ยานรกทะลักชายแดนเหนือ! ยึดยาบ้า 612 ล้านเม็ด ไอซ์ 22 ตัน พบใช้เด็ก 14-17 ปีขนยา

นบ.ยส.35 สรุปผลงานสกัดกั้นยาเสพติดชายแดนเหนือปี 2569 ยึดยาบ้ากว่า 612 ล้านเม็ด ไอซ์กว่า 22,000 กิโลกรัม ขบวนการเสียชีวิต 53 ราย พบเครือข่ายปรับวิธีลำเลียงทั้งซุกรถ ปะปนพืชผล ใช้ระบบโลจิสติกส์ โดรน และเด็กอายุ 14-17 ปีเป็นผู้ขน เตรียมปี 2570 เดินหน้าคุมสารตั้งต้น-ขยายผลทลายเครือข่ายรายใหญ่

17 กันยายน 2569 -  ที่โรงแรมกรีนเลครีสอร์ทเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ (นบ.ยส.35) จัดสรุปผลการปฏิบัติงานของ นบ.ยส.35 ตามแผนปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ในพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ชายแดนภาคเหนือ ประจำปี 2569

โดยมี พล.ท.วรเทพ บุญญะ ผู้บัญชาการ นบ.ยส.35 เป็นประธาน ร่วมกับ พล.ต.ประสาน เห็นประเสริฐ ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร, พล.ต.สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง ฝ่ายปกครองและหน่วยงานด้านความมั่นคงเข้าร่วม

ผบ.นบ.ยส.35 ระบุว่า ปัจจุบันสถานการณ์ภายนอกประเทศพบว่า ในพื้นที่ตามแนวชายแดนยังมีการผลิตยาเสพติดเพิ่มมากขึ้นและการขยายตัวของเครือข่ายข้ามชาติ ส่งผลให้ปริมาณของกลางที่ตรวจยึดได้เพิ่มมากขึ้น ยาบ้าหลายร้อยล้านเม็ดและไอซ์หลายตัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงระบบของการผลิตที่สูงขึ้น

สถานการณ์ภายในประเทศ ยาบ้ายังคงแพร่ระบาดสูงสุด ขณะที่ไอซ์ เฮโรอีน และเคตามีน ยังคงเป็นที่ต้องการจากประเทศที่ 3 มากขึ้น จากความต้องการยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ทั้งภายนอกประเทศและภายในประเทศ ทำให้กลุ่มขบวนการมีความพยายามจะนำยาเสพติดเข้าหรือผ่านประเทศไทยมากขึ้น

โดยมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบและเส้นทางให้เข้ากับสถานการณ์ มีการขนส่งยาเสพติดผ่านระบบ Logistic เพิ่มมากขึ้น การใช้ยานพาหนะดัดแปลงช่องว่าง ช่องลับในตัวรถซุกซ่อนยาเสพติด การขนส่งยาเสพติดปะปนมากับพืชผลทางการเกษตร การใช้เด็กและเยาวชนห้วงอายุ 14-17 ปี เป็นผู้ลำเลียง รวมถึงการใช้โดรนขนส่งยาเสพติดในบางพื้นที่ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ยาเสพติดง่ายมากขึ้น

พล.ท.วรเทพ เปิดเผยผลการปฏิบัติงานเชิงรุกในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ 6 จังหวัด 25 อำเภอชายแดนภาคเหนือ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ระหว่างวันที่ 1 ต.ค.2568-31 ส.ค.2569 ว่า ดำเนินการลาดตระเวนและเฝ้าระวัง จำนวน 3,353 ครั้ง การตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด จำนวน 5,162 ครั้ง การตรวจสถานประกอบการขนส่งพัสดุภัณฑ์ 740 ครั้ง

สามารถตรวจยึดจับกุมยาบ้าได้กว่า 612 ล้านเม็ด หรือ 612,532,629 เม็ด ไอซ์กว่า 22,000 กิโลกรัม หรือ 22,301.8 กิโลกรัม กลุ่มขบวนการเสียชีวิตจำนวน 53 ราย

เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีงบประมาณ 2568 พบว่า สามารถตรวจยึดยาบ้าเพิ่มขึ้นจำนวน 217 ล้านเม็ดเศษ คิดเป็นร้อยละ 54.94 ไอซ์และเคตามีนเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 32.68 สำหรับเฮโรอีนมีผลการจับกุมลดลง

นอกจากนี้ ด้านการปราบปรามและขยายผล มีการจัดตั้งด่านตรวจ/จุดตรวจ/จุดสกัด จำนวน 9,963 ครั้ง การดำเนินการสืบสวนขยายผลเครือข่ายยาเสพติดจำนวน 27 เครือข่าย ดำเนินโครงการข่าวสารจับกุมคดีความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด คิดเป็นร้อยละ 90 ของแผนดำเนินการ การดำเนินโครงการฝึกอบรมการสกัดกั้น และโครงการสืบสวนสอบสวนขยายผลเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินการเรียบร้อยตามเป้าหมาย

ในด้านการป้องกัน มีการอบรมชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านตามแนวชายแดนในการเฝ้าระวังยาเสพติดในพื้นที่ 6 จังหวัด 25 อำเภอ 2,103 หมู่บ้าน จำนวนผู้เข้าร่วมอบรม 72,373 คน การปฏิบัติงานของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จำนวน 176,270 ครั้ง

ด้านอำนวยการ มีการประชุมเพื่อกำกับติดตามและขับเคลื่อนงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ดำเนินการจำนวน 72 ครั้ง การประชุมประสานงานด้านการข่าว เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และการจัดประชุมประสานงานด้านการข่าวเฉพาะกรณี รวมจำนวน 48 ครั้ง การประสานงานด้านการต่างประเทศ 23 ครั้ง

รวมถึงการจัดการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่เจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในระดับผู้ปฏิบัติ โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างประสิทธิภาพและสร้างเครือข่ายด้านการข่าวผู้ประกอบการขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ในพื้นที่ของจังหวัดเชียงรายและจังหวัดเชียงใหม่ การอบรมเกี่ยวกับการดำเนินการสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ การสัมมนาถอดประสบการณ์แบบมีส่วนร่วมของหน่วยระดับปฏิบัติในพื้นที่ 6 จังหวัด 25 อำเภอชายแดนภาคเหนือ การติดตามและขับเคลื่อนงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของผู้บังคับบัญชา พร้อมคณะตรวจเยี่ยมหน่วยภายใต้โครงสร้างและหน่วยขึ้นตรงในพื้นที่ 6 จังหวัด 25 อำเภอชายแดนภาคเหนือ

โดยในปีที่ผ่านมา มีการขับเคลื่อนการดำเนินการต่อสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่อาจนำไปใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติด ซึ่งถูกส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ในประเด็นดังกล่าว นบ.ยส.35 ได้หารือกับที่ปรึกษาด้านกฎหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับแนวทางการควบคุมและเสนอเรื่องแนวทางการดำเนินการไปยังสำนักงาน ป.ป.ส. และ ศอ.ปชด. ในขณะนั้น

ปัจจุบันได้มีประกาศกระทรวงกลาโหม เรื่อง กำหนดท้องที่บางส่วนฯ เป็นเขตควบคุมตาม พ.ร.ก.ควบคุมสินค้าฯ พ.ศ.2524 ซึ่งเกี่ยวข้องกับพื้นที่รับผิดชอบของ นบ.ยส.35 ได้แก่ จังหวัดตาก จังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดเชียงราย ซึ่งกำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อำนวยการควบคุมสินค้าในเขตควบคุม

มีประเภทสินค้าหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างสำคัญต่อกิจกรรมของกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติด สารตั้งต้นหรือสารเตรียมสารตั้งต้น จำนวน 7 รายการ และสินค้าหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างสำคัญที่เป็นสารทำปฏิกิริยาหรือสารตัวเร่งปฏิกิริยา จำนวน 19 รายการ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการของคณะอนุกรรมการจังหวัดในการเสนอแนวทางการดำเนินการจากนโยบายสู่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อไป

สำหรับการขับเคลื่อนงานที่สำคัญในปีงบประมาณ 2570 ที่จะผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรม คือ การเสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีประกาศกำหนดท้องที่เขตควบคุมตาม พ.ร.ก.ควบคุมสินค้า ให้ครอบคลุมพื้นที่รับผิดชอบทั้ง 6 จังหวัด 25 อำเภอชายแดน และการเสนอชื่อสินค้าบางรายการที่ยังไม่ถูกกำหนดให้เป็นสินค้าในเขตควบคุม ที่สามารถนำไปเป็นสารตั้งต้นหรือตัวเร่งปฏิกิริยาในการผลิตยาเสพติด

อีกประการที่สำคัญ คือ การขยายผลทลายเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ที่ปัจจุบันเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมระดับสั่งการ อาทิ เครือข่ายยาเสพติดของ “หนูเฉิน” เพื่อนำไปสู่การยึดทรัพย์และตัดท่อน้ำเลี้ยงของกลุ่มเครือข่ายที่ยังหลงเหลืออยู่ให้หมดไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

8 ผู้ต้องหา ตัดไม้นางพญาเสือโคร่งบนดอยปุย โผล่มอบตัว ลั่นขอสู้คดี-ปฏิเสธทุกข้อหา

ผบก.ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ติดตามความคืบหน้ากรณีตัดต้นนางพญาเสือโคร่งในอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ล่าสุดผู้ต้องหา 8 ราย รุดมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ พร้อมให้การปฏิเสธทุกข้อหา

ศุภาลัย ส่ง “ธาม” เชียงใหม่ คัมแบ็กในรอบ 12 ปี ปักหมุดคอนโดฯ

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การกลับมาพัฒนาคอนโดมิเนียมในจังหวัดเชียงใหม่อีกครั้งหลังเว้นช่วงมากกว่า 12 ปี ไม่ได้เกิดจากการมองเพียงว่าตลาดมีช่องว่าง

‘นิกร’ลุยเชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี ดันบ้านเคหะเพื่อคนไทย

กคช. เตรียมต่อยอดที่ดินกว่า 10 ไร่ ในโครงการบ้านเอื้ออาทรเชียงใหม่ ลุยพัฒนาอาคารพักอาศัยสูง 4 ชั้น 12 อาคาร รวม 516 หน่วย ภายใต้โครงการ “บ้านเคหะเพื่อคนไทย” เพิ่มทางเลือกที่อยู่อาศัยให้ประชาชน

'ดร.สามารถ' ชำแหละ! จังหวัดไหนจะได้สร้างรถไฟฟ้าก่อน

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "5 จังหวัด รอรถไฟฟ้า จังหวัดไหนจะได้สร้างก่อน?" โดยระบุว่า

อุทยานฯ เตือนกลุ่มนักซิ่งล้อเดี่ยวไฟฟ้า ทำคอนเทนต์โชว์บนดอยสุเทพ เข้าข่ายผิดกฎหมาย

ผอ.สำนักฯอนุรักษ์ 16 สั่งตรวจเข้มนักซิ่งล้อเดี่ยวไฟฟ้ารุกอุทยานฯ ชี้ผิดกฎหมาย หลังมีโชว์เก๋าในโซเชียลชาวบ้านบ่น