สงกรานต์ไทยกระหึ่มบนเวทีโลก

เทศกาลสงกรานต์ 2569 ไม่เพียงตอกย้ำภาพลักษณ์ “ซอฟต์พาวเวอร์” แต่ยังสร้างปรากฏการณ์ไทยบนเวทีโลก ถือเป็นการสะท้อนบทบาทของภาครัฐ โดยเฉพาะ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในการจัดงานขนาดใหญ่เพื่อขับเคลื่อนและกระตุ้นการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ จากกระแสตอบรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ส่งผลให้บรรยากาศการท่องเที่ยวคึกคัก สร้างรายได้หมุนเวียนจำนวนมาก และสะท้อนภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางคุณภาพอย่างยั่งยืน

โดย ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน ผู้ประกอบการ และหน่วยงานภาครัฐ ในการร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดี ดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง ส่งผลให้นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์ที่น่าประทับใจ และสะท้อนภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยในเชิงบวกสู่สายตานานาชาติ

ทั้งนี้ สื่อมวลชนต่างประเทศหลายสำนักได้รายงานบรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ของไทยแบบเรียลไทม์ พร้อมยกย่องให้เป็นหนึ่งในเทศกาลระดับโลกที่มีเอกลักษณ์ โดดเด่น และเปี่ยมด้วยพลังทางวัฒนธรรม สอดคล้องกับนโยบาย Value over Volume ที่มุ่งเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพ ภายใต้แนวคิด The New Thailand เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

สำหรับงาน Maha Songkran World Water Festival 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2569 ณ สวนเบญจกิติ กรุงเทพมหานคร มีผู้เข้าร่วมงานรวมทั้งสิ้น 300,878 คน แบ่งเป็นชาวไทย 123,664 คน และนักท่องเที่ยวต่างชาติ 177,214 คน สร้างรายได้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจรวมกว่า 448 ล้านบาท โดยเป็นการใช้จ่ายภายในงานประมาณ 85.3 ล้านบาท และการใช้จ่ายในพื้นที่โดยรอบ รวมถึงภาคการท่องเที่ยวอีก 362.8 ล้านบาท สะท้อนบทบาทของเทศกาลสงกรานต์ในฐานะกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่หลายภาคส่วน

ตลอดระยะเวลา 5 วันของการจัดงาน กิจกรรมไฮไลต์ที่ได้รับความนิยม ได้แก่ การแสดงโดรนกว่า 1,200 ลำ ที่ถ่ายทอดเรื่องราววัฒนธรรมสงกรานต์ในรูปแบบร่วมสมัย รวมถึงโซนเล่นน้ำ คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง และกิจกรรมทางวัฒนธรรมไทยที่ช่วยสร้างบรรยากาศคึกคัก ขณะเดียวกัน ททท.ยังต่อยอดกิจกรรมผ่าน Saneh Art by Songkran Festival 2026 ณ สวนลุมพินี เพื่อสร้างแลนด์มาร์กทางศิลปะและดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องจนถึงสิ้นเดือนเมษายน นอกจากนี้ เทศกาลสงกรานต์ในพื้นที่ต่างจังหวัดยังคงดำเนินต่อเนื่อง อาทิ งานประเพณีสงกรานต์พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นและช่วยกระจายการท่องเที่ยวสู่ภูมิภาค

ขณะที่ นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ภายหลังสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์ พบว่านักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มชะลอการเดินทางในทุกตลาด ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มปกติหลังช่วงพีกซีซัน ประกอบกับปัจจัยภายนอก เช่น จำนวนเที่ยวบินที่ลดลง ราคาบัตรโดยสารที่ปรับสูงขึ้น และสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อการเดินทางระหว่างประเทศ

ข้อมูลล่าสุดในสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่ามี นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยจำนวน 464,720 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 154,761 คน หรือ 24.98% โดยมีค่าเฉลี่ยวันละ 66,389 คน ทั้งนี้ ตลาดหลักยังคงเป็นนักท่องเที่ยวจากจีน มาเลเซีย อินเดีย รัสเซีย และฝรั่งเศส แม้ทุกตลาดจะปรับตัวลดลงในช่วงสั้น

ขณะที่แนวโน้มในสัปดาห์ถัดไปคาดว่าจะฟื้นตัวจากปัจจัยสนับสนุน อาทิ สถานการณ์พลังงานที่คลี่คลาย มาตรการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย Trusted Thailand รวมถึงนโยบายอำนวยความสะดวกการเดินทาง เช่น การยกเว้นบัตร ตม.6 และการเพิ่มเที่ยวบินระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ ภาพรวมการท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-19 เมษายน 2569 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 10,828,380 คน สร้างรายได้รวมประมาณ 529,358 ล้านบาท โดยตลาดหลัก 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน มาเลเซีย รัสเซีย อินเดีย และเกาหลีใต้ ซึ่งยังคงเป็นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวของไทย

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า แม้ภาคการท่องเที่ยวไทยจะเผชิญแรงชะลอตัวระยะสั้นหลังเทศกาลสงกรานต์ แต่ภาพรวมยังคงแข็งแกร่งจากแรงส่งของอีเวนต์ระดับโลกและมาตรการภาครัฐที่ต่อเนื่อง โดยทิศทางในระยะถัดไปจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการรักษาสมดุลระหว่าง “ปริมาณ” และ “คุณภาพ” ของนักท่องเที่ยว ควบคู่กับการบริหารปัจจัยเสี่ยงภายนอก เพื่อคงความมีศักยภาพการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว.

 

กัลยา ยืนยง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แผนแก้ปัญหาคนไม่ตรงกับงาน

ในสังคมไทย เสียงสะท้อนจากทั้งฝั่งผู้ประกอบการและเด็กจบใหม่มักไปในทางเดียวกันคือ "เรียนมาไม่ได้ใช้ ที่ต้องใช้ไม่ได้เรียน" ด้วยปัญหาในกระบวนการทำงาน อันดับแรกๆ คือหลักสูตรในระดับอุดมศึกษาของไทยจำนวนมากมักตามหลังเทคโนโลยีและเทรนด์ธุรกิจโลกอย่างน้อย 3-5 ปี การเรียนการสอนเน้นทฤษฎีในเชิงตำรา ทำให้เมื่อบัณฑิตก้าวเข้าสู่โลกการทำงานจริง องค์กรต้องเสียเวลาและงบประมาณมหาศาลในการ Re-train หรือนับหนึ่งใหม่

โจทย์ใหญ่PDP2026เมื่อผู้ใช้กลายเป็นผู้ผลิต

“ภาวะโลกร้อน” ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และยังมีส่วนสำคัญทำให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานไปทั่วโลก จากการใช้ฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงหลัก ไปสู่การใช้เชื้อเพลิงที่เกิดจากพลังงานหมุนเวียน ขณะนี้ทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะประเทศไทย รัฐบาลมีนโยบายที่จะมุ่งเน้นการปรับทิศทางพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง ควบคู่กับความยั่งยืนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตามรสสงขลา ท่องเที่ยวเชิงอาหาร

การท่องเที่ยวถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องจักรสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลคลอดมาตรการต่างๆ ออกมาจูงใจนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวเมืองไทย แต่ต้องยอมรับภายในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมานั้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยแม้ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นตามสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังต้องเผชิญกับบททดสอบหลายอย่าง ส่งผลให้ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยยังคงเป็นภาวะฟื้นตัวแต่เปราะบาง

การตลาดแบบสุขภาพดี-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หากสังเกตให้ดีจะพบว่า “การวิ่ง” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมออกกำลังกายอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “สกุลเงิน” รูปแบบใหม่ที่หลายแบรนด์นำมาใช้สร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค จะเห็นได้ว่าเริ่มเห็นแคมเปญแปลกตาเกิดขึ้นมากมายในตลาด วิ่งครบระยะแลกรับแว่นตา วิ่งสะสมกิโลเมตรแลกนวดสปา วิ่งแลกบริการความงาม วิ่งแลกอาหารสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่วิ่งแลกสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมธุรกิจที่อยู่กันคนละโลก ตั้งแต่ร้านอาหาร คลินิกความงาม โรงแรม ร้านแว่น ไปจนถึงธุรกิจสัตว์เลี้ยง กลับเลือกใช้ “การวิ่ง” เป็นเงื่อนไขเดียวกันในการมอบรางวัล

‘AI’ กำลังเปลี่ยนตลาดแรงงานโลก

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของโลกการทำงานเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ จากเดิมที่ความกังวลมุ่งไปที่การเข้ามาแทนที่แรงงานของเทคโนโลยี วันนี้โจทย์สำคัญกลับขยับไปสู่คำถามว่า ‘คนทำงาน’ จะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ยังคงมีบทบาทในตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่องค์กรทั่วโลกต่างเร่งนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ทำให้คุณสมบัติและทักษะที่นายจ้างมองหาจากบุคลากรก็เริ่มเปลี่ยนไปพร้อมกัน