
เปิดฉากสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 ได้ไม่นาน ก็มี "เผือกร้อน" ลอยมากลางห้องประชุม เมื่อมีการลุกขึ้นตั้งคำถามถึง "งบอาหารกลางวัน สส." ว่าควรมีต่อหรือพอแค่นี้ ในจังหวะที่เศรษฐกิจยังไม่เบาแรงสำหรับประชาชน หลังเจอวิกฤตตะวันออกกลาง
ภาระจึงมาตกอยู่กับ "ปธ.ตุ๋ง" โสภณ ซารัมย์ ประธานสภา ที่ต้องคิดให้รอบด้าน เพราะเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่มิติเดียว
หากมองเฉพาะตัวเลข สส.ได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งรวมกว่าแสนบาทต่อเดือน ยังมีสิทธิประโยชน์ทั้งค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล ขณะเดียวกันงบอาหารประชุมที่เคยตั้งไว้เกือบร้อยล้านบาทต่อปี ตกเฉลี่ยมื้อละเกือบพันบาทต่อคน ก็ยิ่งทำให้คำถามดังขึ้นว่า “จำเป็นแค่ไหน” จะทำให้พอดีได้ไหม
แต่ถ้ามองในมุมการทำงาน ภาพในสภาไม่ใช่งานนั่งโต๊ะธรรมดา วันประชุมบางวันยาวต่อเนื่องหลายชั่วโมงข้ามวันข้ามคืน การมีระบบดูแลพื้นฐานเช่นอาหาร ก็ช่วยให้การอภิปรายไม่สะดุด และไม่ต้องเสียเวลาออกไปจัดการเรื่องส่วนตัว
ยังไม่รวม "ต้นทุนแฝง" ที่สังคมเริ่มมองตาม ทั้งผู้ช่วย สส.ที่มีได้สูงสุด 8 คน เงินเดือนรวมต่อเดือนหลักแสนกว่าบาท
ไปจนถึงกองทุนเลี้ยงชีพอดีตสมาชิก ที่แม้ไม่ใช่บำนาญตลอดชีวิต แต่ก็ยังเป็นภาพจำของสิทธิประโยชน์นักการเมือง
ทั้งหมดนี้เมื่อถูกรวมเข้าด้วยกัน จึงกลายเป็นภาพใหญ่ที่ประชาชนใช้ตัดสิน “ความเหมาะสม”
ทางออกของประธานสภาป้ายแดง จึงอาจไม่ใช่การ "ตัดจบหรือปล่อยทิ้งไว้" แต่เป็นการจัดสมดุลใหม่ เช่น ปรับงบอาหารให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ ลดความหรูหรา เน้นความจำเป็น หรือแม้แต่เปิดเผยรายละเอียดการใช้งบแบบโปร่งใส ให้ตรวจสอบได้ทุกมื้อ เพราะในยุคนี้ ความเชื่อมั่นไม่ได้มาจากคำอธิบาย แต่มาจาก “ความรู้สึกร่วม” และการกระทำ
สุดท้าย เรื่องอาหารจานหนึ่งอาจไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพราะ ถ้าจัดการไม่ดี ก็อาจกลายเป็นชนวนของความไม่พอใจได้เหมือนกัน
นี่คือโจทย์ข้าวร้อนๆ วัดฝีมือ “ปธ.โสภณ” ว่าจะทำให้สภาดู “พอดี” ได้หรือไม่.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ก้างขวางคอ
บรรยากาศในสภาช่วงนี้เป็นช่วงที่สำคัญเพราะเป็นช่วงเลือกบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ที่ทำเอาบรรดาท่านผู้ทรงเกียรติทั้งหลายถึงกับนั่งไม่ติดเก้าอี้ เห็นจะเป็นกรณีของ "หมอวรงค์" นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม
‘รู้สึกภูมิใจ’
หลังจากที่ได้มีการรายงานตัวเข้าเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 เป็นที่เรียบร้อย หลายคนที่เป็นผู้แทนฯ หน้าใหม่ในวงการการเมือง ยอมรับว่าตื่นเต้นที่ได้ดำรงตำแหน่งนี้ ที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน
แนะทางแก้วิกฤตน้ำมัน
ตอนนี้เรื่องร้อนเร่งด่วนของประเทศเห็นจะเป็นวิกฤตน้ำมัน ที่ไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง แม้รัฐบาลจะเร่งแก้ แต่ยังไม่ได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน จนเกิดภาพประชาชนต่อคิวเติมน้ำมันกันแถวยาวเหยียดทั่วประเทศ หลายปั๊มน้ำมันขายจนหมด ต้องติดป้ายน้ำมันอยู่ระหว่างการขนส่ง
หนุ่มสุพรรณที่บุรีรัมย์
เก็บตกบรรยากาศสัมมนาพรรคภูมิใจไทย ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 7-9 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อละลายพฤติกรรม สส.
น้องกวางมาแล้ว
บรรยากาศการเมืองช่วงนี้ นอกจากเกมจัดทัพรัฐบาลแล้ว อีกสีสันหนึ่งที่เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย ก็คือการปรากฏตัวของ “สส.น้องใหม่” ที่มักจะตกเป็นเป้าสายตาของสื่อมวลชนทันทีที่ก้าวเข้าสนาม
เพื่อนหาย
บรรยากาศหน้าห้องรับหนังสือร้องเรียนหลังจากการเลือกตั้ง สส. ที่สำนักงาน กกต. คนยังเนืองแน่นเหมือนเดิม แต่ที่ยังเห็นหน้าค่าตากันจนเป็นขาประจำ ก็คงหนีไม่พ้น อัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล จากกลุ่ม สว.สำรอง ที่นำเอกสารมายื่นเรื่องร้องเรียนด้วยสีหน้าเคร่งเครียดประหนึ่งแบกโลกไว้ทั้งใบ นั่งรอเจ้าหน้าที่ตรวจรับเอกสารอยู่นานสองนาน

