สส.ปชน.ภูเก็ต พร้อมแจงDSI นอมินีต่างชาติ

"ดีเอสไอ” ออกหมายเรียกพยาน  “สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน" เข้าชี้แจง 31 ส.ค.69  ปมถือครองอสังหาริมทรัพย์แทนคนต่างชาติ ส่อเข้าข่าย "นอมินี" เจ้าตัวโต้เป็นการกล่าวหาจนเกินเลยไปจากความเป็นจริง ยื่นหนังสือยืนยันความบริสุทธิ์ใจ พร้อมให้ตรวจสอบ

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 มีรายงานข่าวภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดเผยว่า   สำหรับกรณีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ ว่าที่ ร.ต.สมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน (ปชน.) ซึ่งปรากฏพยานหลักฐานในชั้นการสืบสวน พบว่า ว่าที่ ร.ต.สมชาติได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการถือหุ้น 99.99% ในบริษัทที่ไม่มีการประกอบธุรกิจจริง แต่กลับมีลักษณะมุ่งเน้นการถือครองอสังหาริมทรัพย์มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท โดยเป็นการถือครองที่ดินและอาคารชุดร่วมกับชาวต่างชาติ ซึ่งปัจจุบันนี้กองคดีความมั่นคงอยู่ระหว่างสืบสวนเรื่องดังกล่าว และล่าสุดได้มีการออกหมายเรียกแก่ว่าที่ ร.ต.สมชาติให้เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงในฐานะพยานกับคณะพนักงานสืบสวน กองคดีความมั่นคง ในวันจันทร์ที่ 31 ส.ค. ถ้าหากว่าที่ ร.ต.สมชาติมีความประสงค์จะเข้ามาชี้แจงก่อนกำหนดนัดหมาย ก็สามารถเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงได้ โดยทางพนักงานสืบสวนมีความพร้อมในการเปิดพื้นที่รับฟังข้อมูลและพยานหลักฐานของพยานอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ยังคงยืนยันว่าคดีดังกล่าวยังเป็นเพียงเรื่องสืบสวน ยังไม่ได้มีการรับเป็นคดีพิเศษ และยังไม่ได้มีการกล่าวหาดำเนินคดีกับบุคคลใดทั้งสิ้น เพราะจำเป็นจะต้องสอบสวนปากคำพยาน และรวบรวมพยานหลักฐานให้ปรากฏข้อเท็จจริงให้เรียบร้อยก่อน

อนึ่ง ล่าสุดตามที่ สส.สมชาติได้โพสต์ว่า วันนี้จะเข้าชี้แจงกับดีเอสไอเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจนั้น ทางพนักงานสืบสวน กองคดีความมั่นคง มีความพร้อมในการรอสอบปากคำชี้แจงในฐานะพยาน แต่เบื้องต้นยังไม่มีการประสานเข้ามาพบแต่อย่างใด

รายงานข่าวภายในดีเอสไอระบุอีกว่า  สำหรับพยานหลักฐานเอกสารที่ว่าที่ ร.ต.สมชาติประสงค์จะเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสืบสวนนั้น  กรณีหากไปเกี่ยวข้องในเรื่องของการถูกระบุว่าเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นในบริษัท เจ้าตัวก็จะต้องนำเอาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท โครงสร้างบอร์ดผู้บริหาร หน้าที่การทำงานภายในบริษัท และรายการเดินบัญชีทางการเงิน เพื่อชี้แจงได้ว่าเส้นทางการเงินที่รับโอนไปนั้นมาจากการทำธุรกรรมในเรื่องใด และยิ่งโดยเฉพาะในกรณีของแหล่งที่มาของเงินทุนในการใช้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน ห้องชุดร่วมกับคนต่างชาติ ก็ต้องชี้แจงให้ได้ว่านำเงินจากแหล่งทุนใดมาใช้ในการหมุนเวียนทำธุรกิจ  และจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าไม่ใช่เป็นการทำธุรกิจในรูปแบบนอมินี เพื่อไปถือครองอสังหาริมทรัพย์แทนคนต่างชาติอย่างไร โดยจะต้องมีหลักฐานการประกอบกิจการ การทำงาน ผลประกอบการต่าง ๆ             

อย่างไรก็ตาม ในการสอบสวนปากคำพยาน จะไม่ได้เป็นการสรุปทันทีว่าบุคคลนั้นจะต้องเป็นผู้กระทำความผิดในคดีตามที่มีผู้มาร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ แต่เป็นกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงของดีเอสไอว่า ในคดีดังกล่าวมีบุคคลใดมาเกี่ยวข้อง มีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างไรบ้างในการบริหารกิจการธุรกิจการถือครองอสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน และห้องชุด

ด้าน ว่าที่ ร.ต.สมชาติ กล่าวว่า สืบเนื่องจากกรณีที่มีข่าวออกมาในสังคมออนไลน์ค่อนข้างจะหลายสำนัก ซึ่งข่าวที่ออกมาเป็นกรณีที่มีการกล่าวหาตนค่อนข้างรุนแรง ว่าตนเป็นนอมินีให้กับต่างด้าว วันนี้จึงมาแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อเจ้าหน้าที่ DSI และมีการยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ว่าตนยินดีที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับทาง DSI ในกระบวนการตามกฎหมาย เพื่อให้สิ้นกระแสสงสัยว่า ตนไม่ได้กระทำความผิดตามที่มีข้อครหาหรือการที่มีกล่าวอ้างในสังคมออนไลน์

วันนี้ยังขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า ไม่ได้กระทำการตามที่มีข้อกล่าวหาในสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงข้อกล่าวหาดังกล่าวนั้น ตนเชื่อเหลือเกินว่า เป็นการกล่าวหาจนเกินเลยไปจากความเป็นจริง ซึ่งกระบวนการทางกฎหมายก็มีอยู่แล้ว ตนยินดีเข้าสู่กระบวนการ จึงได้มาแสดงตัวต่อ DSI ในวันนี้

"ในการประกอบอาชีพของผม ตามที่ได้เข้าพบ DSI วันนี้ เพื่อจะบอกว่าไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนหรือกระบวนการใดก็ดี ผมเองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มิได้ใช้อำนาจหรือตำแหน่งของตัวเองไปในทางที่มิชอบ" 

การทำธุรกิจก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการทำมาหากินของตน คือ การประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์และปล่อยเช่า และมีรายได้หรือการประกอบกิจการนั้นๆ 

ซึ่งวันนี้เชื่อว่ามีความพยายามที่จะโยงเรื่องนี้ถึงการเมือง และไม่ว่าจะเป็นการเมืองพรรคไหน สีไหน อย่างไร ก็อยากจะยืนยันตรงนี้ว่า มีการกล่าวหามีการกล่าวอ้างลอยๆ กระทบกระเทือน ถึงสิทธิของตน ในฐานะประชาชนคนหนึ่งเช่นเดียวกัน

แม้ว่าจะเป็น สส. ตนก็เป็นประชาชนเช่นเดียวกัน จึงเป็นที่มาว่าวันนี้ เป็นเวลาที่ควรแล้วที่ต้องออกมาชี้แจง และตอบข้อครหา ข้อคำถาม ข้อกังขาของสังคมด้วย และไม่อยากให้นำเรื่องนี้ไปละเลงกันในทางการเมืองหรือไปผูกโยงกับทางการเมือง

"แต่อยากให้ดึงสติกลับมาว่า ทุกอย่างมีขั้นตอน มีกระบวนการตามกฎหมาย และการออกมาปกป้องสิทธิ์ของผมในวันนี้ก็เพื่อแสดงจุดยืนว่า หากผมเองยังไม่ออกมา ต่อสู้ให้กับตัวผมเองออกมาปกป้องสิทธิ์ของตัวผมเองแล้ว ผมจะไปปกป้องสิทธิและเสรีภาพของพี่น้องประชาชนที่ถูกกระทำอยู่ได้อย่างไร ดังนั้น การเข้าไปยื่นหนังสือและแสดงตัวเพื่อแสดงความประสงค์ว่ายินดีให้ความร่วมมือ พร้อมที่จะให้ข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนของทาง DSI"

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ปชน. ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องนี้ต้องแยกออกเป็น 2 ประเด็น 1.นอมินี 2.การปกปิดบัญชีทรัพย์สิน ซึ่งเรื่องของการปิดบัญชีทรัพย์สิน ตนเข้าใจว่าคงจะอยู่ในกระบวนการของ ป.ป.ช. เพราะเป็นหน้าที่ของ สส.ที่จะต้องแจ้งข้อมูลต่อ ป.ป.ช.อยู่แล้ว จึงเชื่อว่าหากข้อเท็จจริงเป็นไปตามข่าว ป.ป.ช. ก็สามารถดำเนินการได้ ส่วนเรื่องนอมินี ก่อนหน้านี้เราเคยมีการดำเนินการส่งเรื่องไปให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าตรวจสอบ ผ่านทางคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ เรื่องนี้ยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจ และสนับสนุนให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง

เมื่อถามว่า มีรายงานว่าเรื่องนี้เคยถูกร้องเรียนมาพรรคประชาชนแล้ว ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายรังสิมันต์กล่าวว่า เท่าที่ตนทราบ ประเด็นหลักที่มีการร้องเรียน ซึ่งตนทราบบางส่วนคือเรื่องนอมินี และหากปรากฏข้อเท็จจริงก็จะเป็นลูกโซ่ สุดท้ายเรื่องปกปิดบัญชีทรัพย์สินก็จะต้องดำเนินการ และเรื่องนี้ขอยืนยันว่าถึงที่สุดแล้วคำถามคือพรรคประชาชนดำเนินการอะไร ตนคิดว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาพรรคประชาชนดำเนินการไปแล้วระยะหนึ่ง คือการยื่นเรื่องไปที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพราะเราถือว่าประเด็นเรื่องนอมินีเป็นประเด็นใหญ่ซึ่งเป็นที่สนใจของสังคมไทย เมื่อเรามีจุดยืนแบบนี้ เราก็คาดหวังว่า สส.ของเราทุกคนจะต้องไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องแบบนี้ ดังนั้นถ้ามีใครไปเกี่ยวข้องก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เตือนเหนือตอนล่างยังอ่วม!

สถานการณ์อุทกภัย "ภาคเหนือ" น่าห่วง "ปภ." ส่งเซลล์บรอดคาสต์แจ้งเตือนหลายพื้นที่เฝ้าระวัง "น่าน-แม่ฮ่องสอน"

ร้องทุจริตสอบนายอำเภอ ปี 66 พบพฤติการณ์คล้ายโกงสอบท้องถิ่น

น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีผู้ร้องแจ้งเรื่องความไม่โปร่งใสการสอบนายอำเภอปี 2566

คนไทยไม่ได้กินหญ้า! 'โรม-ไอซ์' ซัด 'อนุทิน' อย่าโกหกประชาชน บอกรังเกียจ 'ฮั้ว สว.'

“โรม” สวนนายกฯ คดีฮั้ว สว.หลอกตัวเองได้ แต่หลอกประชาชนไม่ได้ ชี้ข้อหาซ่องโจรยังน้อยไป ลั่นลุยเปิดโปงต่อเนื่อง ขณะที่“ไอซ์” ฝากถึง “นายกหนู“ คนไทยกินข้าว ไม่ได้กินหญ้า หลังบอกรังเกียจฮั้ว สว. แนะลองเปิดเฟซบุ๊กฝ่ายค้านดูจะได้รู้ พร้อม ยืนยัน-นั่งยัน-นอนยัน ไม่สนับสนุนให้ใครก็ตามไปร้อง ม.112