ช็อปกระจาย

กระแสแรงทั่วไทยสำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทย” ลดภาระค่าครองชีพ ที่ “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย สั่งผลักดันดำเนินการผ่านที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ จนได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามตั้งแต่วันแรก มีประชาชนเข้าร่วมแล้วกว่า 283,894 คน ครอบคลุม 878 อำเภอ ใน 76 จังหวัด ไม่รวมกรุงเทพฯ

ทั้งนี้ ตั้งแต่เปิดจำหน่ายวันแรกที่ “นายกฯ อนุทิน” ไปร่วมคิกออฟที่ตลาดบางใหญ่ซิตี้ นนทบุรี มีสินค้าเข้าร่วมจำหน่ายมากถึง 249,515 ชิ้น ครอบคลุมทั้งสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน สินค้า OTOP และสินค้าจากผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งในด้านผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจพบว่าสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนรวมกว่า 33,738,292.45 บาท

และที่สำคัญสามารถช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนได้แล้วกว่า 7,429,275 บาท สะท้อนผลลัพธ์ของนโยบายที่เข้าถึงประชาชนโดยตรง โดยจังหวัดที่มีมูลค่าการใช้จ่ายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.สุรินทร์ 2.นครราชสีมา 3.เชียงใหม่ 4.ฃขอนแก่น และ 5.ยะลา ส่วนอำเภอที่มีมูลค่าการใช้จ่ายสูงสุดในวันแรก ได้แก่ อำเภอกาบัง จังหวัดยะลา 468,956 บาท อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี 277,000 บาท

สำหรับประเภทสินค้าพบว่า สินค้าจำเป็นยังคงเป็นที่ต้องการสูง โดยกลุ่มห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่มียอดจำหน่ายสูงสุด ได้แก่ น้ำมันพืช ไข่ไก่ ผลิตภัณฑ์ซักล้าง ข้าวสาร ขณะสินค้า OTOP และ SMEs ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

และในวันแรกของการคิกออฟที่นายกฯ อนุทิน ควง “นางศุภจี สุธรรมพันธุ์” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ บุกตลาดบางใหญ่ซิตี้ เพื่อดูการจำหน่ายสินค้า เรียกว่าคึกคักไม่แพ้ที่อื่น เพราะทั้งคู่ไม่ได้แค่มาดู แต่ได้ช็อปกระจายและชิมกระจาย โดยอุดหนุนสินค้าไทยช่วยไทยและสินค้าชุมชนของชาวบ้านที่มาจำหน่ายภายในงาน

เมื่อสังเกตนายกฯ อนุทิน ส่วนใหญ่จะเลือกช็อปของใช้ในครัวเรือนและเครื่องปรุงรส ตามสไตล์พ่อบ้าน อาทิ ข้าวสาร กระดาษทิชชู บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำมันพืช ซอสปรุงรส น้ำมันหอย เป็นต้น ส่วนนางศุภจีช็อปปิ้งหมอนหนุนใบใหม่กลับบ้าน ก่อนที่นายกฯ จะเดินช็อปชิมอาหารต่อในโซนสินค้าชุมชนในตลาด ได้ของกินติดไม้ติดมือเพียบ

ตั้งแต่ห่อหมก ทุเรียน ส้มโอ มะม่วง บางช่วงยังช่วยพ่อค้าแม่ค้าเหมาผลไม้แจกประชาชนที่มาซื้อของด้วย

งานนี้เรียกว่าเงินสะพัดช่วยชาวบ้านของจริง เพราะนายกฯ หนูบอกว่า “มาช็อปวันนี้ใช้เงินไปเกือบ 30% ของเงินเดือนแล้ว” แหะๆๆ.

บรรจง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ไม่ต้องไหว้น้องโฮม'

ช่วงนี้เป็นช่วงปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรอยู่ โดยจะมีการเปิดอีกครั้งในวันที่ 25 ส.ค.ที่จะถึงนี้ โดยในช่วงก่อนที่จะมีการเปิดประชุมสภา ถือว่าเป็นช่วงที่เหล่า สส.ได้ลงพื้นที่อย่างเต็มที่ รวมถึงได้พบปะกับชาวบ้าน หรือทำภารกิจต่างๆ ร่วมกัน

ปักหมุดสาขา 28

พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ครบรอบ 4 ปีแล้วเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2569 พร้อมเดินหน้าก้าวสู่ปีที่ 5 ต่อไปภายใต้การนำของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และนายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค

ใครเอามาติดผม

ทีนี้รู้ยัง ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ดึง รองเล็ก-ปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่เหลืออายุราชการอีกหลายปี มานั่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ดูแลเรื่องกฎหมายให้รัฐบาลทำไม

'จงกราบเถิด'

หากจะกล่าวถึงประเด็นร้อน คงหนีไม่พ้นวิวาทะที่สืบเนื่องมาจากมาตรการคุมเข้มอาวุธปืนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ที่หลุดวาทะเด็ดอย่าง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ออกมา ข้อความสั้นๆ นี้ไม่เพียงแต่สร้างความสับสนให้สังคม

สิงห์รมควันทำพิษ

ช่วงนี้ข่าวอาชญากรรมกลายเป็นกระแสในประเทศทุกวัน ล่าสุดเมืองนนท์ข่าวอาชญากรรมดังๆ มีมาให้เห็นต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ที่ไม่มีคนนนท์คนไหนไม่รู้จักชื่อของผู้มากบารมีประจำพื้นที่ ล่าสุดก่อวีรกรรมระดับตำนานที่กลายเป็นข่าวครึกโครมหลังตกเป็นผู้ต้องหายิงนายก อบจ.นนทบุรี ซึ่งเจ้าตัวถูกตำรวจล็อกมาสอบเค้นและเตรียมเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ

‘อย่ามาเล่นกับ ภราดร’

ช่วงนี้จะเห็นได้ว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังมีเป็นระยะ ทั้งโทร.เข้ามายังโทรศัพท์บุคคล หรือการส่งข้อความ SMS เป็นลิงก์เพื่อให้คลิกเข้าไป โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ออกมาเตือนภัยทุกรูปแบบ