เรือนเสมือนญาติ

คนที่มีประสบการณ์กับชีวิตประจำวันที่ต้องเดินเข้า-ออกโรงพยาบาล เพื่อไปดูแลหรือเป็นกำลังใจให้กับพ่อแม่พี่น้องญาติสนิทที่กลายเป็น "ผู้ป่วย" เท่านั้น ที่จะตระหนักรู้ว่า เงินแต่ละบาทแต่ละสตางค์ และหนทางในการปฏิบัติภารกิจหน้าที่นี้เป็นเรื่องไม่ง่ายเอาเสียเลย

วันนี้เจอเรื่องราวดีๆ .. เมื่อ "วัด" จับมือ “โรงพยาบาล” ให้ที่พักผู้ป่วยยากไร้ ..จึงต้องขยายต่อ เพื่อใครก็ตามที่เข้าถึงเข้าใจจะได้ส่งเสริมสนับสนุนหรือมีส่วนร่วมให้โครงการนี้ดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ทุกคนประจักษ์แจ้งว่า ค่าครองชีพมันสูงขึ้นทุกวัน 

พระครูสมุห์ภักดี ยตินฺธโร หรือที่รู้จักกันในนามว่า “พระอาจารย์ภักดี” แห่งวัดอมรินทรารามวรวิหาร ซึ่งอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลศิริราช บอกเล่าเก้าสิบว่า "เรือนเสมือนญาติ" เริ่มจากการขออนุญาตเจ้าอาวาสองค์ก่อน พระพิศาลพัฒนกิจ โดยได้งบจากวัดมา 50,000 บาท และเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน พระสุนทรกิจจาภิวัฒน์ อีก 50,000 บาท ผสมกับเงินทำบุญจากเจ้าหน้าที่ รพ.ศิริราช สร้างห้องพักสำหรับญาติผู้ป่วย ทำให้สามารถเริ่มต้นจากห้องเล็กๆ เพียง 2 ห้อง รับคนได้ 5-6 คน

หัวใจสำคัญที่ทำให้เรือนเสมือนญาติแตกต่างจากการพักในวัดทั่วไปคือ "ระบบการคัดกรอง" พระอาจารย์เน้นย้ำว่าที่นี่ไม่ได้เปิดให้วอล์กอินเข้ามาพักได้ทันที แต่ต้องผ่านกระบวนการของโรงพยาบาล ดังนี้

1.คัดกรองโดยงานสังคมสงเคราะห์ ผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านทุนทรัพย์หรือที่พัก ต้องแจ้งพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ เพื่อส่งต่อให้นักสังคมสงเคราะห์ประเมิน

2.ระบบ Line Group นักสังคมสงเคราะห์จะประสานผ่านกลุ่มไลน์กับทางพระอาจารย์เพื่อเช็กเตียงว่าง

3.ใบส่งตัวอย่างเป็นทางการ เมื่อมีเตียงว่าง โรงพยาบาลจะออกใบส่งตัวพร้อมสำเนาบัตรประชาชน เพื่อยืนยันสถานะความเป็นผู้ป่วยจริงและความปลอดภัยของผู้พักร่วมกัน

4.พักตามจริง ระยะเวลาการพักจะอิงตามแผนการรักษาในใบส่งตัว ไม่ว่าจะเป็น 3 วัน 5 วัน หรือ 90 วัน ก็สามารถพักได้ตลอดการรักษาหรือดูแลผู้ป่วยจนจบการรักษา

“เคยมีเคสพักนานที่สุดถึง 6 เดือน รักษาจนคุ้นเคยกันเหมือนญาติ วันที่มาเขานั่งรถเข็นมา แต่ขากลับเขาเดินกลับเองได้ เห็นแล้วมันอิ่มใจ นี่คือที่มาของชื่อเรือนเสมือนญาติ” พระอาจารย์ภักดีกล่าว

"ค่าไฟ" บริหารบนพื้นฐานความโปร่งใสโดยทางวัดจะสำรองจ่ายไปก่อน แล้วนำใบเสร็จไปวางบิลที่งานสังคมสงเคราะห์ เพื่อเบิกเงินจาก “ศิริราชมูลนิธิ" กลับคืนมาภายหลัง ส่วนค่าน้ำ ค่าอินเทอร์เน็ต พระอาจารย์ภักดีเป็นผู้รับผิดชอบเองจากปัจจัยส่วนตัว รวมถึงน้ำดื่ม นม และอาหารที่ได้จากการบิณฑบาต ก็นำมาแบ่งปันให้ญาติโยมในครัวส่วนกลาง แต่ถ้าในตู้เย็นขาดเหลืออะไร จะใช้ปัจจัยซื้อ

ที่สำคัญ เพื่อความโปร่งใส พระอาจารย์ภักดีจะไม่รับเงินบริจาคเข้าบัญชีส่วนตัว แต่จะให้ประชาชนไปบริจาคที่ศิริราชมูลนิธิ เข้า "กองทุนเรือนเสมือนญาติ" โดยตรง ซึ่งนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

ดังนั้นใครอยากทำบุญทีเดียวได้ 2-3 เด้งล่ะก็ สามารถบริจาคสิ่งของ เช่น ผงซักฟอก, ยาสีฟัน, น้ำดื่ม ฯลฯ ได้ที่พระอาจารย์ภักดี วัดอมรินทรารามวรวิหาร แต่ถ้าประสงค์จะบริจาคเงิน บริจาคได้ที่ศิริราชมูลนิธิ โดยระบุ กองทุนเรือนเสมือนญาติค่ะ..สาธุ!!.                                                                   

"ป้าเอง"

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เพิ่งรู้นะนี่!!

ปฏิบัติเป็นปกติมาตั้งแต่เกิดก็ว่าได้ กับการวางแปรงสีฟันแนวตั้ง เมื่อแปรงฟันเสร็จสรรพเรียบร้อย ในอดีต ไม่ได้มีหรอกนะ แอกเซสซอรีใส่แปรงสีฟันในห้องน้ำเป็นกรณีพิเศษ เราก็จะหาแก้วเปล่ามาสักใบ แล้วก็ใส่แปรงสีฟันพร้อมกับหลอดยาสีฟัน โดยเชื่อว่า ..ถูกต้องแล้วคร้าบบบ สืบเนื่องต่อกันมา

รู้แล้ว..เอามาเล่าต่อ

บางวัน…เราไม่ได้อยากกินของอร่อยมากเท่าอยากกิน “ของดีต่อร่างกาย” มากกว่า เช้าวันที่เรารู้สึกว่าท้องไม่ค่อยสบาย อยากได้อะไรเบาๆ แต่ยังอิ่มท้องและดีต่อลำไส้ เครื่องดื่มอุ่นๆ สักแก้วอาจเป็นคำตอบที่ดีที่สุด และถ้าเครื่องดื่มแก้วนั้นทำจาก “ถั่วลูกไก่” ที่หลายคนรู้จักในชื่อถั่วชิกพี ก็ยิ่งน่าสนใจขึ้นไปอีก

รู้จักไหม..สปาใจ

มนุษย์ป้าเป็นคนหนึ่งนะ ที่พอทำครัวเสร็จก่อนนั่งลงกินข้าว ต้องล้างเครื่องครัว และจานทุกใบให้หมดจดไปรอบหนึ่งก่อน จากนั้นเวลากินข้าวเสร็จก็จะต้องลุกไปล้างจานทันที ก่อนที่จะทำอะไรอย่างอื่นต่อไป

ลัทธิ..บูชาความงาม!

นาทีนี้คอหนังซีรีส์ในแพลตฟอร์มต่างๆ ที่ต้องควักเงินจ่ายค่าดู หากไม่เคยปีนขึ้นไปบนกำแพงจีนนั่งดูละครแนวพีเรียดเรื่อง "ล่าหยก" ก็ถือว่า out ไม่ใช่แฟนคลับซีรีส์ หรือก็น่าจะอายุไม่ถึงเกณฑ์ที่เรียกว่า วัยเกษียณ