ล้างตำรวจโจร

ขึ้นชื่อว่า "โจร" ชาวบ้านร้านตลาดก็ต้องกลัว ก็ต้องขยาดกับความโหดเหี้ยมอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็น "ตำรวจโจร" ที่มีทั้งกฎหมาย มีทั้งอำนาจอยู่ในมือ นั่นยิ่งน่ากลัวมากกว่าหลายร้อยเท่า

ไม่ถึง 2 สัปดาห์ มีเหตุการณ์ "ตำรวจโจร" ออกแสดงพฤติกรรมทำให้องค์กร "สีกากี" เหม็นโฉ่ โดยเฉพาะการใช้อำนาจหน้าที่เข้าไปหากินกับ "ยาเสพติด" มหันตภัยที่ทำลายชีวิต ทำลายสังคม ทำลายความมั่นคงของประเทศ

ถึง 2 พื้นที่ มีตำรวจเกี่ยวข้องทั้งชั้นสัญญาบัตร ทั้งชั้นประทวน

จ.นครสวรรค์ ผู้เสียหาย 2 รายเข้าแจ้งความ มีดาบตำรวจ ชุดสืบสวนโรงพัก อุ้มกักขังและเรียกเงินจากผู้ต้องหาคดียาเสพติดแลกกับการปล่อยตัว

พล.ต.ต.นเรวิช สุคนธวิท ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ ส่งทีมลงไปตรวจจนแน่ชัดว่าดาบตำรวจที่ถูกร้องเรียนกระทำผิดจริง จึงสั่งให้โรงพักเจ้าของพื้นที่ที่รับแจ้งความ รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดทำสำนวนคดีส่งให้ ป.ป.ช.เพื่อดำเนินคดี

พร้อมมีการออกคำสั่งให้ "ดาบตำรวจ" ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว และตั้งคณะกรรมการเพื่อเอาผิดทางวินัยร้ายแรงอีกทางหนึ่ง

เช่นเดียวกับที่ จ.นครศรีธรรมราช พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ก็ออกคำสั่งให้ตำรวจ 4 นาย ระดับนายพัน ไปช่วยราชการในหน่วยงานสังกัดจังหวัด

หลังชุดจับกุมเข้าตรวจค้น นาย ก. บริเวณถนนซอยบ่อนไก่ ม.7 ต.หน้าสตน อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช พบยาบ้า 90 เม็ด แจ้งข้อกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปยังกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อจัดทำบันทึกจับกุมและตรวจปัสสาวะ ผลตรวจไม่พบสารเสพติด จากนั้นนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.หัวไทร ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทว่าเรื่องแดงเพราะสายลับออกมาบอกชุดจับกุมอาจมีพฤติการณ์ไม่เหมาะสม เรียกรับเงินเพื่อแลกกับการลดจำนวนยาเสพติดของกลาง ไม่ดำเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการขยายผลยาเสพติด

รักษาการผู้การนครศรีธรรมราช จึงสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และย้ายตำรวจที่ถูกกล่าวหาไปช่วยราชการที่อื่น

เปิดทางให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นไปอย่างเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม

ปรบมือให้ 2 ผู้การจังหวัด ไม่นิ่งดูดาย ไม่ปล่อยผ่าน และไม่ช่วยเหลือพวกพ้อง เพราะพฤติกรรมที่ถูกกล่าวหา ที่ถูกร้องเรียนเรียกรับผลประโยชน์จากยาเสพติด นอกจากเป็นมหันตภัยทำลายทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว ยังทำลายศักดิ์ศรี ทำลายเกียรติภูมิ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" ให้แปดเปื้อน ให้มีมลทิน เพียงแค่เงินทองไม่กี่พัน ไม่กี่หมื่น ไม่กี่แสน แล้วถูกชาวบ้านตราหน้า

"ตำรวจโจร".

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฟื้นแท่งสอบสวน

เล่นเอา "กรมปทุมวัน" เป๋!!! ไป 10 ปีเต็มๆ ตั้งแต่มีมนตร์ดำไปเป่าหูผู้มีอำนาจ เมื่อช่วงต้นปี 2559 ให้มีคำสั่ง ยกเลิกหลักการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตำแหน่งพนักงานสอบสวน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2547

ถึงคิว 'นรต.40-43'

แม้เหลืออีกกว่า 7 เดือน จะถึงช่วงเวลาเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน 2569 แต่แวดวง "สีกากี" ก็เริ่มขยับ เริ่มจัดเตรียมการอำลาเครื่องแบบ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" วาระประจำปี 2569 กันแล้ว

ก.ตร.ป้ายแดง

น่าจะเป็น "ความหวังใหม่" ของเหล่า "สีกากี" ในการเป็นปาก เป็นเสียง เป็นอีกหนึ่งแสงสว่างปลายอุโมงค์ให้ "ตำรวจ" ไร้เส้น ไร้สาย ได้รับความเป็นธรรม ความยุติธรรม ความโปร่งใส สามารถเจริญเติบโตในหน้าที่การงาน

‘นายพล’ ดื้อตาใส

การดูแลรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง ที่จะหย่อนบัตรลงคะแนนกันในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 น่าจะเป็นอีกหนึ่งความท้าทาย พิสูจน์ฝีมือ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

นายพลไขก๊อก!

ผ่านมาครึ่งเดือนในการตรวจสอบคุณสมบัติ "นายพล" ที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ “เออร์ลีรีไทร์แบบพิเศษ” หรือโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล รุ่นที่ 28 รอบเมษายน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

ปืนออนไลน์เกลื่อน!

มีข้อมูลที่น่าสนใจเปิดเผยออกมาเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา จากวงพูดคุยระหว่าง "ศรายุธ ทองขวิด" ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพัทลุง