ศูนย์จีโนทางการแพทย์เปิดข้อมูลทางชี้ชัด เดลตาครอนเกิดขึ้นไม่ง่าย และแทบไม่มีโอกาสเข้ามาครองส่วนแบ่งตลาดผู้ติดเชื้อโควิดในไทยแน่
01 ธ.ค.2565 - เพจเฟซบุ๊กศูนย์จีโนมทางการแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์เนื้อหาพร้อมรูประบุว่า “เดลตาครอน” จะเบียดโอมิครอนสายพันธุ์หลัก BA.2.75, BA.5 และโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย XBB, BQ.1 (ที่มีระบาดในไทยมาก่อนหน้า) เข้ามาก่อปัญหาได้หรือไม่? คำตอบจากรหัสพันธุกรรมคือเกิดขึ้นได้ไม่ง่าย
ไวรัสโคโรนา 2019 สายพันธุ์ลูกผสมระหว่าง “เดลตา” และ “โอมิครอน BA.2” ที่มีชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า "เดลตาครอน" พบระบาดในฟิลิปปินส์มากกว่า 193 ราย! ทั้งยังพบแพร่ติดต่อหลายประเทศในอาเซียน แต่ยังไม่พบอาการที่รุนแรง
เดลตาครอนสายพันธุ์ลูกผสมระหว่าง “เดลตา” และ “โอมิครอน BA.2” ทั่วโลกพบประมาณ 4 สายพันธุ์หลัก ปริมาณแต่ละสายพันธุ์อยู่ในระดับหลักร้อย คือ 1. XAY และสายพันธุ์ย่อย XAY.1,XAY.2 2.XBA 3.XBC และสายพันธุ์ย่อย XBC.1,XBC.2,และ XBC.3 4.XAW
แม้ว่า XBC มีความได้เปรียบในการเติบโต-แพร่ระบาด (relative growth advantage) เหนือกว่าเดลตาครอนสายพันธุ์ลูกผสมอื่น แต่มีความได้เปรียบในการเติบโต-แพร่ระบาดใกล้เคียงกับ BA.5, BA.2.75, XBB และ BQ.1 ดังนั้นจึงไม่ง่ายนักที่เดลตาครอน XBC จะระบาดแซงหน้าบรรดาไวรัสโคโรนาที่มีการระบาดในประเทศไทยมาก่อนหน้า (BA.5,BA.2.75,XBB,XBB.1,BN.1,BF.7, BQ.1,BQ.1.1.10, CH.1.1)
จากการทดลองในหลอดทดลองพบว่า ยาฉีดแอนติบอดีสร้างภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป เช่น อีวูชิลด์(Evusheld) สามารถเข้าจับและยับยั้งการเพิ่มจำนวนของสายพันธุ์ BA.5, BA.2.75, BN.1 และ เดลตาครอน XBC ได้ แต่สำหรับสายพันธุ์ XBB,XBB.1,BQ.1,BQ.1.1 พบว่าดื้อต่อแอนติบอดีสร้างภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป เกือบทุกชนิด
จากข้อมูลจากฐานข้อมูลโควิดโลก “กิสเสด (GISAID)” พบเดลตาครอนสายพันธุ์ลูกผสม
1.เดลตาครอน XAY และสายพันธุ์ย่อย มีความได้เปรียบในการเติบโต-แพร่ระบาด เหนือกว่า BA.5ประมาณ 38% XAY พบจำนวนประมาณ 30 ราย XAY.1. พบจำนวนประมาณ 20 ราย XAY.2 พบจำนวนประมาณ 20 ราย
2. XBA จำนวนประมาณ 6 ราย ความได้เปรียบในการเติบโต-แพร่ระบาด น้อยกว่า BA.5ประมาณ -15%
3. เดลตาครอน XBCและสายพันธุ์ย่อย มีความได้เปรียบในการเติบโต-แพร่ระบาด เหนือกว่า BA.5 ประมาณ 45% XBC จำนวนประมาณ 25 ราย XBC.1 จำนวนประมาณ 147 ราย XBC.2 จำนวนประมาณ 132 ราย
XBC.3 จำนวนประมาณ 170 ราย
4.เดลตาครอน XAW มีความได้เปรียบในการเติบโต-แพร่ระบาด เหนือกว่า BA.5 ประมาณ 1% XAW จำนวนประมาณ 48 ราย
XBC มีความได้เปรียบในการเติบโต-แพร่ระบาด เหนือกว่า BA.5 และ BA.2.75 ประมาณ 18% และ 35% XBB มีความได้เปรียบในการเติบโต-แพร่ระบาด เหนือกว่า XBC ประมาณ 41% BQ.1 มีความได้เปรียบในการเติบโต-แพร่ระบาด เหนือกว่า XBB ประมาณ 9%
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศูนย์จีโนมฯ ถอดรหัสทำไมหลังสงกรานต์ไวรัสตับอักเสบเอระบาดหนัก!
เพจ Center for Medical Genomics ของศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์
ผลพวงสงคราม 'รพ.รามาธิบดี' ปรับจ่ายยาผู้ป่วยนอก จากไม่เกินครั้งละ 2 เดือน เป็น 3 เดือน
ประกาศโรงพยาบาลรามาธิบดี เรื่อง มาตรการปรับปรุงรูปแบบการจ่ายยาและการให้บริการ
เปิดเบื้องหลัง! มฤตยูเงียบในทุ่งนา 'โรคไข้ดิน'
เพจ "Center for Medical Genomics" ของศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี โพสต์ข้อความเรื่อง "แกะรอยมฤตยูเงียบในทุ่งนา: เบื้องหลัง ‘โรคไข้ดิน’ และความหวังใหม่จากมุกดาหารโมเดล" โดยระบุว่า
ปชป. ร่วมเวที CALD ฟิลิปปินส์ คว้า 'เลขาฯ เยาวชนเอเชีย' ขับเคลื่อนคนรุ่นใหม่
'อิสรา' นำ ปชป. ร่วมประชุม CALD ฟิลิปปินส์ ดันความเท่าเทียม-คนรุ่นใหม่ 'ณัฏฐา ปิ่นนัดดา วสันตสิงห์' คว้าตำแหน่งเลขาฯ เยาวชนเอเชีย
ซีดีซีสหรัฐเผยโฉม BA.3.2 สายพันธุ์โควิดที่ซ่อนตัวเก่งที่สุด!
ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
ศูนย์จีโนมฯ เตือน 2 ไวรัสภัยเงียบที่กำลังเคาะประตูบ้านเรา!
เพจศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

