ศบค.ยกเลิกกักตัวผู้เสี่ยงสูงเปลี่ยนมาสังเกตอาการแทน 'ลงอ่าง' ต้องสวมหน้ากาก ต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2 เดือน

 

ศบค.ยกเลิกกักตัวผู้เสี่ยงสูง เปลี่ยนมาสังเกตอาการแทน ไฟเขียวเปิดผับ บาร์ คาราโอเกะ อาบอบนวด พื้นที่สีเขียว-สีฟ้า ลงอ่างต้องสวมหน้ากาก เห็นชอบคนไทยเข้าประเทศไม่ต้องลงไทยแลนด์พาส เริ่ม 1 มิ.ย. ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 2 เดือน จนกว่าจะเป็นโรคประจำถิ่น

20 พ.ค.2565 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.แถลงภายหลังการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ว่า ปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 6,463 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 6,439 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 6,429 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 10 ราย มาจากเรือนจำ 23 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 1 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 7,091 ราย อยู่ระหว่างรักษา 58,910 ราย อาการหนัก 1,037 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 510 ราย เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 41 ราย เป็นชาย 23 ราย หญิง 18 ราย เป็นผู้เสียชีวิตที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 36 ราย มีโรคเรื้อรัง 4 ราย ไม่มีโรคเรื้อรัง 1 ราย มียอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 4,401,378 ราย มียอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 4,312,790 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 29,678 ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 525,864,514 ราย เสียชีวิตสะสม 6,297,053 ราย

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ทิศทางการติดเชื้อ ป่วยหนัก และเสียชีวิตต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ถือว่าการเข้าสู่การประกาศโรคประจำถิ่นในระยะที่สามเร็วขึ้นกว่าเดิม แต่การประกาศให้โควิดเป็นโรคประจำถิ่นยังคงวันที่ 1 ก.ค.ไว้ก่อน เพราะต้องรอดูมาตรการผ่อนคลายต่างๆ ทั้งการเปิดสถานบันเทิง และการเปิดภาคเรียนที่เป็นตัวแปรว่าเป็นอย่างไร

โฆษกศบค.กล่าวว่า ที่ประชุม ศบค.เห็นชอบปรับมาตรการการกักตัวในส่วนของผู้สัมผัสเสี่ยงสูง จากเดิมให้กักตัว 5 วัน และสังเกตอาการอีก 5 วัน เปลี่ยนเป็นไม่ต้องกักตัว แต่ให้สังเกตอาการเป็นเวลา 10 วัน และให้ตรวจเอทีเคเมื่อมีอาการป่วยระบบทางเดินหายใจ ขณะเดียวกัน ยังเห็นชอบปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ จากเดิมมีพื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง) 65 จังหวัด ปรับลดลงเหลือ 46 จังหวัด และเพิ่มพื้นที่เฝ้าระวัง (สีเขียว) 14 จังหวัด ประกอบด้วย ชัยนาท ตราด นครพนม น่าน บุรีรัมย์ พิจิตร อ่างทอง มหาสารคาม ยโสธร ลำปาง สุราษฎร์ธานี สุรินทร์ อุดรธานี และอำนาจเจริญ พื้นที่นำร่องท่องเที่ยว (สีฟ้า) จาก 12 จังหวัด เป็น 17 จังหวัด ประกอบด้วย กระบี่ กทม. กาญจนบุรี จันทบุรี ชลบุรี เชียงราย เชียงใหม่ นครราชสีมา นนทบุรี นราธิวาส ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ พังงา เพชรบุรี ภูเก็ต ระยอง สงขลา

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการในพื้นที่สีเหลือง ห้ามจัดกิจกรรมรวมกลุ่มคนเกิน 1,000 คน ขณะที่มาตรการในพื้นที่สีเขียวและฟ้านั้น จัดกิจกรรมต่างๆ ได้ตามความเหมาะสม อีกทั้งยังผ่อนคลายให้สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ อาบ อบ นวด หรือสถานที่อื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันเปิดดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. โดยให้จำหน่ายและบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ไม่เกิน 24.00 น. งดกิจกรรมดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก้วเดียวกัน งดกิจกรรมส่งเสริมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนการให้บริการที่มีการคลุกคลีและสัมผัสใกล้ชิดกับลูกค้า เช่น อาบ อบ นวด ต้องสวมหน้ากาก โดยผู้รับบริการไม่ต้องโชว์ผลตรวจโควิด เพียงแต่โชว์ผลการฉีดวัคซีน พร้อมกับขอความร่วมมือกลุ่ม 608 งดหรือเลี่ยงเข้าพื้นที่เหล่านี้


นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ขณะที่มาตรการของสถานประกอบการ ผู้ให้บริการ นักร้อง นักดนตรี ต้องได้วัคซีนตามเกณฑ์และได้รับเข็มกระตุ้น ตรวจคัดกรองความเสี่ยงพนักงานทุกวัน และตรวจเอทีเคทุก 7 วัน สถานบริการต้องขึ้นทะเบียนและขออนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ประเมินตนเองผ่านแพลตฟอร์มไทยสตอปโควิด อีกทั้งต้องให้กระทรวงมหาดไทย กทม. กระทรวงสาธารณสุข และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดติดตามอย่างใกล้ชิด โดยนายกฯเน้นย้ำว่าหากเปิดได้และทำได้ดี สนับสนุนให้ทำต่อ แต่ได้แจ้งหน่วยงานด้านความมั่นคงว่าถ้าทำได้ไม่ดี ไม่สอดคล้องกับมาตรการ เจ้าหน้าที่มีสิทธิใช้อำนาจเข้าไปตรวจสอบและสั่งปิดการบริการได้เพื่อความปลอดภัย

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวต่อว่า ที่ประชุม ศบค.เห็นชอบปรับมาตรการป้องกันโรคสำหรับการเดินทางเข้าราชอาณาจักร โดยปรับลดการตรวจในการเข้าราชอาณาจักร ผู้เดินทางที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือได้รับวัคซีนไม่ครบ สามารถแสดงผลตัวเอทีเคโดยแพทย์ หรือผลตรวจ RT-PCR ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง และยกเลิกการกักตัวในกลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือได้รับวัคซีนไม่ครบ แต่หากเดินทางมาถึงแล้วไม่มีผลตรวจโควิด ให้ตรวจเอทีเคที่สนามบิน ขณะที่ระบบไทยแลนด์พาสนั้น ให้คงเหลือเฉพาะชาวต่างชาติเท่านั้น โดยกรอกข้อมูลเพียงแค่ ประวัติการรับวัคซีน การทำประกันวงเงิน 1 หมื่นยูเอสดอลลาร์ และพาสปอร์ต เมื่อกรอกข้อมูลดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้วจะได้คิวอาร์โค้ดทันที ขณะที่คนไทยไม่ต้องลงทะเบียนไทยแลนด์พาสแล้ว และยกเลิกการกักตัว โดยให้ตรวจเอทีเคที่สนามบิน หากมีผลเป็นบวกให้ไปพบแพทย์และดำเนินการรักษา แต่หากผลเป็นลบสามารถเข้าประเทศได้เลย

ที่ประชุม ศบค.ยังเห็นชอบผ่อนคลายมาตรการการเดินทางระหว่างประเทศของกลุ่มข้าราชการและนักเรียนทุน จากเดิมที่ห้ามข้าราชการ พนักงานของรัฐ เดินทางไปต่างประเทศ ยกเว้นเหตุจำเป็น รวมถึงระงับนักศึกษาที่ได้ทุนในการดูแลของ ก.พ. ในการไปศึกษาต่อต่างประเทศ แต่ปัจจุบันสถานการณ์โควิดดีขึ้น จึงยกเลิกมาตรการดังกล่าว

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุม ศบค.ได้เห็นชอบขยายระยะเวลาการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ครั้งที่ 18 ออกไปอีก 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.-31 ก.ค. จนกว่าจะผ่านเกณฑ์การประเมินเป็นโรคประจำถิ่นตามที่ฝ่ายสาธารณสุขกำหนด

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ช็อก! 'ณัฐภาณุ นพคุณ' รองโฆษกบัวแก้ว เสียชีวิต

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ตกใจ...และ ใจหายมากๆ ที่รองฯนิ้ง ณัฐภาณุ นพคุณ โฆษกศบค. ภาคภาษาอังกฤษ ที่

เปิดภาพ 'พระหมอทวีศิลป์' บวชใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ พุทธคยา ก่อนเดินทางบำเพ็ญสมณธรรม

เพจเฟซบุ๊กชื่อ "ท่านคมสรณ์ ข่าวสารงานพระธรรมทูตอินเดีย" โพสต์ภาพและข้อความว่า ณ ภายใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ พุทธคยาแดนตรัสรู้ วันที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๖ โครงการอุปสมบทพระภิกษุ ถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่

'หมอทวีศิลป์' เข้ารับผ้าไตร ประทานจากสมเด็จพระสังฆราช พร้อมบวชที่อินเดีย 10 วัน

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ได้เข้าพิธีขลิบผมและโกนผม เตรียมพร้อมเดินทางไปอุปสมบทระหว่างวันที่ 5-15 พฤศจิกายน ที่ประเทศอินเดีย

เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์! 'หมอทวีศิลป์' ขอขมาลาบวช มุ่งเข้าถึงรสพระธรรม

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า บวชสักครั้งในชีวิต.....เคยคิดจะบวชหน้าไฟ...ให้แม่ที่เสียชีวิตไปเมื่อ 40ปีก่อน ทำตามประเพณีแต่ยังไม่ได้ ...ทำให้ยังไม่รู้ในรสพระธรรม