โควิด-19แรงต่อ! ติดเชื้อทั่วโลกใกล้แตะ 259 ล้านคน

โควิดยังไม่เบา! ทั่วโลกติดเชื้อเฉียด 259 ล้านรายแล้ว สหรัฐยังนำโด่งผู้ติดเชื้อและเสียชีวิต ในขณะที่อังกฤษกำลังกลายเป็นประเทศที่ 4 ของโลกที่ติดเชื้อเกิน 10 ล้านคน

24 พ.ย.2564 – เว็บไซต์ www.worldometers.info/coronavirus/ รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 เมื่อเวลา 06.30 น.ตามเวลาในประเทศไทยว่า ใน 222 ประเทศและดินแดนทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น 258,955,721 ราย เพิ่มขึ้น 511,728 ราย เสียชีวิต 5,181,572 ราย เพิ่มขึ้น 6,755 ราย และรักษาหายแล้ว 234,259,831 ราย เพิ่มขึ้น 404,967 ราย

สำหรับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดยังคงเป็นประเทศสหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อ48,814,901 คน เพิ่มขึ้น 66,321 คน เสียชีวิต 795,875 คน เพิ่มขึ้น 895 คน ตามมาด้วยประเทศอินเดียมีผู้ติดเชื้อ 34,533,473 คน เพิ่มขึ้น 6,993 คน และเสียชีวิต 466,147 คน ส่วนอันดับ 3 คือ ประเทศบราซิลมีผู้ติดเชื้อ 22,030,182 คน เพิ่มขึ้น 10,312 คน และเสียชีวิต 613,066 คน เพิ่มขึ้น 224 คน

ที่น่าสนใจคืออันดับ 4 สหราชอาณาจักร ซึ่งกำลังกลายเป็นประเทศที่ 4 ของโลกที่จะมีผู้ติดเชื้อเกิน 10 ล้านคน หลังจากได้เกิดโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาอาละวาดรอบใหม่ในยุโรป โดยล่าสุดมีผู้ติดเชื้อ 9,932,408 ราย เพิ่มขึ้น42,484 ราย และเสียชีวิต 144,137 ราย เพิ่มขึ้น 165 ราย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ผู้ว่า สตง.' ลุยตรวจโครงการลำตะคอง พบสะดุดโควิดงบล่าช้า

นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน พร้อมคณะสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ส่วนกลาง และจังหวัดฯ ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าของโครงการพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์ลำตะคอง

วาทกรรมเตะตัดขา 'หมอฮีโร่' คำถามที่พรรคส้มไม่กล้าตอบ

กรณีของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ เริ่มต้นจากเรื่องวินัยราชการ ไม่ใช่เรื่องความคิดเห็น ไม่ใช่เรื่องอุดมการณ์ และไม่ใช่เรื่องเลือกข้างทางการเมือง หากแต่เป็นการตรวจส

นายกฯ ยันไทยยังปลอดผู้ติดเชื้อนิปาห์ ยึดต้นแบบเฝ้าระวังสมัยโควิด

นายกฯ ยันไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อนิปาห์  ขอให้ยึดโมเดลเฝ้าระวังสมัยโควิด คัดกรอง นทท.จากประเทศเสี่ยง แนะเลี่ยงสัมผัสมือ กินร้อน-ช้อนกลาง-ล้างมือ สั่งสธ. แถลงหวั่นปชช.วิตก ชี้ติดต่อจากสารคัดหลั่งไม่ฟุ้งในอากาศ

องค์กรสิทธิมนุษยชนทั่วโลก กำลังต่อสู้เพื่อความอยู่รอด

สหประชาชาติแถลงว่า การตัดงบประมาณและการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายในหลายประเทศกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการทำงานของนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนทั่วโลก