ฝ่ายค้านครั้งแรก

เป็น สส.สมัยที่ 3 ซึ่ง 2 ครั้งแรก ในนามพรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติ เสี่ยปอม-สัญญา นิลสุพรรณ สส.นครสวรรค์ เป็นผู้แทนฝ่ายรัฐบาลหมด แต่เที่ยวล่าสุด ต้นสังกัดปัจจุบันอย่างพรรคกล้าธรรมไม่ได้ถูกเลือกให้เป็นรัฐนาวา ทำให้ต้องอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรในฐานะฝ่ายค้านเป็นครั้งแรก

แต่ไม่ได้เป็นของจำกัด เพราะที่ผ่านมา เสี่ยปอม ทำหน้าที่ในสภาฯ มาตลอดอยู่ ไม่ว่าจะในฐานะ สส.ที่ลุกขึ้นพูดเรื่องความเดือดร้อนของชาวบ้าน หรือในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศาลฯ หรือรองประธานคณะกรรมาธิการตำรวจ

ผลงานมี ชาวบ้านเห็น เลยทำให้เลือกตั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา เสี่ยปอม เอาชนะคู่แข่งแบบขาดลอยทุกครั้ง ไม่ว่าจะลงสมัครในสังกัดไหนก็ตาม

ส่วนเมื่อวันพุธ 25 มีนาคมที่ผ่านมา พรรคกล้าธรรมประเดิมบทบาทฝ่ายค้านครั้งแรกไปแล้ว โดยมอบหมาย เสี่ยปอม ลุกเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาต่อที่ประชุม เพื่อให้ สส.ได้ร่วมกันเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงานที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้างทั้งประเทศ

เสี่ยปอม บอกว่า จริงๆ พรรคกล้าธรรมตั้งใจจะเสนอญัตติดังกล่าวตั้งแต่โหวตนายกรัฐมนตรีเสร็จสิ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ประธานสภาฯ ปิดประชุมไปเสียก่อน เลยต้องมาเสนอในสัปดาห์นี้

เริ่มต้น เสี่ยปอม อภิปรายถึงสถานการณ์ขาดแคลนน้ำมันในจังหวัดนครสวรรค์ว่า รัฐบาลบอกน้ำมันมีเพียงพอ แต่พอไปที่ปั๊ม ปั๊มกลับไม่มีน้ำมัน

สส.นครสวรรค์ยังแฉว่า จริงๆ น้ำมันมี ไม่ได้ขาดแคลน ได้ข้อมูลในพื้นที่ว่า หากอยากได้หมื่นกว่าลิตร มีข้อแม้ลิตรละ 40-42 บาท เลยเอาเรื่องนี้ไปแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัด “มันไม่รู้จะพูดอย่างไร มันเหมือนเราเดินทางทางรถไฟ เวลาเดินทางจะมีสองราง จุดหมายเดียวกัน พอถึงทางแยก มีสักคนที่มาสับราง และติดอยู่ที่หนึ่ง”

สส.ปอม อภิปรายวิธีแก้ปัญหาว่า ให้รวมข้อมูลแบบวันสต็อปเซอร์วิส ให้เป็นจุดเริ่มต้นในการไล่หาว่าน้ำมันหายไปจุดไหน อย่างไร ซึ่งคนนอกไม่มีทางที่จะเข้าไปมีส่วนกับเรื่องน้ำมันได้ เพราะเป็นธุรกิจเฉพาะ คนทำก็มีอยู่ไม่กี่คน มันต้องมีสักคนอยู่ในธุรกิจพลังงาน

ก่อนปิดท้ายอภิปราย เจ้าตัวยืนขอร้อง “ท่านได้กำไรพอสมควร ท่านหยุดได้มั้ย”.

 

ฌ.เฌอ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผู้จุดประเด็น

ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง

‘ตื่นเต้นนิดๆ’

จบลงไปแล้วสำหรับฤดูกาลเลือกตั้งไทย แต่เรื่องราวที่น่าจดจำยังมีอีกมาก โดยเฉพาะวีรกรรมต่างๆ จากคนในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ล่าสุดบุคคลระดับบิ๊ก กกต. ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ซึ่งปกติเรามักจะเห็นภาพท่านในมาดนักสืบสวนสุดเนี้ยบ ยอมเปิดใจย้อนรอยเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ทำเอาคน กกต.หลายคนนั่งไม่ติดเก้าอี้

‘บ่นแทนประชาชน’

อย่างที่ทราบกันดีว่าตอนนี้เกิดสงครามที่ตะวันออกกลาง จึงทำให้เกิดผลกระทบแทบจะทั่วทั้งโลก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะกระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชนแล้ว ยังกระทบถึงคุณภาพชีวิตที่สินค้าขึ้นราคา รวมถึงปัญหาใหญ่คือน้ำมันที่ส่งผลกระทบกับประชาชนทุกคน

ลุยแก้ทุกข์ชาวบ้าน

เริ่มปฏิบัติหน้าที่กันแข็งขันสำหรับสส.ป้ายแดงทั้งหลาย หลังผ่านขั้นตอนการแต่งตั้งอย่างสมบูรณ์

ครบเครื่อง

เป็นข้าราชการพลเรือน มันสมองระดับหัว เสธ. สำหรับ เดอะอู-นายดนุชา พิทยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

โจทย์ร้อนข้าวฟรี

เปิดฉากสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 ได้ไม่นาน ก็มี "เผือกร้อน" ลอยมากลางห้องประชุม เมื่อมีการลุกขึ้นตั้งคำถามถึง "งบอาหารกลางวัน สส." ว่าควรมีต่อหรือพอแค่นี้ ในจังหวะที่เศรษฐกิจยังไม่เบาแรงสำหรับประชาชน หลังเจอวิกฤตตะวันออกกลาง