
ยกมือสนับสนุนเต็มที่ ให้ "ตำรวจ" กวาดล้างพวก "นักบุญคนบาป" หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง มีพยานหลักฐานที่ชัดเจน
ต้องจับติดคุก ติดตะรางให้เข็ด!!!
เหมือนคดีล่าสุดที่ ตำรวจกองปราบปราม นำกำลังพร้อมหมายจับศาลอาญา เข้าจับกุม "อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์" ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมพวกอีก 6 ราย
ในข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์
ตามข้อมูลการจับกุมของตำรวจครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีตำรวจระดับ "ผกก." ดูแลห้องกัก สตม. นำพยานเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่ "อัจฉริยะ" ไลฟ์สดเกี่ยวกับการขบวนการปล่อยตัวผู้ต้องหาชาวจีน ที่ถูกคุมขังเพื่อส่งตัวกลับประเทศจีน
แต่มีการอายัดตัวจากสถานีตำรวจท้องที่อื่น แจ้งว่าชาวจีนดังกล่าวถูกดำเนินคดีในท้องที่ เมื่อห้องกัก สตม. ปล่อยตัวให้ตำรวจท้องที่ไปแล้ว ปรากฏว่ามีการยินยอมความกันก่อนจะปล่อยตัวไป
หลังจากนั้นอ้างว่า "อัจฉริยะ" มีการกรรโชกทรัพย์ตำรวจนายนี้ เรียกรับเงิน 2.5 ล้านบาท
ตามข่าวที่ปรากฏ ผกก.ตัดความรำคาญด้วยกลัวเสื่อมเสียชื่อเสียง จึงยอมจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวให้ไป โดยมีผู้ร่วมขบวนการของ "อัจฉริยะ" มารับเงินไป แต่เมื่อจ่ายเงินให้ไปแล้ว กลับไม่ยอมจบเรื่อง มีการเรียกเงินอีก ไม่อย่างนั้นจะไลฟ์สดแฉอีก
ทำให้ "ผกก." นายนี้ ตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดีดังกล่าว
ครับ...ถ้ามีพยานหลักฐานที่ชัดเจน มีการเชื่อมโยงขบวนการทุกตัวละครที่เกี่ยวข้องในการร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ก็ต้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ตามขั้นตอน เพื่อนำคดีเข้าสู่ศาลและไปต่อสู้กันตามกระบวนการยุติธรรม
ถูกต้อง เห็นด้วยทุกประการ
แต่...นอกเหนือจากมุมดำเนินคดีอาญากับขบวนการ "กรรโชกทรัพย์" แล้ว
ไม่รู้ว่า "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" โดยเฉพาะสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ สตม. หน่วยงานต้นสังกัดนายตำรวจระดับ "พ.ต.อ." ที่ถูกกรรโชกทรัพย์ ได้มีการตรวจสอบเรื่องที่ถูกนำมากรรโชกทรัพย์ เกี่ยวกับการปล่อยตัวผู้ต้องหาชาวจีนที่ถูกคุมขัง กระทำตามขั้นตอน ตามระเบียบ ตามกฎหมายอย่างถูกต้องหรือไม่ อย่างไร
อย่างน้อยๆ ก็เพื่อให้ความเป็นธรรม ให้ความบริสุทธิ์ "พ.ต.อ." นายนี้ ไม่ต้องถูกสังคมมองในทางลบ ในทางไม่ดี ตามที่ถูกขบวนการกรรโชกทรัพย์มากล่าวอ้าง มาใส่ร้าย
หรือหากมีมูลก็ต้องดำเนินการตามระเบียบ ตามกฎหมาย ไม่ปกป้องพวกพ้องตัวเองเช่นกัน เพราะทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเหมือนกันหมด
ใครผิดว่าไปตามผิด ใครถูกว่าไปตามถูก
อย่าให้สังคมครหามาตรฐาน "สีกากี".
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายพัน...ยะเยือก!
เป็นอย่างไรล่ะ “สีกากี” ปล่อยจอยทำงานในช่วงคาบเกี่ยว รอนายใหม่ รอนโยบายใหม่ แล้วไปหรี่ตา ไปปล่อยปละละเลย ไม่เข้มงวดสถานบันเทิง ไม่เข้มงวดบ่อนพนัน
สตม.ยุค 'ซือแป๋นักสืบ'
ถ้านับถอยหลังกันตอนนี้ ก็เหลืออีกแค่ 10 กว่าวัน “กรมปทุมวัน” จะเข้าสู่การผลัดใบ จากยุค ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ นรต.รุ่น 41 มาสู่ยุค ผบ.ราญ-พล.ต.อ.สำราญ นรต.รุ่น 50
ถึงคิวตั้ง 'นายพัน'
ตำรวจไทยนี่ ถ้าใครใจไม่แข็ง ปอดไม่ดี แข้งขาไม่มีเรี่ยวแรง บอกเลยว่า “อย่ามาเป็น” เชียวนะ คำสั่งแต่งตั้งระดับ “นายพล” เพิ่งเผยแพร่ผ่านประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ วาระประจำปี 2569 จำนวน 281 นาย ในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ไปเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
ใช้งาน 'บิ๊กเต่า'
จบ...เรียบร้อยโรงเรียนจีน การแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" วาระประจำปี 2569 ตั้งแต่ระดับ รอง ผบ.ตร.หรือเทียบเท่า ยศ พล.ต.อ. ลงมาถึง ผู้บังคับการ ยศ พล.ต.ต.
คุณ-นะ-ทำ
เอาซิ...คราวนี้ไม่รู้พวกปากหอย ปากปู ยังจะวิพากษ์วิจารณ์ "โผนายพลสีกากี" กันต่อหรือเปล่า ก็ระดับรุ่นใหญ่ นรต.42 ถึงไม่ใช่พี่ใหญ่สุดในซีรีส์ 4 ของกรมปทุมวัน ณ ตอนนี้ อย่าง บิ๊กนา-พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. หนึ่งในกรรมการบอร์ดกลั่นกรอง ตร. และยังเป็น ก.ตร. ได้ออกมายืนยันการันตี โผแต่งตั้งนายพล ระดับ รอง ผบ.ตร.-ผบก.วาระประจำปี 2569 ว่า
โผวัดใจ 'ก.ตร.'
ครึกครื้นจริงๆ การแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" รอบนี้ "โผรายชื่อ" ปล่อยออกมาเป็นรายวัน บางวันไม่ได้มารอบเดียว เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา 2 รอบ 3 รอบ

