
แวดวงสภาสูงช่วงนี้มีเรื่องให้พูดถึงเยอะ โดยเฉพาะเมื่อประเด็นปากท้องของพี่น้องเกษตรกรอย่าง "ราคาปุ๋ย" กลายเป็นโจทย์หินที่แก้ไม่ตกเสียที ล่าสุดเห็นทีต้องฉายสปอตไลต์ให้ นาวาตรี วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่จู่ๆ ก็ออกมาแถลงข่าวโชว์กึ๋นกลางสภา เสนอทางสว่างในการนำเข้าปุ๋ยจากแดนหมีขาวรัสเซีย แบบที่ฟังแล้วต้องขยี้หูซ้ำ เพราะท่านเล่นวางหมากไกลถึงกรุงมอสโก แถมดูท่าจะแม่นยำเส้นทางยิ่งกว่ากูเกิลแมปเสียอีก
ท่าน สว.วุฒิพงศ์ วิเคราะห์สถานการณ์โลกได้ฉะฉานว่า ปัญหาสงครามระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล รวมถึงความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
มันกำลังพ่นพิษใส่ระบบโลจิสติกส์โลกอย่างหนักโดยเฉพาะเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์อย่าง "ช่องแคบฮอร์มุซ" รวมถึง "ทะเลแดง" และ "คลองสุเอซ" ที่กลายเป็นพื้นที่เสี่ยงอันตรายจนเรือสินค้าขยาด ซึ่งนี่แหละคือต้นเหตุที่ทำให้ปุ๋ยจากรัสเซียและยูเครน แหล่งผลิตใหญ่ของโลก ส่งมาไม่ถึงมือเกษตรกรไทยเสียที ทั้งที่ตอนนี้ในรัสเซียเองปุ๋ยกำลังล้นตลาดจนแทบจะเอามาเททิ้ง เพราะติดปัญหาการส่งออกผ่านทะเลดังกล่าวที่โดนปิดล้อมจากภาวะสงคราม
แต่ระดับนาวาตรีมีหรือจะปล่อยให้ทางตัน ท่านเลยเสนอทางออกแบบ "ทางลัดสยบโลก" ให้รัสเซียปรับแผนการขนส่งใหม่หมด โดยเสนอให้ขนส่งทางบกผ่าน "เส้นทางรถไฟ" จากเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กทางตะวันตกสุดของรัสเซีย ตัดตรงผ่านไซบีเรียข้ามโลกมายังเมืองท่า วาดิวอสต็อก ทางฝั่งตะวันออกสุด ที่ติดกับประเทศจีนและเกาหลีเหนือ แล้วค่อยยกขึ้นเรือต่อลัดเลาะมาถึงท่าเรือแหลมฉบังของไทยเรานี่เอง ซึ่งท่านคำนวณเบ็ดเสร็จว่ากระบวนการนี้จะใช้เวลาเพียง 2-3 สัปดาห์เท่านั้น เร็วกว่าไปอ้อมทะเลแดงที่เสี่ยงโดนขีปนาวุธเป็นไหนๆ
งานนี้ทำเอานักข่าวงงกันเป็นตาแตก เพราะท่าน สว. ออกตัวแรงขนาดนี้ ไปนัดแนะกับ วลาดิมีร์ ปูติน ไว้แล้วหรือเปล่า หรือว่าแอบมีไลน์ลับสายตรงถึงวังเครมลินกันแน่ ถึงได้กล้าไปกำกับการขนส่งของเขาประหนึ่งเป็นบอร์ดบริหารรถไฟรัสเซียเสียเอง เพราะการจะให้มหาอำนาจเปลี่ยนเส้นทางยุทธศาสตร์การค้าข้ามทวีปแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องที่จะพูดกันเล่นๆ ในวงสภากาแฟ
แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ชื่อของ สว.วุฒิพงศ์ กลายเป็นที่จดจำในฐานะมือประสานสิบทิศไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนใครที่คิดจะล้อว่าท่านเป็น "เพื่อนปูติน" ก็ต้องเพลาๆ ลงหน่อย เพราะในยามที่เกษตรกรไทยกระเป๋าฉีกเพราะค่าปุ๋ย ข้อเสนอที่ดู "เหนือเมฆ" แบบนี้แหละที่อาจจะเป็นทางออกที่คาดไม่ถึง ว่าแต่ท่านมีเบอร์พ่อใหญ่ปูตินจริงๆ ใช่ไหม.
วอชเชอร์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ฟังเพลิน’
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นช่วงของวันแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 9-10 เม.ย.ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นงานแรกๆ ที่เป็นงานใหญ่ของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเตรียมข้อมูล ทำการบ้านอย่างหนักเพื่ออภิปรายนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน
พี่ใหญ่ทีมโทรโข่ง
ความเคลื่อนไหวของการจัดทีมโฆษกรัฐบาล “อนุทิน 2” ที่คาดว่าจะมีถึง 4 สาวร่วมทีมทำงาน ซึ่งขณะนี้มี “ดร.กานต์-รัชดา ธนาดิเรก” นั่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ “กิ๊บ-ลลิดา เพริศวิวัฒนา” นั่งรองโฆษกแล้ว
ฤกษ์สะดวก
เก็บตกการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เมื่อค่ำวันจันทร์ที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก ตามประสาของคนเข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ จิตใจเบิกบาน
สั่งวันนี้ เสร็จเมื่อวานซืน
“สั่งวันนี้ เสร็จเมื่อวานซืน” ไม่ใช่แค่วลีขำๆ แต่กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ หลัง “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
น้ำใจการเมือง
ขณะที่อุณหภูมิและการเมืองไทยกำลังร้อนระอุ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องในสภาหรือนอกสภา แต่ทว่าในบรรยากาศของความโศกเศร้าที่เกิดขึ้น ณ วัดบางบอน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา กลับมีภาพความประทับใจที่ทำให้คนการเมืองต้องหันมามองด้วยรอยยิ้ม
‘ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง’
ช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงหน้าร้อนของประเทศไทย ซึ่งผลกระทบของอากาศร้อนนั้นมีมากมาย แต่ปัญหาหนักที่สุดคือเรื่องฝุ่น PM 2.5 ที่ทั้งประเทศไทยได้รับผลกระทบอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือที่มีผู้ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมากและเป็นวงกว้าง

