ตร.ไซเบอร์ลุย ‘ระเบิดรังมังกร’ ทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ยึดทรัพย์ 583 ล้าน

ตำรวจไซเบอร์เปิดปฏิบัติการ “ระเบิดรังมังกร” ขยายผลจากคดีหลอกลงทุนออนไลน์ 5 คดี สู่การทลายเครือข่าย “หมิงเฉิน ซัน” ชาวจีน ผู้ต้องสงสัยเชื่อมโยงขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติและเครือข่าย Prince Group เข้าตรวจค้น 14 จุดในกรุงเทพฯ สมุทรปราการ และเชียงใหม่ ยึดทรัพย์สินทั้งบ้านหรู วิลล่า คอนโด รถยนต์หรู และหลักฐานสำคัญ มูลค่ากว่า 583 ล้านบาท

12 มิถุนายน 2569 - ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 (บก.สอท.2) พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงานตำรวจไซเบอร์ ร่วมแถลงผลปฏิบัติการ “ระเบิดรังมังกร” ขยายผลเครือข่าย “หมิงเฉิน ซัน” ชาวจีน ผู้มีความเชื่อมโยงกับคดีสแกมเมอร์ข้ามชาติและเครือข่าย Prince Group โดยเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 14 จุด พร้อมตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 583 ล้านบาท

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากการสืบสวนคดีหลอกลวงลงทุนออนไลน์ในลักษณะ Hybrid Scam จำนวน 5 คดีสำคัญ ซึ่งเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยคนร้ายใช้สื่อสังคมออนไลน์สร้างความสัมพันธ์กับผู้เสียหาย ก่อนชักชวนให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มปลอม และหลอกให้โอนเงินเข้าสู่ระบบบัญชีม้า

จากการแกะรอยเส้นทางการเงิน เจ้าหน้าที่พบว่ามีการโอนเงินจากผู้เสียหายเข้าสู่เครือข่ายฟอกเงินที่ซับซ้อน ผ่านบัญชีม้า การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล และระบบการเงินใต้ดิน ก่อนส่งต่อไปยังผู้จัดการทางการเงินและผู้รับผลประโยชน์ระดับบนขององค์กร

ต่อมา เจ้าหน้าที่พบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปยังบัญชีธนาคารของนายหมิงเฉิน ซัน อายุ 30 ปี สัญชาติจีน ซึ่งได้รับโอนเงินจากบุคคลในเครือข่ายเดียวกันรวมกว่า 100 ล้านบาท และยังพบความเชื่อมโยงทางการเงินกับบุคคลสำคัญและผู้ถือครองทรัพย์สินหลายรายที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ตำรวจระบุว่า แม้ทั้ง 5 คดีจะเกิดต่างกรรมต่างวาระ และใช้แพลตฟอร์มหลอกลวงต่างกัน แต่เมื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินกลับพบว่าทุกคดีเชื่อมโยงถึงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติกลุ่มเดียวกัน

การสืบสวนยังเชื่อมโยงไปถึงกรณีนายหมิงเฉิน ซัน ประสบอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำในพื้นที่ สภ.นาจอมเทียน จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ก่อนที่ตำรวจจะเข้าตรวจสอบและพบอาวุธปืน Glock 26 นำไปสู่การค้นที่พักและตรวจพบอาวุธสงครามรวมถึงวัตถุระเบิดจำนวนมาก จนมีการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องแล้ว 11 ราย ใน 7 คดี

หลังขยายผลเพิ่มเติม พบความเชื่อมโยงกับคดีอาชญากรรมออนไลน์ทั่วประเทศถึง 4,143 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 815 ล้านบาท

ล่าสุด พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. และ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์นับร้อยนาย เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น 14 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และเชียงใหม่

ผลการตรวจค้นสามารถยึดและอายัดทรัพย์สินได้จำนวนมาก ทั้งบ้านพักหรู วิลล่า ห้องชุดในโครงการระดับลักชัวรี รถยนต์หรู โฉนดที่ดิน สมุดบัญชีธนาคาร บัตรเครดิต เอกสารทางการเงิน เอกสารการถือครองทรัพย์สิน โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และพยานหลักฐานดิจิทัล รวมมูลค่ากว่า 583 ล้านบาท

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจพิสูจน์ข้อมูลจากเอกสารและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ตรวจยึดได้ โดยพบข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการถือครองทรัพย์สินแทน การเคลื่อนย้ายเงิน และความเชื่อมโยงของบุคคลในเครือข่าย เชื่อว่าจะสามารถขยายผลไปสู่การดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติมได้ในระยะต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'รังษี' โยงข้อมูลจีน 'เฉินจื้อ' สารภาพ 'ฮุนเซน' ถือหุ้นฐานสแกมเมอร์ ชี้เขมรจ้องยึดเนิน 350 คืน

พลเอกรังษี เปิดข้อมูลจีน เฉิน จื้อ สารภาพ ฮุน เซน ถือหุ้นฐานสแกมเมอร์ 90% ชี้เหตุเขมรจ้องยึดเนิน 350 คืน หวังรักษาผลประโยชน์–เพิ่มแต้มต่อก่อนเจรจา JBC

“ไชยชนก” มั่นใจ พ.ร.ฎ. เชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ ช่วยยกระดับปราบ “สแกมเมอร์” เผย 4 เดือน มูลค่าความเสียหายลดลงกว่า 74%

วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)เปิดเผยว่า ตามที่พระราชกฤษฎีกาการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น พ.ศ. 2569 มีผลบังคับใช้แล้วนั้น (เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569)

'ตำรวจไซเบอร์' ปูพรมด้ามขวาน ล้างสแกมเมอร์-ผู้มีอิทธิพล

ตำรวจไซเบอร์ กวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยีพื้นที่ภาคใต้ สแกมเมอร์ ความเสียหาย 173 ล้านบาท พนันออนไลน์กว่า 700 ล้านบาท กวาดล้างผู้มีอิทธิพล อาวุธปืน

รมช.ดีอี ลุยสร้างเครือข่ายต้าน “เฟกนิวส์” ภาคอีสาน ยกระดับสร้างภูมิคุ้มกัน รู้เท่าทันภัย “สแกมเมอร์”

วันที่ 12 มิถุนายน 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงาน การจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างการรับรู้ให้รู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti Fake News Center: AFNC) จังหวัดอุบลราชธานี

บัญชีม้าลดฮวบ เตือนแก๊งสีเทา! หลอกจดบริษัท

บัญชีม้าลดฮวบ! รัฐบาลเผยสกัดเห็นผลชัด! เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อแก๊งซื้อขาย “หัวนิติบุคคล” เสี่ยงตกเป็นมิจฉาชีพ มีโทษทั้งอาญาและแพ่ง