
19 กรกฎาคม 2569 – ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “ต่างชาติ ผิดกฎหมาย” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 13-15 กรกฎาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับพฤติกรรมการกระทำผิดกฎหมายของชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0
จากการสำรวจเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อพฤติกรรมการกระทำผิดกฎหมายของชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยที่เป็นอันตรายต่อประเทศไทย พบว่า 1. การเข้ามาลงทุนในธุรกิจที่ผิดกฎหมายหรือเปิดกิจการเพื่อฟอกเงินสีเทา ตัวอย่าง ร้อยละ 94.05 ระบุว่า อันตรายมาก รองลงมา ร้อยละ 5.42 ระบุว่า ค่อนข้างอันตราย ร้อยละ 0.30 ระบุว่า ไม่ค่อยอันตราย ร้อยละ 0.15 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ และร้อยละ 0.08 ระบุว่า ไม่อันตรายเลย
2. การจ้างนอมินี (ตัวแทน) ชาวไทยถือครองที่ดินไม่ว่าจะเป็นในนามบุคคล องค์กรหรือบริษัท ตัวอย่าง ร้อยละ 82.14 ระบุว่า อันตรายมาก รองลงมา ร้อยละ 14.81 ระบุว่า ค่อนข้างอันตราย ร้อยละ 2.14 ระบุว่า ไม่ค่อยอันตราย ร้อยละ 0.76 ระบุว่า ไม่อันตรายเลย และร้อยละ 0.15 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ
3. การจ้างคนไทยให้รับเป็นพ่อเด็กที่เป็นลูกต่างชาติเพื่อให้ได้สัญชาติ ตัวอย่าง ร้อยละ 81.76 ระบุว่า อันตรายมาก รองลงมา ร้อยละ 14.20 ระบุว่า ค่อนข้างอันตราย ร้อยละ 3.05 ระบุว่า ไม่ค่อยอันตราย ร้อยละ 0.76 ระบุว่า ไม่อันตรายเลย และร้อยละ 0.23 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ
4. การประกอบธุรกิจศูนย์เหรียญ (ธุรกิจที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาผูกขาดและควบคุมระบบซื้อขายทั้งหมดเฉพาะเครือข่ายของคนชาติเดียวกัน ทำให้คนไทยขาดรายได้) ตัวอย่าง ร้อยละ 81.29 ระบุว่า อันตรายมาก รองลงมา ร้อยละ 15.65 ระบุว่า ค่อนข้างอันตราย ร้อยละ 1.91 ระบุว่า ไม่ค่อยอันตราย ร้อยละ 0.92 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ และร้อยละ 0.23 ระบุว่า ไม่อันตรายเลย
5. การจ้างนอมินี (ตัวแทน) ชาวไทยเปิดธุรกิจหรือถือหุ้นส่วนใหญ่ในธุรกิจในประเทศไทย ตัวอย่าง ร้อยละ 81.21 ระบุว่า อันตรายมาก รองลงมา ร้อยละ 15.88 ระบุว่า ค่อนข้างอันตราย ร้อยละ 2.37 ระบุว่า ไม่ค่อยอันตราย ร้อยละ 0.46 ระบุว่า ไม่อันตรายเลย และร้อยละ 0.08 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ
6. การเข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ใดที่หนึ่งจำนวนมากจนกลายเป็นหรือเกือบจะเป็นชุมชนหรือเมืองของชาวต่างชาติ ตัวอย่าง ร้อยละ 77.48 ระบุว่า อันตรายมาก รองลงมา ร้อยละ 17.79 ระบุว่า ค่อนข้างอันตราย ร้อยละ 3.89 ระบุว่า ไม่ค่อยอันตราย ร้อยละ 0.61 ระบุว่า ไม่อันตรายเลย และร้อยละ 0.23 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ
7. การทำงานของต่างชาติที่ไม่ตรงกับใบอนุญาตทำงาน ตัวอย่าง ร้อยละ 72.98 ระบุว่า อันตรายมาก รองลงมา ร้อยละ 23.13 ระบุว่า ค่อนข้างอันตราย ร้อยละ 3.51 ระบุว่า ไม่ค่อยอันตราย ร้อยละ 0.23 ระบุว่า ไม่อันตรายเลย และร้อยละ 0.15 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ
8. การเข้ามาประกอบอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทย เช่น งานขับขี่ยานยนต์ งานมัคคุเทศก์หรือจัดนำเที่ยว
เป็นต้น ตัวอย่าง ร้อยละ 65.42 ระบุว่า อันตรายมาก รองลงมา ร้อยละ 27.86 ระบุว่า ค่อนข้างอันตราย ร้อยละ 5.65 ระบุว่า ไม่ค่อยอันตราย ร้อยละ 0.69 ระบุว่า ไม่อันตรายเลย และร้อยละ 0.38 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ
ด้านพฤติกรรมผิดกฎหมายของชาวต่างชาติที่เคยพบเห็นด้วยตนเอง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 35.95 ระบุว่า
ไม่เคยพบเจอพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายของชาวต่างชาติ รองลงมา ร้อยละ 26.11 ระบุว่า การเข้ามาลงทุนในธุรกิจที่ผิดกฎหมายหรือเปิดกิจการเพื่อฟอกเงินสีเทา ร้อยละ 25.88 ระบุว่า การจ้างนอมินี (ตัวแทน) ชาวไทยเปิดธุรกิจหรือถือหุ้นส่วนใหญ่ในธุรกิจในประเทศไทย ร้อยละ 20.92 ระบุว่า การจ้างนอมินี (ตัวแทน) ชาวไทยถือครองที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นในนามบุคคล องค์กรหรือบริษัท ร้อยละ 18.85 ระบุว่า การเข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ใดที่หนึ่งจำนวนมากจนกลายเป็นหรือเกือบจะเป็นชุมชนหรือเมืองของชาวต่างชาติ ร้อยละ 17.71 ระบุว่า การเข้ามาประกอบอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทย เช่น งานขับขี่ยานยนต์ งานมัคคุเทศก์หรือจัดนำเที่ยว เป็นต้น ร้อยละ 14.35 ระบุว่า การทำงานของต่างชาติที่ไม่ตรงกับใบอนุญาตทำงาน ร้อยละ 9.69 ระบุว่า การประกอบธุรกิจศูนย์เหรียญ (ธุรกิจที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาผูกขาดและควบคุมระบบซื้อขายทั้งหมด เฉพาะเครือข่ายของคนชาติเดียวกัน ทำให้คนไทยขาดรายได้) ร้อยละ 8.70 ระบุว่า การจ้างคนไทยให้รับเป็นพ่อเด็กที่เป็นลูกต่างชาติเพื่อให้ได้สัญชาติไทย และร้อยละ 0.23 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยกระทำผิดกฎหมาย พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 67.10 ระบุว่า การทุจริต ประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รองลงมา ร้อยละ 59.31 ระบุว่า บทลงโทษตามกฎหมายไม่รุนแรง ร้อยละ 52.21 ระบุว่า นโยบายของรัฐหรือกฎหมายเปิดช่องให้ดำเนินการได้ ร้อยละ 50.46 ระบุว่า การทุจริต ประพฤติมิชอบของนักการเมือง ร้อยละ 48.70 ระบุว่า การเห็นแก่ผลประโยชน์ ส่วนตนของคนไทยบางคน ร้อยละ 44.35 ระบุว่า การไม่ใส่ใจสอดส่องดูแลของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร้อยละ 29.54 ระบุว่า คนไทยไม่สนใจหรือไม่ตระหนักในปัญหาคนต่างชาติทำผิดกฎหมาย และร้อยละ 0.31 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชูดัน‘คนนอก’ คุ้ยโกงท้องถิ่น โพลชี้ขรก.รู้ดี
นิด้าโพลพบคนไทยรู้มี "โกงสอบ" เผยช่วงสัมภาษณ์เปิดช่องทุจริตมากสุด
โพลชี้คนไทยรู้ว่ามี ‘โกงสอบ’ เผยช่วงสัมภาษณ์เปิดช่องทุจริตมากที่สุด
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “ทุจริตสอบท้องถิ่น” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 7-9 กรกฎาคม 2569
ดร.ณัฏฐ์ ซัดนิด้าโพลเข้าข่ายปั่นกระแส ชี้ผลสำรวจความนิยมการเมืองยังไม่นิ่ง
“ดร.ณัฏฐ์” ตั้งข้อกังขาผลสำรวจความนิยมทางการเมืองไตรมาส 2/2569 ของนิด้าโพล ชี้การเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 2,500 คนทางโทรศัพท์ยังไม่ครอบคลุมประชาชนทั้งประเทศ พร้อมตั้งคำถามว่าเข้าข่าย “ชี้นำสังคม” หรือ “ปั่นกระแสทางการเมือง” หรือไม่ และยื
ชำแหละ 'ผลนิด้าโพล' กระทุ้ง 'เท้ง' ปรับคะแนนนิยมให้เท่าพรรค
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "เท้ง ต้องปรับคะแนนนิยมให้เท่าพรรค" โดยระบุว่า
คะแนนนิยม‘หนู’ดิ่ง ปชช.เชียร์เท้งนั่งนายกฯ กรวีร์ชูได้ใช้‘กม.นิรโทษ’
นิด้าโพลเผยคะแนนนิยมการเมืองล่าสุดคนเชียร์ "เท้ง" นั่งนายกฯ สูงกว่า "อนุทิน" หนุน ปชน.มากกว่า
'หมอวรงค์' ปลื้มผลโพลความนิยมเพิ่ม ลั่นยังต้องทำงานหนัก ลุยบำนาญสส.-สว. ด่านรีดไถ่
หมอวรงค์ ลั่นจากพรรคการเมืองที่เป็นม้านอกสายตา มี สส. 1 เสียงในสภา ทำงานการเมืองภายใต้เจตจำนงค์ ยืนข้างความถูกต้อง ต้องขอบคุณเสียงสนับสนุน

