประเทศไหนยังน่าเชื่อถือ”

‘LISA Effect’บูมท่องเที่ยวไทย

ปัจจุบัน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ ท่ามกลางพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ควบคู่กับแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์

ปี69อุตฯยานยนต์ยังเหนื่อย

ในช่วง 2-3 ปีนี้ อุตสาหกรรมรถยนต์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี จากเครื่องยนต์สันดาปไปสู่ไฟฟ้ามากขึ้นและเป็นไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่มีความผันผวนจากปัจจัยท้าทายรอบด้าน

กรุงเทพฯติดท็อปท่องเที่ยวตรุษจีน

ในช่วงต้นปียังคงมีหลายเทศกาลรออยู่ รวมถึงเทศกาลตรุษจีนก็เป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่จะเกิดการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น และจากข้อมูลของ อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว จะเห็นได้ว่ากรุงเทพฯ ครองอันดับ 2 ของจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมสูงสุดในเอเชียสำหรับนักเดินทางต่างชาติในช่วงเทศกาลตรุษจีน