ส่องแคนดิเดต 'ผบ.ทร.' คนใหม่

สมกับเป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ให้ "ตำรวจ" ไร้เส้น ไร้สายได้รับความเป็นธรรมอย่างแท้จริง คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ หรือ ก.พ.ค.ตร. หลัง พ.ต.อ.หญิง สายวริน ลาภไพบูลย์พงศ์ พยาบาล (สบ 5) กลุ่มงานพยาบาล โรงพยาบาลตำรวจ ร้องทุกข์กรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจวาระประจำปี 2567 มีคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) และ ผบ.ตร.เป็นคู่กรณี สุดท้าย ก.พ.ค.ตร.ได้มีคำวินิจฉัย ลงวันที่ 15 ส.ค. 2568 ให้คู่กรณีในการร้องทุกข์ทั้ง 2 พิจารณาแต่งตั้งผู้ร้องทุกข์ให้ดำรงตำแหน่งสูง

ขึ้นในสังกัดโรงพยาบาลตำรวจ ในวาระการแต่งตั้งประจำปี 2568 ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค.ตร. แต่งตั้ง พ.ต.อ.หญิงให้ดำรงตำแหน่ง พยาบาล (สบ 6) โรงพยาบาลตำรวจ และขอพระราชทานยศ พล.ต.ต.หญิง ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2568 โดยเมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2569 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องแต่งตั้งข้าราชการตำรวจและพระราชทานยศตำรวจชั้นนายพลแก่ พล.ต.ต.หญิง สายวริน ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอ

นี่ถ้าใครยังไม่เชื่อว่า ตี๋ซีโฟร์-หมิงเฉิน ซัน หนุ่มจีนวัย 31 ปี ที่ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำใน จ.ชลบุรี จนนำไปสู่การขยายผลทลายคลังแสงอาวุธสงครามร้ายแรง อาทิ ระเบิด C4, ปืน M16 และระเบิดสังหารจำนวนมากที่ซุกซ่อนในบ้านพักหรูเมืองพัทยา เป็นพวกชื่นชอบและสมสมอาวุธสงคราม ไม่ใช่พวกที่จะนำอาวุธไปก่อวินาศกรรมในไทย หรือเตรียมมาก่อเหตุรุนแรงในไทย น่าจะต้องโดนไม้เรียว "คุณตำรวจ" ฟาดก้น ฐานไม่ยอมเชื่อเจ้าพนักงาน เพราะตั้งแต่ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่สีกากี ตัดจบตั้งแต่วันไปที่โรงพักนาจอมเทียน จ.ชลบุรี บอกจากการสืบสวนและสายข่าวยังไม่พบเรื่องการก่อวินาศกรรม การครอบครองอาวุธสงครามจำนวนมาก มาจากการชื่นชอบส่วนตัวและชอบสะสม ก่อนที่จะมีข้อมูล "ตี๋ซีโฟร์" เป็นระดับบอสแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จนเป็นดรามาคำยืนยัน "ผบ.ต่าย" จากนั้น ทั้ง พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.2 และ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ฝ่ากระแสดรามายืนยันตามเจ้านาย "ตี๋ซีโฟร์" ไม่เกี่ยวข้องกับการเข้ามาก่อวินาศกรรม แต่ยอมรับเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชายแดน...นั้นในเมื่อ "คุณตำรวจ" พยายามยืนยันไม่เกี่ยวข้องวินาศกรรมหรือเตรียมก่อเหตุในไทย ก็ต้องเชื่อตามนั้น...หรือใครจะท้าทายไม้เรียว (อิอิ) ๐

ปรบมือดังๆ ให้ "ตำรวจ" ทุกหน่วยงานที่ยังคงทำงานหนักในการปราบปราม "ยาเสพติด" หลังเห็นตัวเลขผลการปฏิบัติปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ช่วงวันที่ 1 ต.ค. 2568 ถึง 11 พ.ค. 2569 ที่ นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานร่วมกับ ผบ.ต่าย อธิบดีกรมการปกครอง-นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. จับกุมคดีเกี่ยวกับยาเสพติดได้ 183,979 คดี ยึดของกลางยาบ้า 915 ล้านเม็ด ไอซ์ 34,116 กิโลกรัม เฮโรอีน 756 กิโลกรัม เคตามีน 5,222 กิโลกรัม ยาอี 274,880 เม็ด อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดรวมมูลค่ากว่า 7,143 ล้านบาท  ทั้งการจับกุมปราบปรามจาก ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค1 ตำรวจตระเวนชายแดน และตำรวจสอบสวนกลาง นั่นแสดงให้เห็นว่า "ยาเสพติด" แพร่ระบาดกระจายไปทั่วทุกพื้นที่ แม้การจับกุมครั้งนี้จะได้ของกลางจำนวนมาก แต่ก็เชื่อว่ายังมียาเสพติดอีกจำนวนมาก คงต้องวาน "ตำรวจ" และหน่วยงานที่เกี่ยว ต้องกวาดล้างกันต่อไป ๐

นอกจากมี "เสธ.เอี่ยว" พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว  (ตท.26) รองเสนาธิการทหาร เป็นเลขานุการคณะพูดคุยสันติสุขฯ  แล้ว รัฐบาลเคาะชื่อ “บิ๊กอั๋น” พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา (ตท.19) อดีตเลขาธิการ สมช. และอดีตหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุข นั่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนไทย-กัมพูชา หรือเจบีซี ปรับโหมดหัวหน้าทีมจากเดิมเป็นท่านทูต “ประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย” มาเป็นอดีตนายทหารสายยุทธการ ที่กองทัพให้รับการยอมรับฝีมือ หลังเกษียณอายุราชการ “บิ๊กอั๋น” ถูกดึงตัวมาช่วยงาน รมว.กลาโหมหลายคน และด้วยศักยภาพของนายทหารทั้งสองนาย ซึ่งทำงานด้านการทหารและการต่างประเทศ รวมถึงผ่านประสบการณ์การเจรจาในเรื่องชายแดนมาอย่างโชกโชน ก็เชื่อว่าน่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี และยั่งยืนในการแก้ไขปัญหา ในขณะที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เตรียมเสริมทีม กต. เข้าไปสนับสนุน พร้อมเชื่อมั่นว่าการทำงานจะเป็นเอกภาพ     ๐

“กองทัพเรือ” ยังลุ้นความต่อเนื่องในการจัดหาเรือฟริเกตลำที่สอง หลังตรวจเยี่ยมการฝึกสนับสนุนการปฏิบัติการด้วยระบบอากาศยานไร้คนขับของกำลังทางเรือ บริเวณอ่าวไทยตอนบน และการฝึกโจมตีโฉบฉวยสะเทินน้ำสะเทินบก ณ หาดยาว อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ย้ำความจำเป็นในการจัดหาเรือฟริเกตในงบฯ ปี 2570 และพร้อมชี้แจงเหตุผลต่อรัฐบาล ย้ำด้วย พล.ร.อ.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ขยายความการฝึก “ทร.69” ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบขีดความสามารถกำลังรบที่มีอยู่ เทียบกับสถานการณ์ภัยคุกคามที่มีแนวโน้มซับซ้อนมากขึ้น รวมทั้งการเสริมกำลังทางเรือของประเทศในภูมิภาค ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนากำลังทางเรือเพิ่มเติม โดยเฉพาะการมีเรือฟริเกตสมรรถนะสูงเพื่อรองรับภารกิจควบคุมพื้นที่ทางทะเล 

ในการฝึกวันนั้น ยังมีการโฟกัสไปที่แผงผู้บังคับบัญชาการของกองทัพเรือ ที่เข้าข่ายแคนดิเดต ผบ.ทร.คนใหม่ หลังจาก พล.ร.อ.ไพโรจน์จะเกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย.นี้ ในคณะขาดเพียง พล.ร.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล (ตท.26 ) ผช.ผบ.ทร.ซึ่งติดภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ  ส่วนที่เหลือมากันครบ ได้แก่  พล.ร.อ.สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช รองผู้บัญชาการทหารเรือ ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการกองการฝึก ทร.69 ด้วย นอกจากนั้นยังมี พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล (ตท.27) เสนาธิการทหารเรือ ซึ่ง ผบ.ทร.ส่งไปประสานงานร่วมกับรัฐบาลในหลายเรือง และ พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี  (ตท.26 ) ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ในฐานะประธานคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนต่อเรือฟริเกตสมรรถนะสูง ท่ามกลางกระแสข่าวว่าการวางตัวบุคคลในการโยกย้ายปลายปีครั้งนี้จะมีผลต่อสมการ ผบ.ทร.ในปี 2570 โดยจะมีม้ามืดเข้าวิน 5 เสือ ทร.นี้ต่อคิวแบบปีต่อปี

พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เตรียมตัวทำการบินกับเครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพอากาศไทยในตำแหน่งนักบินที่ 2 วันอังคารที่ 19 พ.ค.นี้ ที่กองบิน 4 อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ โดยก่อนทำการบินท่านได้ผ่านการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกายอย่างเข้มงวดมาพักใหญ่แล้ว และก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน พล.อ.อุกฤษฎ์จะนั่งเป็นประธานการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ ติดตามการดำเนินการของเหล่าทัพในหลายประเด็น โดยเฉพาะยิ่งการเตรียมความพร้อมของเหล่าทัพในเรื่องการรักษาอธิปไตย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ของใหม่ไม่ได้ดีเสมอไป

ในความทันสมัย เราจะเห็นภาษาอังกฤษว่า “neo” ที่แปลว่าใหม่ และภาษาไทย เราก็จะเจอคำว่า “นว” (อ่านว่า “นะวะ” ซึ่งก็แปลว่าใหม่เหมือนกัน นอกจากนี้ในวิชาการจัดการที่จะต้องสอนเรื่องการวาง

เมื่อชาวยิวถูกเกลียดชังไปทั่วทั้งโลก!!!

คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้...ว่าด้วยความ ก้าวหน้า-ก้าวไกล ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านการสื่อสารมันเลยทำให้บรรดา กูรู-กูรู้ ไม่ว่าในบ้านเราหรือในระดับโลกก็ตามที

คิดจะฟ้องไทย...ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า

สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่

ความรู้-คู่-คุณธรรม

คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้...ว่าด้วยความ ก้าวหน้า-ก้าวไกล ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านการสื่อสารมันเลยทำให้บรรดา กูรู-กูรู้ ไม่ว่าในบ้านเราหรือในระดับโลกก็ตามที

'แคนดิเดต ผบ.' หวิดงานเข้า

จู่ๆ ก็เกือบงานเข้า บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หนึ่งในแคนดิเดตชิงเก้าอี้ "ผู้นำสีกากี" ต่อจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก

เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม