หนี 19 ปีไม่รอด! กองปราบจับเมียโหดร่วมกับชู้วางแผนฆ่าผัว

ตำรวจกองปราบรวบเมียโหดคบชู้วางแผนฆ่าสามี ใช้มีดกระหน่ำแทง ปาดคอ คิดว่าเสียชีวิตแล้วหลบหนี สามีดวงไม่ถึงฆาตเจ้าหน้าที่เร่งกู้ชีพ ติดตามนานกว่า 19 ปี ไม่รอดปฏิเสธร่วมฆ่าผัว

23 ก.ค.2569 - พ.ต.ต.จอมพฤทธิ์ แก้วเรือง สว.กก.6 บก.ป. พร้อมด้วย ร.ต.อ.สหรัฐ วิชัยดิษฐ รอง สว.กก.6 บก.ป.ร่วมกันจับกุม นางประไพพัฒน์ฯ อายุ 50 ปี ศาลจังหวัดตรัง ที่ 648/2550 ลง 13 ก.ย.2550 กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น” จับกุมได้ที่หน้าบริษัทแห่งหนึ่ง ย่านรองเมือง เขตปทุมวัน กทม.

ในการจับกุมครั้งนี้ นายเกษตร ผู้เสียหาย ทราบว่า นางประไพพัฒน์ ภรรยาของตน ลักลอบคบหากับนายจรูญ ในลักษณะชู้สาว จึงเข้าไปต่อว่านายจรูญ กระทั่งเกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง แต่ยังไม่มีการลงมือทำร้ายร่างกายกัน

ต่อมาเมื่อวันที่ 10 ก.ย.2550 นายจรูญ และนางประไพพัฒน์ ได้ร่วมกันวางแผนโทรศัพท์นัดหมายนายเกษตร ไปรับประทานข้าวต้ม เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยปัญหาที่เกิดขึ้น โดยนายเกษตร ขับขี่รถจักรยานยนต์ มีนางประไพพัฒน์ ซ้อนท้าย ส่วนนายจรูญฯขับขี่รถจักรยานยนต์เดินทางไปเพียงลำพัง ระหว่างทางทั้งสองฝ่ายได้พบกันและเกิดการโต้เถียงกันขึ้นอีกครั้ง นายจรูญ เกิดความโมโห จึงใช้เท้าถีบรถจักรยานยนต์ของนายเกษตร จนเสียหลักล้มลง ก่อนใช้อาวุธมีดแทงและปาดบริเวณลำคอ โดยมีนางประไพพัฒน์ ช่วยจับมัดร่างกายนายเกษตร เพื่อให้นายจรูญ ลงมือได้สะดวก เมื่อทั้งสองเข้าใจว่านายเกษตร ถึงแก่ความตายแล้ว จึงพากันหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองตรุด เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่านายเกษตร ยังคงมีสัญญาณชีพ จึงเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล กระทั่งพ้นขีดอันตรายและสามารถให้การเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ จนนำไปสู่การรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายจับนายจรูญฯ และนางประไพพัฒน์ ในความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น

ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมนายจรูญ ได้ และถูกดำเนินคดีจนคดีถึงที่สุด โดยได้รับโทษจำคุกและพ้นโทษออกมาใช้ชีวิตตามปกติแล้ว ส่วนนางประไพพัฒน์ ยังคงหลบหนีการจับกุม โดยมักย้ายไปพักอาศัยและทำงานตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เมื่อทราบหรือระแวงว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนใกล้ถึงตัว ก็จะเปลี่ยนสถานที่หลบซ่อน ทำให้สามารถหลบหนีการจับกุมมาได้เป็นเวลานานกว่า 19 ปี

กระทั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป. สืบสวนทราบว่า นางประไพพัฒน์ฯ หลบหนีมาทำงานอยู่ภายในบริษัทขนส่งแห่งหนึ่ง บริเวณย่านรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร โดยไม่มีบ้านพักอาศัยเป็นหลักแหล่ง แต่ใช้ชีวิตประจำวันและพักอาศัยอยู่ภายในรถบรรทุกสิบล้อของบริษัท ซึ่งสามีคนปัจจุบันทำงานเป็นพนักงานขับรถอยู่ ทำให้ยากต่อการติดตามจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวางแผนเข้าตรวจสอบและเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณดังกล่าว จนพบนางประไพพัฒน์ฯ และสามารถจับกุมตัวไว้ได้ ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองตรุดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า อยู่ในเหตุการณ์ซึ่งนั่งรถคันเดียวกับผู้บาดเจ็บ ไม่ได้มีส่วนร่วมในการลงมือกระทำผิดดังกล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลรับฟ้องคดีสลายชุมนุมตากใบ จำเลย 9 คน ก่อนหมดอายุความ 2 เดือน

ศาลนราธิวาส รับฟ้องคดีญาติเหยื่อฟ้อง ‘พล.อ.พิศาล ‘อดีต เเม่ทัพภาค 4 กับพวก 7 คน ร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ จากเหตุสลายการชุมนุมตากใบ ปี47 ก่อนหมดอายุความ 2 เดือน ยกฟ้องชั้นไต่สวนมูลฟ้อง 2 คน