
ไปกันต่อครับ...
วานนี้ (๙ กรกฎาคม) ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน ๔ แสนล้าน ที่มีชื่อเต็มว่า พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.๒๕๖๙ ว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ วรรคหนึ่ง
ลงมติด้วยคะแนน ๗ ต่อ ๒ เสียง
รัฐธรมนูญมาตรา ๑๗๒ วรรค ๑ บัญญัติไว้ว่า
“ในกรณีเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ พระมหากษัตริย์จะทรงตราพระราชกำหนดให้ใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติก็ได้”
ฝ่ายค้านที่ยื่นเรื่องไม่ต้องรับผิดชอบอะไรครับ เพราะนี่คือการทำหน้าที่ตรวจสอบตามกระบวนการที่กำหนดเอาไว้ในกฎหมาย
ก็ตามนั้นครับ
เพราะวิกฤตพลังงานจากสงครามตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบไปทั่วโลก
บางประเทศถึงขั้นไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่มีน้ำมันเติมรถ เช่น ศรีลังกา เป็นปัญหาซ้ำเติมจากเศรษฐกิจที่ตกต่ำอย่างหนักอยู่แล้ว
บางประเทศเกิดวิกฤตต่อเนื่อง เช่น อินโดนีเซีย ขณะนี้สถานการณ์ลูกผีลูกคน ค่าเงินรูเปียตกหนักรอบ ๒๗ ปี
ถอยไปโน่น...เลยครับ ต้มยำกุ้ง ปี ๒๕๔๐
ฉะนั้นไม่แปลกใจที่มติศาลรัฐธรรมนูญจะออกมาในทิศทางนี้
แต่ดูเหมือนว่าฝ่ายค้านจะไม่เห็นด้วย
ในการแถลงข่าว "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" บอกว่า...
"...เรามีความกังวลเป็นห่วงว่า การวินิจฉัยครั้งนี้จะนำไปสู่การสร้างบรรทัดฐานเกี่ยวกับการกู้เงินของรัฐบาล ในกรณีที่รัฐบาลมีงบประมาณไม่เพียงพอ แต่เป็นภาวะเศรษฐกิจปกติ ก็จะเป็นบรรทัดฐานใหม่ และส่งผลกระทบจากอดีตที่ผ่านมา จากกรอบวินัยการเงินการคลัง ที่ถูกกำหนดไว้ในกฎหมายตั้งแต่รัฐธรรมนูญลงมา ซึ่งประเทศไทยมีปัญหานี้ค่อนข้างน้อย ในรอบหลาย ๑๐ ปีที่ผ่านมา
ดังนั้นคงต้องรอดูคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อที่จะให้ความเห็นได้ แต่ความกังวลเรายังมีแน่นอน..."
ใช่ครับ เป็นเรื่องน่ากังวล หากรัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงินแบบส่งเดช ทั้งๆ ที่เศรษฐกิจอยู่ในภาวะปกติ
ฉะนั้นมีคำถามว่า ช่วงสงครามตะวันออกกลางลากยาวมาวันนี้ ซึ่งมีแนวโน้มว่าสงครามจะกลับมาอีกครั้งนั้น ได้ก่อให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจหรือไม่
แน่นอนครับ ขณะนี้แบงก์ไม่ล้ม บริษัทไม่แห่ปิดกิจการ ผู้คนยังไม่ตกงานเหมือนช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง
แต่การบอกว่าเศรษฐกิจอยู่ในภาวะปกติ เห็นทีต้องพูดกันยาว
วิกฤตพลังงานแม้ดูจะเบาลงไปบ้าง แต่วิกฤตที่แท้จริงยังซ่อนอยู่ข้างหลัง
มีใครตอบได้บ้างว่าสถานการณ์ในตะวันออกลางจะไม่เลวร้ายไปกว่าทุกวันนี้
"โดนัลด์ ทรัมป์" โพสต์บน Truth Social ถึงการโจมตีอิหร่านรอบใหม่ว่า
"นี่เป็นการแก้แค้นสำหรับการทิ้งระเบิดเรือของอิหร่านเมื่อวานนี้ ถ้าพวกเขาทำให้เกิดขึ้นอีกครั้ง มันจะแย่กว่านี้มาก"
มันเป็นเกมล้างแค้นกันแล้วหรือ?
อิหร่านเองก็เหมือนไม่อยากจบ โจมตีฐานทัพสหรัฐหลายสิบแห่งในคูเวตและบาห์เรนคืน
สัปดาห์หน้า เดือนหน้า ตอบไม่ได้ครับว่า ราคาน้ำมันจะกลับมาพุ่งพรวด
หรือยังทรงๆ เท่าเดิม
แต่ก็พอประเมินได้ครับว่า การเจรจายุติสงครามมีความเปราะบางอย่างมาก ฉะนั้นอย่าชะล่าใจ แล้วไม่ได้เตรียมการรับมือกับวิกฤตสงครามรอบใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตของ "อภิสิทธิ์" ก็น่าสนใจ
"...ในภาพของการแถลงที่ผ่านมา โครงการในส่วนนี้ สิ่งที่เราวิตกกังวลคือ ท่านมองเพียงแค่ว่าความมั่นคงทางเศรษฐกิจตรงนี้คือการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซจนมากเกินไป
รัฐบาลพูดแต่เพียงว่าจะสนับสนุนเรื่องของโซลาร์เซลล์ ยานยนต์ไฟฟ้า แต่จริงๆ แล้ว พูดในลักษณะที่จะมีแต่การส่งเสริมการนำเข้า ซึ่งไม่ได้หมายความว่าการพึ่งพาต่างประเทศลดลง
เราพยายามพูดมาตลอดว่า ทางเลือกอื่นๆ ก็มี โดยเฉพาะการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เป็นประโยชน์ เช่น ปาล์ม เป็นต้น แต่ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลมีความชัดเจนแค่ไหน และรัฐบาลยืนยันว่าโครงการหลักๆ เป็นเพียงการส่งเสริมให้มีโซลาร์เซลล์กับยานยนต์ไฟฟ้า..."
เงินกู้ ๒ แสนล้านบาทตรงนี้แหละครับที่ยังไม่ชัด รัฐบาลควรให้ภาพการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เร่งด่วนชัดเจนกว่านี้
ให้สมกับการต้องออกเป็น พ.ร.ก.
สุดท้าย ที่น่ากังวลที่สุดคือ งบประมาณทุกบาททุกสตางค์ต้องถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่าและถูกต้อง
ไม่มีการคอร์รัปชัน
ที่ห่วงเรื่องนี้ก็เพราะในอดีตโครงการเร่งด่วนในวิกฤตมีการคอร์รัปชันให้เห็นมาแล้ว
เช่น การทุจริตปลากระป๋อง ในโครงการ "ไทยเข้มแข็ง" ปี ๒๕๕๒
คดีทุจริตปลากระป๋องเน่า มันอื้อฉาวมากครับ
เรื่องนี้เกิดกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
การจัดซื้อถุงยังชีพ ช่วงต้นปี ๒๕๕๒ มีการใช้งบประมาณแผ่นดินจัดซื้อปลากระป๋องเพื่อนำไปบรรจุในถุงยังชีพ สำหรับแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยและราษฎรผู้ยากไร้ในพื้นที่ห่างไกล เช่น อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ และพื้นที่ในจังหวัดพัทลุง
เมื่อประชาชนนำไปเปิดบริโภค กลับพบว่าปลากระป๋องเหล่านั้นมีสภาพเน่าเสีย น้ำซอสมีสีดำ มีกลิ่นเหม็นคาวรุนแรง และที่สำคัญคือ ไม่มีตราสัญลักษณ์เครื่องหมาย อย.
เป็นเหตุให้ "วิฑูรย์ นามบุตร" รัฐมนตรีในขณะนั้นต้องพ้นจากตำแหน่ง
เรื่องไปที่ ป.ป.ช. ขึ้นโรงขึ้นศาลจากคดีอื่นๆ ด้วย
ครับ...หวังว่าคงไม่มีคดีกินโซลาร์เซลล์ตามมา
นายกฯ อนุทินต้องแสดงบทผู้นำใจซื่อมือสะอาดให้ได้
เพราะวันนี้แทบไม่มีที่ยืนให้นักการเมืองโกงกินอีกแล้ว
แม้โกงแล้วอาจรอดในทางกฎหมาย
แต่ในทางสังคม เน่าทั้งตระกูล.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุบหรือไม่ยุบดี
เสียงแตกครับ... ไม่ใช่เรื่อง "เมสซี" กับ "โรนัลโด" ใครเก่งกว่ากัน แต่เป็นเรื่อง "ยุบ" หรือ "ไม่ยุบ" กอ.รมน. ที่ย่อมาจาก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
สั่งทุบราคาน้ำมัน
ใครๆ ก็อยากได้น้ำมันราคาถูก วานนี้ (๗ กรกฎาคม) นายกฯ อนุทิน ขึงขังสั่ง รัฐมนตรีขิง "เอกนัฏ พร้อมพันธุ์" ลดราคาน้ำมันโดยพลัน
'เอกนิติ' ไม่ได้มาเล่นๆ
ชอบครับ... หลงรัก "เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ" เสียแล้วล่ะครับ จะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสักกี่คน ที่ยอมพูดถึงสถานะทางเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง ของประเทศโดยไม่มีการปิดบังใดๆ
อยากลอง 'นายกฯ เท้ง'
พระเจ้าช่วยกล้วยไข่... วานนี้ (๕ กรกฎาคม) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ ๒/๒๕๖๙"
ความหมายมากกว่าภาพที่เห็น
มีคนอยู่พวกหนึ่งครับ ทั้งชีวิตไม่เคยคิดดี คิดบวก มองทุกอย่างลบหมด ทั้งๆ ที่เรื่องนั้นเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ พวกนี้หลายคนอยู่ประเทศไทยไม่ได้ เพราะทำผิดกฎหมาย
ไม่ใหญ่ทําไม่ได้
๒ กรกฎาคม ช่างเป็นวันที่้น่ากลัวจริงๆ ครับ... คงยังจำกันได้ ๒ กรกฎาคม ๒๕๔๐ ประเทศไทย โดยธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศครั้งสำคัญ "ลอยตัวค่าเงินบาท"

