
มีข้อมูลที่น่าสนใจเปิดเผยออกมาเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา จากวงพูดคุยระหว่าง "ศรายุธ ทองขวิด" ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพัทลุง กับคณะกรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชน สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพัทลุงชุดใหม่
ที่เข้ามาเป็นจิตอาสา
เพื่อสร้างความเข้าใจในระเบียบกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่อื่น และการดำเนินงานของคณะกรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชนสำหรับสถานพินิจ
ในการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมและกลุ่มเสี่ยง ทำหน้าที่ให้คำปรึกษา ประสานงานกับหน่วยงานและชุมชน จัดกิจกรรม ระดมทุน เพื่อพัฒนาทักษะและติดตามดูแลให้เด็ก
กลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ
ป้องกันการกระทำผิดซ้ำ
ข้อสรุปการพูดคุยครั้งนี้พบว่า ก่อนหน้านี้การกระทำความผิดของเด็กเยาวชนของ จ.พัทลุง ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่ในปี 2568 การกระทำความผิดของกลุ่มส่วนใหญ่จะกระทำความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.อาวุธปืน และความผิดในคดีพยายามฆ่า
ในปี 2568 มีถึง 154 คดี ปี 2569 แค่เพียงครึ่งเดือนมีไปแล้ว 6 คดี
เจ้าหน้าที่ตามชุมชนลงพื้นที่สืบเสาะข้อมูลทราบว่า ในขณะนี้อาวุธปืนมีการซื้อขายกันง่ายมาก โดยเฉพาะทางออนไลน์
วงประชุมครั้งนี้เกี่ยวกับเด็กเยาวชนในจังหวัดพัทลุง การวางแนวทางแก้ปัญหาดังกล่าว ทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันลงพื้นที่เพื่อเร่งแก้ปัญหาในเชิงลึก แก้ต้นเหตุปัญหาของการก่อคดีของเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง ปรับเปลี่ยนทัศนคติของเด็ก สนับสนุนส่งเสริมให้เด็กมีสมาธิให้ได้
ที่สำคัญการแก้ปัญหานั้นผู้ปกครองและญาติจะต้องเข้ามามีบทบาทที่สำคัญ
...เห็นด้วยทุกมุมมอง ทุกข้อเสนอในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับเด็กเยาวชนครั้งนี้ และเชื่อว่าไม่เพียงแค่จังหวัดพัทลุงเพียงที่เดียวที่มีปัญหา จังหวัดอื่นๆ ก็น่าจะไม่ต่างกัน เพราะทุกวันนี้ "ออนไลน์" เสิร์ฟถึงทุกครัวเรือน
โดยเฉพาะ "ปืนออนไลน์" ที่ซื้อง่ายขายคล่อง และตกถึงมือเด็กเยาวชนง่ายๆ เพียงแค่กดสั่งซื้อและจ่ายตังค์ ก็นำมาพกนำมาก่อเหตุได้เสมอ ไม่แปลกใจที่เด็กนักเรียน เด็กช่างกล หรือแม้แต่ผู้ใหญ่ เกิดเหตุทะเลาะวิวาททีไรเป็นต้องนำปืนมาใช้กับคู่กรณี ประหนึ่งหาง่ายกว่าปลาทูในตลาด
เข้าใจว่าคดีพนันออนไลน์ คดีสแกมเมอร์ เป็นปัญหาใหญ่ที่ตำรวจกำลังเร่งปราบปรามจับกุม แต่ "ขายปืนออนไลน์" ก็สร้างปัญหาอาชญากรรมตามมาเช่นกัน
อย่างไรคงต้องฝาก บิ๊กราญ-พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ดูงานด้านความมั่นคง แบ่งเวลาจัดการให้ที
ไม่อยากเห็นเด็กเยาวชนพลาดพลั้ง เพราะความฮึกเหิมมีปืนในมือ สุดท้ายแทนที่จะได้เติบโตเป็นอนาคตของชาติ เส้นทางชีวิตต้องหักเหเปลี่ยนไปอยู่ในคุกในตะราง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มาตรฐาน 'สีกากี'
ยกมือสนับสนุนเต็มที่ ให้ "ตำรวจ" กวาดล้างพวก "นักบุญคนบาป" หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง มีพยานหลักฐานที่ชัดเจน ต้องจับติดคุก ติดตะรางให้เข็ด!!!
ตำรวจทำดีทำได้
เก็บตกช่วง "สงกรานต์" ที่มีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน แม้การเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด หรือออกท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ จะไม่คึกคักเหมือนหลายปีที่ผ่านมา
พี่หวาน...มีลุ้น!
หรือสถานการณ์จะสร้างวีรบุรุษ ในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตพลังงาน จากผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง ก็มี "ไอ้โม่ง" กักตุนน้ำมัน จนชาวบ้านเดือดร้อน
เมษาแต่งตั้งฉ่ำ!
ยิ่งกว่าสายน้ำ "สงกรานต์" ที่ชุ่มฉ่ำเดือนเมษายน ก็ต้องการแต่งตั้ง "สีกากี" ที่ไม่ใช่แค่ชุ่มฉ่ำ แต่เรียกว่า "กระชุ่มกระชวย" เพราะการแต่งตั้งตำรวจต่อคิวคลอดยาวกันเป็นหางว่าว
'นายพล' นอกวาระ!
อาจจะดูฮือฮาพอสมควร เมื่อมีชื่อ "อดีตหมอใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ" พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้ขยับเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น จาก "ผู้ช่วย ผบ.ตร." เป็น "ที่ปรึกษาพิเศษ ตร." ติดยศ "พล.ต.อ." ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา
เปลี่ยนสีตำรวจ!
ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา "บิ๊กกรมปทุมวัน" นั่งกันไม่ติดเก้าอี้ ก็จู่ๆ มีข่าวสะพัด "ตำรวจ" จะเปลี่ยนสีเครื่องแบบ

