เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก

ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง

นี่คือสัญญาณเตือนว่า “อุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล” ของไทยได้ผ่านพ้นช่วงการลงเสาเข็ม และกำลังก้าวเข้าสู่ “ยุคเดินเครื่องเต็มกำลัง” ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดแรงงานไทยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และ​การที่บริษัทแม่จากสิงคโปร์รายนี้เลือกที่จะไม่นำเข้าแรงงานต่างชาติทั้งหมด แต่กลับเปิดประตูรับตั้งแต่ระดับอาชีวศึกษาไปจนถึงปริญญาตรี สะท้อนให้เห็นถึงยุทธศาสตร์การปักหมุดประเทศไทยให้เป็น Hub ของภูมิภาคอย่างยั่งยืน

โดย​การจัดงาน Tech & AI Career Expo: Bangkok 2026 โดย DayOne Data Center (GDS) ร่วมกับ BOI ไม่ใช่แค่การเปิดรับสมัครงานธรรมดา แต่นี่คือสัญญาณชัดเจนว่าอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในไทยกำลังก้าวข้ามจากการก่อสร้าง เข้าสู่ช่วงดำเนินงานอย่างเต็มตัว โดย​หากดูจากรายชื่อ 30 บริษัทพันธมิตร (เช่น Analog Devices, Hitachi, Schneider, KBTG) จะพบว่าความต้องการแรงงานไม่ได้จำกัดอยู่แค่โปรแกรมเมอร์เท่านั้น แต่หัวใจสำคัญของ Data Center คือวิศวกรรมโครงสร้างพื้นฐาน วิศวกรรมไฟฟ้าและระบบทำความเย็น ที่ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่ต้องรันตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะที่ ด้านความยั่งยืนกลายเป็นตำแหน่งงานใหม่ที่จำเป็น เพราะ Data Center ใช้พลังงานมหาศาล การมีผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานสะอาดจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญในการดึงดูดลูกค้า Global Cloud โดยจุดที่น่าสนใจก็น่าจะเป็นการประกาศรับวุฒิ “อาชีวศึกษา” สะท้อนว่าอุตสาหกรรมนี้ต้องการช่างเทคนิคหน้างานจำนวนมาก ไม่ใช่แค่ระดับบริหาร ซึ่งเป็นโอกาสทองของสายอาชีพไทย

 การจัดงานโดย Data Center รายใหญ่ในครั้งนี้สะท้อนถึงการมองประเทศไทยเป็นฐานธุรกิจระยะยาว และความมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมในการช่วยพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศ โดยเฉพาะการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของไทย และสนับสนุนการก้าวสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลและ Data Center ของภูมิภาค

โดยตำแหน่งงานที่เปิดรับในครั้งนี้ครอบคลุมหลายระดับ ตั้งแต่วิศวกรไฟฟ้าและระบบทำความเย็น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ Data Center ช่างเทคนิคระบบเครือข่ายและไฟเบอร์ออปติก ผู้เชี่ยวชาญด้านคลาวด์และไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืน ไปจนถึงผู้บริหารโครงการและงานสนับสนุนธุรกิจ โดยส่วนใหญ่รับผู้จบการศึกษาระดับอาชีวศึกษาและปริญญาตรี โดยไม่จำเป็นต้องจบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำเท่านั้น

ทั้งนี้​การที่ DayOne (ภายใต้การลงทุน 28,000 ล้านบาทในนิคมฯ อมตะ) สามารถดึงพันธมิตรระดับโลกและไทยมารวมตัวกันได้ แสดงให้เห็นถึงบทบาทในฐานะผู้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานหลักเมื่อมี Data Center ตั้งอยู่ ธุรกิจเกี่ยวเนื่องจะตามมาเป็นคณะ ไม่ว่าจะเป็น Hitachi, Schneider ที่ต้องดูแลระบบจ่ายไฟและสำรองไฟ, iTel, Symphony ที่ต้องลากสายไฟเบอร์ออปติกเข้าสู่ศูนย์กลาง และ​ Data Wow, KBTG ที่ใช้ขุมพลังการประมวลผลจาก Data Center ไปสร้างนวัตกรรม

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ระบุชัดเจนว่า นี่คือการสร้างระบบนิเวศร่วมกับภาคการศึกษา (เช่น สจล. ที่เปิดหลักสูตร Data Center Engineering) การที่ DayOne เน้นจ้างคนไทย 500 อัตรา ไม่ได้เป็นเพียงการทำ CSR แต่คือการลดต้นทุนและลดความเสี่ยงในระยะยาว เพราะการนำเข้าผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศตลอดเวลานั้นมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการพัฒนา “Local Talent” ที่เข้าใจบริบทและกฎระเบียบในประเทศ

การพัฒนากำลังคนถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของอุตสาหกรรม AI และ Data Center ซึ่งกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วทั่วโลก โดยข้อมูลจาก LinkedIn ระบุว่า AI ได้สร้างงานใหม่แล้วกว่า 1.3 ล้านตำแหน่งทั่วโลก สะท้อนความต้องการบุคลากรด้านเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทำให้งาน Expo ครั้งนี้เป็นทั้งคู่มือเล่มสำคัญสำหรับเด็กจบใหม่ รวมถึงยังเป็นการการันตีการเดินหน้าอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของไทยได้อีกหนึ่งระยะ.

 

ณัฐวัฒน์ หาญกล้า

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แผนแก้ปัญหาคนไม่ตรงกับงาน

ในสังคมไทย เสียงสะท้อนจากทั้งฝั่งผู้ประกอบการและเด็กจบใหม่มักไปในทางเดียวกันคือ "เรียนมาไม่ได้ใช้ ที่ต้องใช้ไม่ได้เรียน" ด้วยปัญหาในกระบวนการทำงาน อันดับแรกๆ คือหลักสูตรในระดับอุดมศึกษาของไทยจำนวนมากมักตามหลังเทคโนโลยีและเทรนด์ธุรกิจโลกอย่างน้อย 3-5 ปี การเรียนการสอนเน้นทฤษฎีในเชิงตำรา ทำให้เมื่อบัณฑิตก้าวเข้าสู่โลกการทำงานจริง องค์กรต้องเสียเวลาและงบประมาณมหาศาลในการ Re-train หรือนับหนึ่งใหม่

โจทย์ใหญ่PDP2026เมื่อผู้ใช้กลายเป็นผู้ผลิต

“ภาวะโลกร้อน” ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และยังมีส่วนสำคัญทำให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานไปทั่วโลก จากการใช้ฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงหลัก ไปสู่การใช้เชื้อเพลิงที่เกิดจากพลังงานหมุนเวียน ขณะนี้ทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะประเทศไทย รัฐบาลมีนโยบายที่จะมุ่งเน้นการปรับทิศทางพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง ควบคู่กับความยั่งยืนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตามรสสงขลา ท่องเที่ยวเชิงอาหาร

การท่องเที่ยวถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องจักรสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลคลอดมาตรการต่างๆ ออกมาจูงใจนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวเมืองไทย แต่ต้องยอมรับภายในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมานั้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยแม้ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นตามสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังต้องเผชิญกับบททดสอบหลายอย่าง ส่งผลให้ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยยังคงเป็นภาวะฟื้นตัวแต่เปราะบาง

การตลาดแบบสุขภาพดี-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หากสังเกตให้ดีจะพบว่า “การวิ่ง” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมออกกำลังกายอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “สกุลเงิน” รูปแบบใหม่ที่หลายแบรนด์นำมาใช้สร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค จะเห็นได้ว่าเริ่มเห็นแคมเปญแปลกตาเกิดขึ้นมากมายในตลาด วิ่งครบระยะแลกรับแว่นตา วิ่งสะสมกิโลเมตรแลกนวดสปา วิ่งแลกบริการความงาม วิ่งแลกอาหารสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่วิ่งแลกสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมธุรกิจที่อยู่กันคนละโลก ตั้งแต่ร้านอาหาร คลินิกความงาม โรงแรม ร้านแว่น ไปจนถึงธุรกิจสัตว์เลี้ยง กลับเลือกใช้ “การวิ่ง” เป็นเงื่อนไขเดียวกันในการมอบรางวัล

‘AI’ กำลังเปลี่ยนตลาดแรงงานโลก

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของโลกการทำงานเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ จากเดิมที่ความกังวลมุ่งไปที่การเข้ามาแทนที่แรงงานของเทคโนโลยี วันนี้โจทย์สำคัญกลับขยับไปสู่คำถามว่า ‘คนทำงาน’ จะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ยังคงมีบทบาทในตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่องค์กรทั่วโลกต่างเร่งนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ทำให้คุณสมบัติและทักษะที่นายจ้างมองหาจากบุคลากรก็เริ่มเปลี่ยนไปพร้อมกัน