สธ. เผยหลังผ่อนคลายมาตรการโควิด ผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวพุ่งมากกว่า 10 เท่า

กรมควบคุมโรค ประเมินผู้ป่วยโควิดกลุ่มสีเขียวแนวโน้มพุ่ง​ 10 เท่าของผู้ป่วยอาการรุนแรง​ วอนกลุ่ม​ 608  เข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้น

4 ก.ค.2565-นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงสถานการณ์ของโรคโควิด 19 ว่า ขณะนี้มีแนวโน้มพบผู้ติดเชื้อมากขึ้น หลังจากการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ แต่ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มีอาการน้อยไม่รุนแรง หรือเรียกว่าผู้ป่วยสีเขียว และคาดว่าอาจมีจำนวนมากกว่า 10 เท่า ของผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล กระทรวงสาธารณสุขจึงเน้นการติดตามสถานการณ์และรายงานตัวเลขผู้ป่วยที่มีอาการหนัก ใส่ท่อช่วยหายใจ และผู้เสียชีวิตเป็นหลัก ซึ่งกลุ่มดังกล่าวมีผลกระทบต่อระบบรองรับทางสาธารณสุขเละการแพทย์ จึงจำเป็นต้องจับตาและรายงานสถานการณ์จำนวนผู้ป่วยที่อาการรุนแรงเป็นหลักเพื่อนำมาวิเคราะห์หรือกำหนดแนวทางมาตรการต่างๆ ในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้โดยในปัจจุบันมีการครองเตียงระดับ 2-3 อยู่ที่ 10% ของจำนวนเตียงทั้งหมด

“ขอให้มั่นใจว่าการเผยแพร่ทุกข้อมูลเป็นไปตามนานาชาติดังเช่นหลายประเทศที่ปรับระบบการรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อจากรายวันเป็นรายสัปดาห์   หรือรายงานเฉพาะการเสียชีวิต และที่สำคัญระบบสาธารณสุขเตรียมความพร้อมทรัพยากรสามารถรองรับได้ เพียงพอทั้งเตียง แพทย์ ยา และเวชภัณฑ์ ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อที่มีอาการน้อยสามารถติดตามได้จากข้อมูลทะเบียนผู้ติดเชื้อที่ไม่จำเป็นต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาล ที่เว็บไซต์กรมควบคุมโรค หรือเฟซบุ๊กเพจกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และเฟซบุ๊กเพจศูนย์ข้อมูล COVID-19 กรมประชาสัมพันธ์”

ด้านนพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่สำคัญคือการควบคุมการระบาดของโรคโควิด 19 โดยเน้นมาตรการ 2U คือ Universal Prevention คือ การป้องกันการติดเชื้อ โดยการเว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในสถานที่แออัด หากพบมีอาการน่าสงสัยควรตรวจหาเชื้อ และ Universal Vaccination คือ ให้มารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเข็มที่ 3 เป็นพื้นฐาน และฉีดเข็มกระตุ้นต่อไปทุก 4 เดือน เพื่อยกระดับภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 608 คือ คือ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค ได้แก่ โรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วน โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิตหากติดเชื้อ

ทั้งนี้ แม้ภาพรวมการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเข็มที่ 3 จะยังไม่ถึง ร้อยละ 60 แต่หากพิจารณาในรายจังหวัดจะพบว่า มีหลายจังหวัดที่มีผู้สูงอายุได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นเกิน ร้อยละ 60 ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ และภูเก็ต ขอความร่วมมือให้จังหวัดที่ยังมีความครอบคลุมวัคซีนเข็มกระตุ้นต่ำกว่าเป้าหมายช่วยกันรณรงค์ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการรับมือกับโรคโควิด 19 ที่จะปรับมาเป็นโรคประจำถิ่น หรือโรคติดต่อทั่วไปในอนาคต และกลับมาดำเนินชีวิตใกล้เคียงปกติที่สุด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลตีปี๊บผลงานวิจัยพัฒนาของ สวทช.

รัฐบาลชูผลงาน สวทช.ปีงบ 64 ยื่นขอจดทรัพย์สินทางปัญญา 524 รายการ เป็นอันดับ 1 ของประเทศ สร้างมูลค่าต่อเศรษฐกิจ-สังคม เพราะมีการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์กว่า 7 หมื่นล้านบาท

ยังไม่จบไม่สิ้น! หมอธีระเผยพบสายพันธุ์โควิด XBB ดื้อต่อภูมิคุ้มกันที่สุด

หมอธีระชี้ช่วงนี้ยุโรปอาจเป็นขาขึ้นของโควิดเพราะเข้าสู่ฤดูหนาว พร้อมเตือนสายพันธุ์ XBB สุดอันตรายเป็น สายพันธุ์ไวรัสที่ดื้อต่อภูมิคุ้มกันมากที่สุด

‘บิ๊กตู่’ ขอบคุณ ศบค.ทุกคน ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ 900 กว่าวัน เอาชนะโควิด

นายกฯ โพสต์ขอบคุณ ศบค. ทุกคน ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ 900 กว่าวัน เอาชนะโควิด ยกเป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดของความสำเร็จ บรรลุเป้าหมายประเทศชาติปลอดเชื้อ ประชาชนต้องปลอดภัย

ชลบุรี แจ้งติดเชื้อโควิดรายสัปดาห์ RT-PCR 125 ราย ATK 4,507 ราย เสียชีวิต 5 ราย

สสจ.ชลบุรี รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำสัปดาห์ที่ 39 วันที่ 25 ก.ย.-1 ต.ค.2565 จังหวัดชลบุรี มีรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยืนยันรายใหม่ RT-PCR จำนวน 125 ราย

‘หมอยง’ อธิบายชัด โควิด-19 โรคประจำฤดูกาล ที่ต้องเฝ้าระวัง

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ “โควิด 19  เป็นโรคประจำฤดูกาล หรือโรคที่ต้องเฝ้าระวัง”