ตร. เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายนอมินีต่างชาติ 3 จว.อันดามัน มูลค่ากว่า 1 พันล้าน

ตำรวจเปิดปฏิบัติการ “นอมินีต่างด้าวเฟส 3” ในพื้นที่ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรวจพบเครือข่ายถือครองธุรกิจและที่ดินโดยต่างชาติ มูลค่ากว่า 1,053 ล้านบาท ออกหมายจับรวม 59 ราย จับแล้ว 48 ราย ยืนยันไม่กระทบการลงทุนและเศรษฐกิจท่องเที่ยว

20 มิถุนายน 2569 - พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผบ.ตร. พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.ณรงค์ฤทธิ์ ด่านสุวรรณ์ รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.พิมักษ์ อุทัยธรรม รอง ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยศดำรงสกุล ผบก.ตม.6 ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ม.ล.ภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า นายธนวัฒน์ พัศดารักษ์ รองอธิบดีกรมที่ดิน และนายไตรรัตน์เทพบริรักษ์ รองอธิบดีกรมที่ดิน ร่วมแถลงข่าวทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าวเฟส 3 ในพื้นที่ 3 จังหวัดอันดามัน ณ ห้องประชุมชั้น 3 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) และหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ครอบคลุมภูเก็ต พังงา และกระบี่ แบ่งลักษณะคดีเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มนอมินีที่จดทะเบียนลักษณะ 49:51 และต่อมามีการแปลงโครงสร้างให้เป็นการถือครองโดยต่างชาติ และอีกกลุ่มคือการถือครองธุรกิจและที่ดินโดยต่างชาติในสัดส่วนมากกว่าคนไทย

พบการออกหมายจับรวม 59 หมาย ในพื้นที่ 3 จังหวัด แบ่งเป็นคนไทย 28 หมาย และคนต่างด้าว 31 หมาย มีหมายเรียก 16 หมาย และหมายค้น 60 หมาย ครอบคลุมทรัพย์สินจำนวน 89 แปลง พื้นที่รวม 49 ไร่ 1 งาน 6.4 ตารางวา คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 1,053,518,872 บาท

ขณะนี้สามารถจับกุมได้แล้ว 48 หมาย ผู้ต้องหาเป็นคนไทยและคนต่างชาติในสัดส่วนใกล้เคียงกัน โดยมีผู้ต้องหาหลากหลายสัญชาติ เช่น อิสราเอล 11 ราย ฝรั่งเศส 2 ราย โปแลนด์ 2 ราย สวิตเซอร์แลนด์ 2 ราย แอฟริกาใต้ 1 ราย อังกฤษ 1 ราย เนเธอร์แลนด์ 1 ราย และรัสเซีย 1 ราย

พล.ต.อ.สำราญ ระบุว่า ในพื้นที่ภูเก็ตเคยมีการดำเนินคดีลักษณะนี้มาแล้วหลายคดี ก่อนหน้าปฏิบัติการเฟส 3 โดยบางคดีศาลมีคำพิพากษาจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา และปรับ 50,000 บาท ส่วนคดีอื่นศาลลงโทษจำคุกประมาณ 1 ปี ลดเหลือ 5-6 เดือน และรอลงอาญา 2 ปี พร้อมปรับ 50,000 บาท ซึ่งต้องดำเนินคดีต่อไปตามกระบวนการยุติธรรม

นอกจากนี้ยังพบประเด็นเกี่ยวเนื่องด้านการใช้รถเช่าในพื้นที่ท่องเที่ยว โดยบางบริษัทนำรถให้ชาวต่างชาติที่ไม่มีใบขับขี่เช่า ทำให้เกิดค่าปรับ และมีการแก้ปัญหาด้วยการหน่วงรถในบางกรณี รวมถึงเตรียมตรวจสอบมาตรการทางปกครองและระบบภาษีในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่ออุดช่องโหว่ทางกฎหมาย

ทั้งนี้ ย้ำว่ารัฐบาลและนายกรัฐมนตรีเน้นสนับสนุนการลงทุนและการท่องเที่ยวของต่างชาติ แต่ต้องดำเนินธุรกิจภายใต้กฎหมายที่ถูกต้อง หากพบการฝ่าฝืนจะดำเนินคดีทั้งในส่วนผู้ประกอบการ นักบัญชี และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย พร้อมบูรณาการร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมที่ดิน เพื่อให้การถือครองธุรกิจเป็นไปตามกฎหมายอย่างถูกต้อง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'พะงันโมเดล' สู่กฎหมายยึดทรัพย์ รัฐบาลเดินทางถูกทาง หรือแค่ไล่จับไปวันต่อวัน

การไล่จับรายวันแบบนี้ เป็นสิ่งที่ดี แต่ขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่หน้างาน จะวิ่งไล่กวดกลุ่มทุนข้ามชาติที่ใช้ช่องว่างกฎหมายไปได้นานแค่ไหน

'ชัยวัฒน์' ปลุกส่งกำลังใจให้จนท.ทวงคืนผืนป่า จากกลุ่มทุนต่างชาติกว้านซื้อที่่บนเกาะพงัน

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า เกาะพะงัน...สวรรค์ของใคร?