พบคนชื่อ “เดียร์” ปลายทางรับผงขาว “แอร์สาว” แกะรอย “ฮู้ดดำ” ส่งของถึงแอร์สาว ด้าน ป.ป.ส.แถลงข่าวขยายผลเครือข่ายค้าเฮโรอีนข้ามชาติ พบเส้นทางเข้าจากเพื่อนบ้านผ่านทางเหนือ-อีสาน พร้อมประสาน "ดีเอสไอ" รับสอบสวนเป็นคดีพิเศษ เหตุขบวนการเครือข่ายขนาดใหญ่ “นายกฯ” เรียกประชุมขันนอต
เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ภายหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เดินทางกลับจากฝรั่งเศส ได้เข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารายงานการแก้ไขปัญหายาเสพติด หลังเกิดกรณีแอร์โฮสเตสสายการบินไทยขนเฮโรอีนและถูกจับกุมที่ออสเตรเลีย ก่อนจะมีการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในวันที่ 3 ก.ค.
นายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า ต้องเข้มงวดมากยิ่งขึ้น แต่การขนส่งแบบนี้เครื่องที่ใช้ตรวจเน้นตรวจโลหะ หากจะตรวจกระเป๋าสัมภาระอย่างละเอียด ก็จะมีปัญหาขึ้นมาอีก โดยเฉพาะกรณีนี้เป็นลูกเรือ ต้องมีการกำหนดวิธีการและกฎเกณฑ์ต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ ได้ถามเลขาฯ ป.ป.ส. ได้รับการยืนยันว่าประเทศไทยไม่ใช่ทางผ่านของยาเสพติด เพราะประเทศไทยมีมาตรการปราบปราม จับกุมได้จำนวนยาค่อนข้างมาก
"ที่ผ่านมาสนับสนุนเครื่องมือปราบอย่างเต็มที่ แต่ถ้าคนยังทำอยู่ ก็ถือว่าพวกเขาเลือกทางที่ผิดเอง ซึ่งแอร์โฮสเตสคนนี้ ต่อให้กลับมาที่เมืองไทย โทษก็ไม่ได้เบาลง เพราะเคยบอกแล้วยาเสพติดเพียงไม่กี่เม็ดก็ติดคุกตลอดชีวิตแล้ว โอกาสที่จะได้รับนิรโทษฯ ก็ไม่มี หากเลือกเดินทางนี้ เราก็จับของเราไปเรื่อยๆ ไม่ต้องห่วงเรื่องชื่อเสียง เพราะมาตรฐานการติดตามและการปราบปรามและการดำเนินคดีเราก็ยังทำอย่างเต็มที่ เราไปห้ามคนไม่ให้ทำผิดไม่ได้ ถ้าเขาคิดว่าเขาจะรอดจากการดำเนินการตามกฎหมายอันหนักหน่วงของเรา ก็มีตามสบาย" นายอนุทินกล่าว
ด้านนายคณิศร ภาพีรนนท์ ผอ.สำนักปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่สำนักงาน ป.ป.ส.ได้มีการพูดคุยหารือกับตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) เมื่อวันที่ 1 ก.ค. โดยเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลให้เบาะแสเพื่อให้เราไปทำการสืบสวนต่อ ซึ่งเบาะแสที่เราได้มาจะเป็นรายชื่อของผู้รับพัสดุปลายทางของ น.ส.มีนา โดยเป็นคำให้การของ น.ส.มีนาที่ให้ไว้กับตำรวจออสเตรเลีย ระบุว่าเธอได้รับการติดต่อว่าจ้างจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Rose Rose" เพื่อให้ฝากสินค้าไปให้น้องที่ประเทศออสเตรเลีย และเมื่อ น.ส.มีนาหิ้วสินค้าไปถึงประเทศออสเตรเลียแล้ว ก็จะมีบุคคลของ “Rose Rose" มารอรับสินค้า โดยนัดหมายไว้ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ยังไม่มีข้อมูลว่าโรงแรมดังกล่าวนี้อยู่ห่างจากตัวท่าอากาศยานกี่กิโลเมตร ส่วน น.ส.มีนาจะต้องไปส่งพัสดุถึงมือที่รับเลยหรือไม่นั้น ตรงนี้ก็ยังไม่มีข้อมูลยืนยันมาเช่นเดียวกัน เพราะว่าเจ้าตัวได้ถูกจับกุมเสียก่อน
"ชื่อเล่นของคนที่มารอรับสินค้าจากน้องมีนาคือ 'เดียร์' เป็นผู้หญิง ส่วนจะเป็นคนไทยหรือคนต่างชาตินั้น ทางการออสเตรเลียยังไม่ได้แจ้งข้อมูลมาทางเรา สำหรับช่องทางติดต่อกับคนที่ชื่อเดียร์ที่จะมารอรับสินค้าจาก น.ส.มีนา เมื่อไปถึงที่หมาย ทางการออสเตรเลียก็ยังไม่ได้ส่งให้เราเช่นเดียวกัน เพราะอยู่ระหว่างกระบวนการนำโทรศัพท์ของ น.ส.มีนาไปตรวจสอบขยายผล"
แกะรอย 'ฮู้ดดำ' ส่งของแอร์สาว
นายคณิศรเผยอีกว่า กระบวนการทำงานของทางการออสเตรเลียจะมีการแบ่งหน้าที่กันชัดเจน โดยหน่วยงานแรกที่จะดำเนินการตรวจสอบในเรื่องนี้คือเจ้าหน้าที่หน่วยงานรักษาความมั่นคงชายแดนของประเทศออสเตรเลีย (ABF) และเมื่อตรวจสอบพบสิ่งผิดกฎหมาย ยาเสพติดในปริมาณที่ผิดกฎหมาย ก็จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาและส่งต่อกระบวนการไปยังตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) ส่วนเรื่องการตรวจสอบโทรศัพท์ ก็จะเป็นอีกหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งจะแตกต่างจากของไทย ที่กระบวนการทุกอย่างจะทำในชั้นจับกุม ส่วนเรื่องการแกะรอยบัญชีเฟซบุ๊กอวตารที่ใช้ชื่อว่า “Rose Rose" ทักแชตข้อความหา น.ส.มีนาเพื่อจ้างหิ้วของนั้น อยู่ระหว่างประสานความร่วมมือกับทางเมตา (Facebook) เพื่อช่วยตรวจสอบผู้ใช้บัญชีดังกล่าว เนื่องจากได้มีการปิด Account ไปแล้ว
ผอ.สำนักปราบปรามยาเสพติดเปิดเผยด้วยว่า เราได้มีการไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกมุมตลอดเส้นทางแถวคอนโดมิเนียม น.ส.มีนา เพื่อดูว่าบุคคลที่นำกล่องพัสดุยาเสพติดมาส่งให้ น.ส.มีนายังคอนโดมิเนียมนั้นคือใคร ขับรถใด และทะเบียนใด มีเส้นทางเดินรถเข้า-ออกจากต้นทาง-ปลายทางจากไหนบ้าง ซึ่งเบื้องต้นพบว่าคนที่ขับรถนำพัสดุล่าสุดยังคอนโดมิเนียมดังกล่าวเป็น "ผู้ชายที่ใส่เสื้อฮู้ดสีดำ" โดยได้มีการยกกล่องลังออกจากท้ายกระโปรงรถ และนำส่งกล่องให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของคอนโดฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการจดใส่สมุดรายงานว่าพัสดุดังกล่าวถูกนำส่งโดยพนักงานแกร็บ (Grab) เราจึงยังไม่แน่ใจชัดเจนว่าชายรายนี้เป็นพนักงานขนส่งพัสดุของบริษัทดังกล่าวจริงๆ หรือเป็นเพียงการแอบอ้างเท่านั้น
นายคณิศรกล่าวต่อว่า ในทางการข่าวเรายังได้สืบสวนพบว่ามันมีลักษณะการซุกซ่อนยาเสพติดคล้ายกับกรณีของ น.ส.มีนา ที่มีการถือหิ้วไปและถูกจับกุม โดยเฉพาะเฮโรอีนที่มีการซุกซ่อนดัดแปลงทำเป็นแผ่นบางๆ แนบไปกับพวกเสื้อผ้าเป็นต้น พบว่ามีกลุ่มที่ลักลอบค้าลักษณะนี้มาจากทางภาคอีสานของประเทศไทย หรือฝั่งลาว ก่อนจะเข้ามายังกรุงเทพฯ ชั้นใน เพื่อเตรียมส่งไปยังประเทศปลายทางที่สาม อย่างประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเราก็พบเครือข่ายบ้างแล้ว ปัจจุบันข้อมูลเรื่องเครือข่ายที่เราอยู่ระหว่างการติดตามตรวจสอบมี 2 เครือข่ายหลักๆ ที่มีลักษณะคล้ายกัน คือเส้นทางมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
นายคณิศรระบุว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนเครือข่ายที่มาจากทางภาคอีสานอยู่ 2 เครือข่าย คาดว่าน่าจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เนื่องจากในพื้นที่ของภาคอีสานตอนบนจะอยู่แนวชายแดนของประเทศเพื่อนบ้านเรา ส่วนพื้นที่แหล่งพักยาของ 2 เครือข่ายนี้ มักจะพักอยู่ในกรุงเทพฯ ชั้นในและปริมณฑล
ที่สำนักงาน ป.ป.ส. พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. แถลงว่า กลุ่มเครือข่ายขบวนการได้มีการส่งพัสดุมายังพื้นที่กรุงเทพมหานคร แถวบางเขน หลักสี่ ซึ่งเราได้ส่งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ไปทำการตรวจพิสูจน์ทราบและมีการตรวจยึดของกลางที่เป็นเฮโรอีนจำนวน 8 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าผ้าที่แขวนตามผนัง และนี่คือจุดเริ่มต้น หลังจากนั้นมาเราก็สืบสวนขยายผลกระบวนการที่เราเฝ้าตรวจว่ามีการส่งพัสดุที่ไหน อย่างไรบ้าง จนพบว่าวันที่ 1 ก.ค.2569 ที่ผ่านมา ในช่วงเย็นเราได้เปิดปฏิบัติการตรวจค้นอีก 2 จุด คือซอยรางน้ำและรามคำแหง ซึ่งในจุดซอยรางน้ำเราสามารถตรวจยึดเฮโรอีนที่ทำการซุกซ่อนอยู่ในเสื้อกันหนาว และในห่อกาแฟ รวม 9 กิโลกรัมเกือบ 10 กิโลกรัม ซึ่งปลายทางคือประเทศออสเตรเลีย
เครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ
ส่วนจุดรามคำแหง เราตรวจค้นพบเฮโรอีนที่อยู่ในเสื้อสีชมพู เป็นเสื้อแบบผ้าไทย แต่ไม่ได้ส่งไปที่ประเทศออสเตรเลีย แต่กลับส่งไปที่ไต้หวัน ดังนั้นกลุ่มเครือข่ายเหล่านี้จะมีแผนประทุษกรรม โดยส่งยาเสพติดมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งตอนนี้เราทราบตัวหมดแล้วว่าใครเป็นเจ้าของที่ประเทศเพื่อนบ้าน และเป็นใคร ส่วนปลายทางอย่างประเทศออสเตรเลีย ขณะนี้เราได้ทราบตัวบุคคลที่ได้มีการวางแผนและเตรียมการรับพัสดุภัณฑ์ที่มีเฮโรอีนบรรจุไว้ โดยตนได้ประสานไปยังตำรวจ AFP เพื่อให้ดำเนินการในส่วนที่อยู่ฝั่งประเทศออสเตรเลีย แต่ในส่วนของกลุ่มไต้หวัน ที่เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายปลายทางของเฮโรอีน เราก็ได้มีความร่วมมือทางด้านการข่าวระหว่างกัน ตอนนี้อยู่ระหว่างติดตามขยายผลเช่นเดียวกัน
เลขาธิการ ป.ป.ส.เปิดเผยว่า เมื่อเช้านี้ตนได้เชิญทางดีเอสไอมาร่วมประชุม เพื่อจะหารือและจะให้รับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษ เพราะเป็นกลุ่มเครือข่ายใหญ่มาก และกระทำอย่างเป็นขบวนการ มีการหลอกลวงและมีคนในเครือข่าย นอกเครือข่าย อีกทั้งมีคนเกี่ยวข้องทางด้านการโอนเงิน การนำพา และการบรรจุสิ่งของเฮโรอีนลงในแพ็กเกจต่างๆ ซึ่งลักษณะคดีประเภทนี้ดีเอสไอจะมีความเชี่ยวชาญประสานความร่วมมือระหว่างประเทศได้
"ในการสืบสวนทางการข่าวของเรา พบว่ามีกลุ่มบุคคลที่เป็นทั้งแอร์โฮสเตสและคนทั่วไป หรือนักเรียน นักศึกษา และกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปต่างประเทศ ที่มีการจัดตั้งเป็นกลุ่ม ก็จะถูกเลือกจากคนที่กระทำความผิดให้มีการขายน้ำหนักกระเป๋าของตัวเองเพื่อพาสิ่งผิดกฎหมายไปยังต่างประเทศ ฉะนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นลักษณะที่คนไทยเองและคนที่ทำอาชีพนี้ไม่รับผิดชอบ ต้องฝากเตือนและย้ำว่า ท่านเองกำลังจะทำให้ประเทศไทยเสียหาย เพราะท่านอาจถูกหลอกไปอยู่ในขบวนการ"
พ.ต.ต.สุริยากล่าวอีกว่า ส่วนในเป้าหมายที่เราดำเนินการเชิญตัวควบคุมตัวมาทั้ง 2 เป้าหมายนี้ ประกอบด้วย 2 คนที่นำตัวมา คือแอร์โฮสเตสผู้หญิง 1 ราย ในส่วนของพื้นที่ซอยรางน้ำ พบเฮโรอีน 9.98 กก. ซุกซ่อนในซองกาแฟและเสื้อกันหนาว ปลายทางประเทศออสเตรเลีย โดยแอร์รายนี้มีการจ่ายเงินจ้างคนในซอยรางน้ำให้หิ้วของไปประเทศออสเตรเลีย ตอนนี้สอบปากคำร่วมกับดีเอสไอ และอีก 1 ราย คือคนธรรมดาทั่วไป เป็นผู้หญิงวัยกลางคน ในส่วนของพื้นที่เขตบางกะปิ กทม. หรือรามคำแหง พบเฮโรอีน 6.23 กก. ซุกซ่อนในชุดผ้าไหมสีชมพู ส่งไต้หวัน ซึ่งก็ล้วนเป็นกลุ่มที่ทำกันมาอยู่แล้ว และส่งกันก่อนหน้านี้ มีการพูดคุยกัน มีการตกลงกันง่ายขึ้น
"เครือข่ายค้ายาข้ามชาติเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ต้องหาที่เคยจับกุมที่ จ.สมุทรปราการและฉะเชิงเทรา โดยเคสของ จ.ฉะเชิงเทรา เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มี.ค.69 ก็เป็นกรณีของแอร์โฮสเตสเช่นเดียวกัน โดย ป.ป.ส.ภาค 2 สามารถจับกุมได้ก่อนขึ้นเครื่อง ส่วนเส้นทางการลำเลียงยาเสพติดก็มีความเกี่ยวข้องกับในพื้นที่จังหวัดหนองคายและเชียงใหม่ด้วยเหมือนกัน" เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คุมเข้ม ‘ปืน’ ปราบอาชญากรรม ได้เสียงชื่นชม หรือเสียคะแนนนิยม
ยังคงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับมาตรการล้อมคอก เรื่องการครอบครองและพกพาอาวุธปืนของรัฐบาล หลังเกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนชื่อดังที่ จ.นนทบุรี คดีนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต และเหตุสะเทือนขวัญอีกหลายคดี
ไทยพลัสเฟส2ยังลุ้นต่อ สศช.ขยับจีดีพี69โต2.2
“ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2” ยังไม่ชัด “อนุทิน” บอกอะไรทำให้คุณภาพชีวิตประชาชนดีต้องคิดทุกวัน แต่ไม่ใช่รัฐสวัสดิการ-ประชานิยม
ประท้วงเขมร! ‘โดรน’บินว่อน พื้นที่ชายแดน
ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดช่องอานม้า เร่งส่งตัวไปโรงพยาบาล
มท.โต้โยนเผือกร้อนอปท. ต้องรับผิดชอบทุกระดับ!
"มท.4" แจงปมคำสั่งปลด ขรก.ทุจริตข้อสอบ 5,925 ราย
จี้ตรวจปืนนักการเมือง
"อนุทิน" สวนดรามาเข้าด่านตรวจ ให้คิดเรื่องอื่นดีกว่าอ้างไม่ได้ไปบุรีรัมย์นานแล้ว พอดีผ่านด่านตำรวจไม่รู้ว่าเป็นรถนายกฯ
ปชน.ยุฟ้อง‘ม.112’ ‘เท้ง’ยกมาตรฐานเดียวปมคลิปฮั้วสว.อ้างข้างบน/‘หนู’ปัดโยงรบ.
“อนุทิน” ส่อลอยแพ "สว.สีน้ำเงิน" บอกเลือกมาตั้งแต่ปี 67

