
ในไตรมาสที่ 4/2558 เศรษฐกิจไทยขยายตัว 2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจตลอดทั้งปีอยู่ที่ 2.4% ซึ่งถือว่าสูงกว่าที่หลายฝ่ายได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า การฟื้นตัวดังกล่าวสะท้อนถึงแรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ตลอดจนการฟื้นตัวบางส่วนของภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน
ภายใต้ปัจจัยเสี่ยงในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรเข้าสู่สังคมสูงวัย และความท้าทายด้านขีดความสามารถในการแข่งขันเชิงโครงสร้าง
การบริหารนโยบายเศรษฐกิจในระยะต่อไปจึงจำเป็นต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและบูรณาการ ทั้งในมิติของนโยบายการคลัง การเงิน และการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง เพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค ควบคู่กับการยกระดับศักยภาพการเติบโตในระยะยาว อันจะนำไปสู่การขยายตัวที่มีคุณภาพ ครอบคลุม และยั่งยืนในอนาคต
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ได้ระบุถึง ‘การบริหารนโยบายเศรษฐกิจมหภาคในปี 2569’ ที่ควรให้ความสำคัญกับ 1.การรักษาบรรยากาศทางเศรษฐกิจและการเมืองหลังการเลือกตั้ง โดยให้ความสำคัญกับ
การเร่งรัดกระบวนการจัดทำงบประมาณปี 2570 ให้สามารถเบิกจ่ายเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้โดยเร็ว เพื่อรักษาพลวัตการขยายตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ โดยเฉพาะในด้านการลงทุนที่เริ่มปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสที่ 4/2568 ควบคู่ไปกับการดำเนินการที่สำคัญๆ ที่มีผลต่อการสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้ง การรักษาวินัยทางการคลัง โดยการดำเนินการตามกรอบแผนการคลังระยะปานกลาง เพื่อลดแรงกดดันจากภาระหนี้สาธารณะ และลดความเสี่ยงต่อการปรับอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ
2.การขับเคลื่อนการลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะโครงการลงทุนที่ได้รับการออกบัตรส่งเสริมการลงทุนไปแล้วในช่วงก่อนหน้าให้เกิดการลงทุนจริง โดยให้ความสำคัญกับการเร่งดำเนินการระบบ Thailand FastPass เพื่ออำนวยความสะดวกและเร่งรัดการดำเนินโครงการ, การปรับปรุงระบบการขออนุญาตแบบรวมศูนย์ผ่านช่องทางดิจิทัลแพลตฟอร์ม,
การยกระดับความพร้อมทางด้านโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคที่จำเป็นต่อการลงทุนภาคเอกชน, การปรับแนวทางการให้สิทธิประโยชน์จากมูลค่าเงินลงทุนไปสู่
การให้สิทธิประโยชน์ตามผลลัพธ์ที่มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ (Local value added), การส่งเสริมการลงทุนในรูปแบบของกิจการร่วมทุน (Joint venture)
3.การขับเคลื่อนภาคการส่งออก โดยให้ความสำคัญกับการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและตลาดใหม่เพื่อกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพาการส่งออกไปยังสหรัฐ, การลดผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐ, การลดต้นทุนการผลิตและต้นทุนการดำเนินธุรกิจ, การส่งเสริมการใช้สินค้าและวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางในประเทศ และการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการสำคัญของประเทศคู่ค้าที่จะมีผลบังคับใช้ในปี 2569-2570 รวมถึงการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยน
4.การเร่งรัดการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว โดยการส่งเสริมการท่องเที่ยวมูลค่าสูงผ่านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพและมีกำลังซื้อสูง, ยกระดับมาตรฐานและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว, การปราบปรามอาชญากรรมและเครือข่ายธุรกิจผิดกฎหมายข้ามชาติที่แฝงตัวกับการท่องเที่ยว, การดูแลและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติ และการเร่งแก้ปัญหาความแออัดในการเดินทางและส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง
5.การแก้ไขปัญหาด้านการเข้าถึงสินเชื่อของภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน โดยให้ความสำคัญแก่การลดแรงกดดันจากสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในครัวเรือน, การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพ แต่ประสบปัญหาด้านการเข้าถึงสภาพคล่อง และได้รับผลกระทบซ้ำเติมจากมาตรการกีดกันทางการค้า, การเร่งดำเนินการตามแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนในระยะต่อไป รวมถึงการสร้างความตระหนักรู้ทางการเงิน โดยเฉพาะทัศนคติในการวางแผนการใช้จ่ายเพื่อป้องกันการก่อหนี้เกินตัว!.
ครองขวัญ รอดหมวน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สร้างเกราะป้องกันไซเบอร์ระดับสากล
ไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกเพิ่งเรียนรู้บทเรียนสำคัญข้อหนึ่งพร้อมกัน ว่าประเทศอาจไม่ได้พังจากระเบิด แต่พังจาก “ข้อมูล” ก็ได้ ตั้งแต่การแฮ็กหน่วยงานรัฐในยุโรปตะวันออกช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน การเจาะระบบโครงสร้างพื้นฐานในสหรัฐ
ลุยบูสต์ตลาดนทท.จีนเต็มสูบ
จากวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ที่สงขลา ทำให้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าฟื้นฟูและกระตุ้นการท่องเที่ยวในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568
ฝากการบ้านรัฐบาล
โฉมหน้าของรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีมีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน พร้อมกันนี้อยากเห็นการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อให้การบริหารประเทศและการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง
เปิดเทรนด์และนิยาม‘การท่องเที่ยว’ปี69
การเดินทางเป็นเรื่องเฉพาะตัวมาโดยตลอด ทว่าในปี 2569 การเดินทางจะเปลี่ยนไปจากแผนการเดินทางเดียวที่เข้ากับผู้ร่วมทริปทุกคนให้เป็นแผนการเดินทางที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น
ถึงเวลาพลิกฟื้น‘เอสเอ็มอี’
ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจที่เปราะบาง เศรษฐกิจไทยในปี 2569 ถูกประเมินว่าจะเติบโตเพียง 1.8% สะท้อนการชะลอตัวที่ชัดเจนและต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม ASEAN-6 โดยเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่อัตราการเติบโตอาจต่ำกว่า 2%
ญี่ปุ่นไม่ถอยชูไทยฐานหลักในอาเซียน
ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังผันผวน ทั้งจากสงครามการค้า นโยบายประเทศมหาอำนาจ และความไม่แน่นอนรอบด้าน การตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนต่างชาติถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า “ประเทศไหนยังน่าเชื่อถือ”

