
8 พ.ค. 2569 – ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครราชสีมารายงานว่า นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน พร้อมคณะสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ส่วนกลาง และจังหวัดฯ ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าของโครงการพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์ลำตะคอง ตามผังเมืองรวมเมืองนครราชสีมา (คลองซองเกซอน) ที่บริเวณด้านข้างวัดสุสาน ตำบลในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยมี นายไพรัตน์ ทรงเย็น โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยวิศวกรและนายช่างโยธาสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครราชสีมา และนายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมาให้การต้อนรับ รวมกว่า 50 คน โดยเฉพะคณะเจ้าหน้าที่ สตง.ส่วนกลางกว่า 25 คนให้ความสนใจโครงการนี้เป็นพิเศษด้วยความสนใจ
นายไพรัตน์ ได้รายงานความคืบหน้าของโครงการว่า รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาในเขตผังเมืองรวมเมืองนครราชสีมา จึงได้มอบหมาย ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองศึกษาเพื่อพัฒนาพื้นที่ในเขตผังเมืองรวมเมืองนครราชสีมาให้เกิด การพัฒนาสภาพแวดล้อมทางภาพให้เป็นมาตรฐาน มีความเป็นระเบียบสวยงาม ปลอดภัยและเป็น เมืองน่าอยู่มีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและสภาพแวดล้อมที่ดี ยั่งยืน กรมโยธาธิการและผังเมืองจึงได้วางแผนจัดทำโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์และสาธารณูปโภค พื้นฐาน เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวพื้นที่ลำตะคอง เพื่อเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นสวนสาธารณะ ขนาดย่อม อีกทั้งเป็นการช่วยการกระจายนักท่องเที่ยวจากเมืองหลักสู่เมืองรองและชุมชน ในลักษณะเครือข่ายเชื่อมโยงการท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อจัดการบริหารระบบระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพ เพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยในอนาคตต่อไป เพิ่มการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ริมคลองลำตะคอง เพิ่มเขื่อนป้องกันตลิ่งสองฝั่งเพื่อป้องกันการกัดเซาะและป้องกันการรุกล้ำลำตะคอง เพื่อพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งนันทนาการของชุมชนเมือง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดนครราชสีมา โดยโครงการนี้มีจุดเริ่มต้นจากการนำโมเดล “คลองชองเกซอง” ของเกาหลีใต้มาเป็นต้นแบบ โดยปรับ โฉมให้เข้ากับเอกลักษณ์ “เมืองเครื่องปั้นดินเผา” ของนครราชสีมา ภายใต้งบประมาณรวม 238 ล้านบาท มีเป้าหมายหลัก 4 ด้าน ได้แก่ ด้านจัดการน้ำ: เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและป้องกันตลิ่งทรุด ด้านสิ่งแวดล้อม: วางระบบท่อรวบรวมน้ำเสียไม่ให้ไหลลงลำตะคอง ด้านพื้นที่สาธารณะ: สร้างลาน นันทนาการและที่ออกกำลังกาย 2.5 กม. (อัสสัมชัญ – อ่างเก็บน้ำอัษฎางค์) และด้าน เศรษฐกิจ: “เปลี่ยนหลัง บ้านเป็นหน้าบ้าน” กระตุ้นการท่องเที่ยวและวิสาหกิจชุมชน โดยแบ่งการดำเนินงานโครงการออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้
ระยะที่ 1 มีการจัดสรรงบประมาณกว่า 118 ล้านบาท เพื่อพัฒนาคลองช่วงสะพาน โรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา ถึงบริเวณวัดสุสาน ระยะทางประมาณ 725 เมตร โดยห้างหุ้นส่วนจำกัด อึ้งแซเฮง เป็นคู่สัญญา เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปีงบประมาณ 2564 และกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2567 แต่มีการก่อสร้างล่าช้าเนื่องจากสถานะการระบาดของโควิด 19 และมีขยายระยะเวลาสัญญาให้กับผู้รับจ้าง ระหว่างการก่อสร้างมีการร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดนครราชสีมา โดยตัวแทนภาคประชาชน (นายปกป้อง ปุสิรินทร์คำ) เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2566 ว่ามีการก่อสร้างมีการปักเสาปูน เทหิน และดินจำนวนมากในลำน้ำ (กินพื้นที่กว่าครึ่งของความกว้าง คลอง) เกรงว่าจะขวางทางไหลของน้ำและทำให้น้ำท่วม และอาจกระทบต่อสถานที่สำคัญของทางราชการ ใกล้เคียงบริเวณดังกล่าว เช่น โรงพยาบาลขนาดใหญ่ 2 แห่ง โรงเรียน 2 แห่ง และสถานีขนส่งผู้โดยสารนครราชสีมา แห่งที่ 2 เป็นต้น
รวมทั้งโครงการดังกล่าวไม่ได้รับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ซึ่งสำนักงานโยธาธิการและผังเมือจังหวัดนครราชสีมาได้ชี้แจงว่า โครงการนี้ ได้มีการการออกแบบทางวิศวกรรมและใช้แบบจำลองคณิตศาสตร์ InfoWorks ICM ในการวิเคราะห์การไหลของน้ำ ซึ่งผลการวิเคราะห์ชี้ว่าหลังปรับปรุง อัตราการไหลของน้ำจะดีขึ้นและเป็นไปตามเกณฑ์ที่กรมชลประทานกำหนด มีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นรวม 4 ครั้ง ระหว่างเดือนกันยายน 2562 ถึงตุลาคม 2563 ครอบคลุมทั้งภาครัฐ เอกชนและผู้นำชุมชน
มีการเร่งรัดกระบวนการขออนุญาตก่อสร้างในพื้นที่ของกรมชลประทานการแก้ไขเอกสารคำขออนุญาตถึง 13 ครั้ง และยังติดขัดเรื่องการอนุญาตจากกรมชลประทานในบางช่วง รวมทั้งกำหนดมาตรการ เพื่อลดผลกระทบกับประชาชนในพื้นใกล้เคียง ดังนี้ 1.กำหนดช่วงเวลาก่อสร้างที่เกิดเสียงดัง (08.00น.-17.00 น.) 2.มีการควบคุมการจราจรบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง 3.กำจัดเศษวัสดุก่อสร้างไม่ให้ตกค้างในลำ น้ำ 4. มีการชดเชยค่าเสียหายหากสิ่งปลูกสร้างของประชาชนได้รับผลกระทบ ซึ่งภายหลังการก่อสร้างใน ระยะที่ 1 แล้วเสร็จ มีการวิพากษ์วิจารณ์ผ่านสื่อโซเชียลอย่างกว้างขวาง ถึงความดำเนินโครงการและ โครงการมีสภาพทรุดโทรมและถูกทิ้งร้างไม่มีการก่อสร้างต่อแต่อย่างใด
ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมืองร่วมกับจังหวัดนครราชสีมายืนยันว่าได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ เป็นไปตามสัญญาและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานในระยะที่ 1 ไปแล้ว ช่วงประมาณปลายปี 2568 แต่ไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างในระยะที่ 2 ต่อได้ทันทีเนื่องจากต้องรอการอนุมัติงบประมาณปี 2569 จำนวน 120 ล้านบาท และดำเนินการจัดหาผู้รับจ้างมาดำเนินการต่อในระยะ ที่ 2 ทำให้โครงการภายหลังก่อสร้างในระยะที่ 1 แล้วเสร็จ ไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลรักษาความ สะอาดพื้นที่ก่อสร้าง เนื่องจากเทศบาลฯ ยังไม่รับโอนจนกว่าจะก่อสร้างเสร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ ตามแผน ดำเนินการโครงการทั้งหมด ทำให้โครงการมีสภาพเหมือนก่อสร้างไม่เสร็จและถูกทิ้งร้างระหว่างรอ กระบวนจัดหาผู้รับจ้างรายใหม่มาดำเนินการ ประกอบกับโครงการยังไม่มีการติดตั้งไฟสว่าง และกำหนด ทางเข้าออกโครงการที่สะดวก ทำให้โครงการมีสภาพทรุดโทรมไม่สวยงามเกิดตะกอนดินทับถมบริเวณ พื้นที่ก่อสร้าง
สำหรับ ระยะที่ 2 ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลแล้ว จำนวน 120 ล้านบาท มีการกำหนดรายการก่อสร้างสำคัญ 4 รายการ ดังนี้ 1.งานเขื่อนป้องกันตลิ่ง ความยาว 1 กิโลเมตร (60 ล้านบาท) 2. งานก่อสร้างสะพานข้ามลำตะคอง จุด A (25 ล้านบาท) 3. งานก่อสร้างสะพานทางเดินเชื่อมหน้าอ่างเก็บน้ำอัษฎางค์ (2 ล้านบาท) 4.งานก่อสร้างสะพานคนเดินข้าม อ่างเก็บน้ำอัษฎางค์ (5 ล้านบาท) 5.งานสถาปัตยกรรมทางเดินริมน้ำและรอบอ่างเก็บน้ำอัษฎางค์ (40 ล้านบาท)6.งานก่อสร้างสวนสาธารณะบริเวณสะพานข้ามลำตะคอง (3 ล้านบาท 7.งานปรับปรุงสวนสาธารณะบริเวณอ่างเก็บน้ำอัษฎางค์ (3.5 ล้านบาท) 8.งานระบบไฟฟ้าแสงสว่าง (4 ล้านบาท) ซึ่งโครงการในระยะที่ 2 มีความคืบหน้าอยู่ระหว่างดำเนินการจัดหาผู้รับจ้างมาดำเนินก่อสร้างต่อจากระยะที่1 คาดว่าจะได้หาผู้รับจ้างในช่วง มีนาคม 2569 และดำเนินการก่อสร้างได้ในปีงบประมาณ 2569 จะสิ้นสุดสัญญาในปี 2571 จากนั้นก็จะส่งมอบให้กับทางเทศบาลนครนครราชสีมาเป็นผู้ดูแลบริหารจัดการต่อไป
ด้านนายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวว่า จากการรับฟังรายงานและตรวจความคืบหน้าของโครงการฯ ทราบว่าโครงการระยะที่ 1 ได้รับงบประมาณไม่ต่อเนื่องและล่าช้าเพราะติดปัญหาการระบาดของโควิด 19 และปัญหาการร้องเรียนในระหว่างก่อสร้าง แต่ขณะนี้ในระยะที่ 1 การก่อสร้างโครงสร้างเสร็จสิ้นแล้วและปัจจุบันก็ได้รับงบประมาณในระยะที่ 2 มาแล้วและกำลังจะเริ่มก่อสร้างในระยะที่ 2 ซึ่งโยธาธิการจะรับผิดชอบเฉพาะเรื่องของโครงสร้างและปรับปรุงภูมิทัศน์ เมื่อการก่อสร้างเสร็จสิ้นตรวจรับงานเรียบร้อยจากนั้นทางโยธาธิการฯก็จะส่งมอบให้พื้นที่ให้กับทางเทศบาลนครนครราชสีมาไปดูแลบริหารจัดการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการคือพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสถานที่พักผ่อนที่สำคัญของจังหวัด ซึ่งต่อไปทางโยธาธิการฯและเทศบาลนครฯจะต้องประสานงานกันใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อให้งบประมาณของแผ่นดินที่ได้รับจัดสรรมาเกิดความคุ้มค่าและเป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง
ขณะที่นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา กล่าวว่า ทางเทศบาลนครฯยินดีพร้อมที่รับมอบพื้นที่โครงการพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์ลำตะคองตามผังเมืองรวมเมืองนครราชสีมาซึ่งคาดว่าจะได้รับมอบจากโยธาฯในปี 2571 หลังสิ้นสุดสัญญาก่อสร้าง โดยทางเทศบาลนครนครราชสีมาได้เตรียมแผนรองรับไว้แล้วว่าจะดำเนินการต่อในส่วนใดบ้างเพื่อให้โครงการนี้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป็นแลนมาร์คแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดนครราชสีมา อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญจะต้องเร่งดำเนินการเป็นอันดับแรกคือการทำแผนงานและโครงการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อมาก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียให้ไปลงที่บ่อบำบัดน้ำเสียที่ทุ่งทะเล ต.หัวทะเล ซึ่งปัจจุบันไม่ได้มีการบำบัดจึงทำให้น้ำลำตะคองที่ไหลผ่านตัวเมืองนครราชสีมาเน่าเสียมีกลิ่นเหม็น ถ้าบำบัดน้ำให้ใสสะอาดไม่มีกลิ่นเหม็นก็จะดึงดูดนักท่องเที่ยวเป็นสถานที่พักผ่อนออกกำลังกายของคนเมืองได้ ขณะเดียวกันก็มีแผนงานที่จะตกแต่งภูมิทัศน์ มีแสง สี เสียง ที่สวยงาม มีการจำหน่ายสินค้าจากชุมชน และจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดนครราชสีมาต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สภาส่อเดือด! ถกรายงานงบกองทุนบำนาญ สส. 'หมอวรงค์' ทุบโต๊ะเลิกสถานเดียว
ประชุมสภาฯ 2 เม.ย. ส่อเดือด! ถกรายงานงบกองทุนบำนาญ สส. ผู้ทรงเกียรติ 'หมอวรงค์' ทุบโต๊ะยกเลิกสถานเดียว หลังเปิดข้อมูลเป็น สส. แค่ปีเดียว ก็ได้สิทธิ เผยตัวเลขงบการเงิน สินทรัพย์ลด-ค่าใช้จ่ายพุ่ง
ภาคปชช. ร้อง 'บวรศักดิ์' ชง ก.พ. สอบใหม่ปมปลด 'หมอสุภัทร'
เครือข่าย ขสช. ร้องขอความเป็นธรรม 'บวรศักดิ์' ปมปลด 'หมอสุภัทร' วอน ก.พ. สอบสวนใหม่ กระทุ้งผู้บริหาร สธ. ยืนหยัดเพื่อความถูกต้อง
วาทกรรมเตะตัดขา 'หมอฮีโร่' คำถามที่พรรคส้มไม่กล้าตอบ
กรณีของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ เริ่มต้นจากเรื่องวินัยราชการ ไม่ใช่เรื่องความคิดเห็น ไม่ใช่เรื่องอุดมการณ์ และไม่ใช่เรื่องเลือกข้างทางการเมือง หากแต่เป็นการตรวจส
นายกฯ ยันไทยยังปลอดผู้ติดเชื้อนิปาห์ ยึดต้นแบบเฝ้าระวังสมัยโควิด
นายกฯ ยันไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อนิปาห์ ขอให้ยึดโมเดลเฝ้าระวังสมัยโควิด คัดกรอง นทท.จากประเทศเสี่ยง แนะเลี่ยงสัมผัสมือ กินร้อน-ช้อนกลาง-ล้างมือ สั่งสธ. แถลงหวั่นปชช.วิตก ชี้ติดต่อจากสารคัดหลั่งไม่ฟุ้งในอากาศ
'แก้วสรร' แพร่บทความ 'ซอฟต์พาวเวอร์….เจอซักฟอก!!!'
นายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการอิสระ ออกบทความในรูปแบบถาม-ตอบ เรื่อง "ซอฟต์พาวเวอร์….เจอซักฟอก!!!" โดยระบุว่า
'ไอติม'ข้องใจคะแนน ITA ของป.ป.ช. ค้านสายตา ค้านความรู้สึกประชาชน
พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน โพสต์ข้อความ หัวข้อ ควันหลงจากงบ 69 : คะแนน ITA และเครื่องมือวัดความโปร่งใสที่ค้านสายตาป

