เตือนภัยแอปหาคู่ ลวงสาวค้ายาเสพติดข้ามชาติ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนหญิงรู้ทันมิจฉาชีพปลอมโปรไฟต์ ตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ

14 มิ.ย.2569 – สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยผลการสืบสวนขยายผลล่าสุดโดย กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งได้ทลายเครือข่ายลักลอบค้ายาเสพติดข้ามชาติ ปฏิบัติการดังกล่าวส่งผลให้มีการจับกุมชาวไนจีเรียและหญิงชาวไทย พร้อมยึดของกลางเป็นเฮโรอีนและโคเคนมูลค่ากว่า 25 ล้านบาท

จากกรณีดังกล่าว พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนประชาชน โดยเฉพาะสุภาพสตรี ให้ใช้ความระมัดระวังในการใช้โซเชียลมีเดียและแอปพลิเคชันหาคู่ พฤติการณ์ของคนร้ายจะใช้รูปแบบหลอกให้รัก เพื่อหลอกลวงเหยื่อให้ตายใจ ก่อนจะชักจูงให้กระทำการลักลอบขนยาเสพติดผิดกฎหมาย

หลังจากการจับกุมผู้ต้องหาในกลุ่มนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สรุปกลวิธีของคนร้ายเพื่อเป็นกรณีศึกษาและเป็นแนวทางป้องกันสำหรับประชาชน ดังนี้

1. การสร้างโปรไฟล์ที่หรูหราและดึงดูดใจ: มิจฉาชีพจะสร้างโปรไฟล์ปลอมบนแอปพลิเคชันหาคู่และโซเชียลมีเดีย โดยใช้รูปภาพของชายชาวต่างชาติหน้าตาดี แอบอ้างว่าเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ วิศวกร หรือทหารที่มีความมั่นคงทางการเงินเพื่อดึงดูดความสนใจ

2. การใช้คำหวานและการหว่านล้อม: คนร้ายจะเข้าหาหญิงไทยเพื่อสร้างความสนิทสนมและความสัมพันธ์ฉันคนรัก โดยใช้คำพูดให้ความหวังถึงอนาคตร่วมกัน

3. การเปลี่ยนช่องทางการติดต่อ: เมื่อเหยื่อเริ่มเชื่อใจและไว้วางใจ มิจฉาชีพจะโน้มน้าวให้ย้ายไปสนทนาผ่านแอปพลิเคชันอื่นที่ติดตามตัวได้ยากขึ้น เพื่อหลบหนีการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่

4. การหลอกใช้เหยื่อเป็นเครื่องมือ: เมื่อเหยื่อตกหลุมรัก มิจฉาชีพจะออกอุบายให้เหยื่อเดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อรับ “ของ” โดยอ้างว่าเป็นสินค้าสำคัญ หรือเสนอเงินตอบแทนสูงเพื่อเป็นแรงจูงใจ สิ่งของที่เหยื่อไปรับนั้นแท้จริงแล้วคือยาเสพติด ซึ่งถูกซุกซ่อนมาในรูปแบบต่างๆ เช่น กล่องพัสดุ ถุงกาแฟ หรือซองขนม

5. การใช้ช่องทางข้ามแดนตามธรรมชาติ: คนร้ายจะสั่งให้เหยื่อลักลอบข้ามพรมแดนอย่างผิดกฎหมายผ่านช่องทางธรรมชาติ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอให้ประชาชนระมัดระวังเมื่อต้องติดต่อสื่อสารกับคนแปลกหน้าบนโลกออนไลน์ โดยมีมาตรการป้องกันดังต่อไปนี้:

อย่าหลงเชื่อโปรไฟล์ที่ดูดีเกินจริง: รูปภาพที่ดูดีและประวัติการทำงานที่น่าประทับใจ อาจเป็นเพียงฉากบังหน้าเพื่อการหลอกลวง

ตรวจสอบตัวตน: พยายามตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นของบุคคลที่คุณกำลังพูดคุยด้วย เช่น ใช้การค้นหาด้วยรูปภาพ (Reverse image search ผ่าน Google Images) เพื่อดูว่ารูปภาพเหล่านั้นถูกขโมย หรือนำไปใช้ที่อื่นหรือไม่

งดโอนเงินหรือรับของเด็ดขาด: หากคนที่คุณเพิ่งรู้จักทางออนไลน์ขอให้คุณโอนเงินหรือรับพัสดุแทน ไม่ว่าพวกเขาจะมีข้ออ้างใดๆ ก็ตาม ให้ปฏิเสธและตัดการติดต่อทันที

มีสติและระแวดระวังอยู่เสมอ: ความรักที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วผ่านหน้าจอ มักแฝงไปด้วยอันตราย จงใช้เหตุผลให้มากกว่าอารมณ์

ปรึกษาบุคคลที่ไว้ใจได้: หากไม่แน่ใจหรือสงสัยเกี่ยวกับพฤติกรรมของคนที่คุณกำลังสนทนาด้วย ให้ปรึกษาครอบครัวหรือคนใกล้ชิด เพื่อช่วยประเมินสถานการณ์

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอยืนยันความมุ่งมั่นในการปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน หากท่านพบเบาะแสหรือตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพ โปรดแจ้ง สายด่วน 191 หรือ 1599.



เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รวบบัญชีม้า-แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตระเวนถอนเงินสดในภาคอีสาน

บก.สส.ภ.4 แถลงข่าวจับกุมบัญชีม้า ตระเวนถอนเงินสดในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ และ จ.ขอนแก่น หลังพบความเชื่อมโยงกับขบวนการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยสามารถจับกุมได้พร้อมของกลาง

รวบแก๊งแสบอ้างแจกซิมฟรี หลอกนักเรียนสแกนหน้า เปิดซิมผีส่งต่อสแกมเมอร์

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ,  พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.)  ,พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 2 , 4 และ 5 กองบังคับการปราบปราม

'โจรไซเบอร์' อาละวาดหนัก สัปดาห์เดียวพุ่ง 7,290 คดี เสียหาย 481 ล้าน

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวงภายใต้ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ตั้งแต่วันที่ 8-14 ก.พ.69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline