
กลายเป็นภาพอุจาดตาและสร้างความสะอิดสะเอียนให้แก่สังคมไม่น้อย
ผมหมายถึงคลิปวิดีโอบรรยากาศการแข่งขันกีฬา “หนองกบเกมส์” ณ โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์น่ะ
มหกรรมกีฬาชุมชนที่ควรจะมีจุดประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมสุขภาพ ปลูกฝังความสามัคคี และสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เยาวชน
แต่..กลับถูกผู้จัดงานเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็น “มหกรรมมอมเมาอุบาทว์” ด้วยการบรรจุเกม “วิ่งผลัดดื่มแอลกอฮอล์” อย่างสนุกสนานครื้นเครงกลางสนามต่อหน้าสายตาเด็กๆ ซะงั้น!
นี่..ไม่ใช่แค่เรื่อง “เล่นสนุกขำๆ” ในหมู่ชาวบ้าน แต่มันคือภาพสะท้อนของ “ความล้มเหลวทางปัญญาและสามัญสำนึก” ของผู้ใหญ่..
ที่แยกแยะไม่ออกว่าอะไรคือ “พื้นที่สาธารณะ” อะไรคือ “สถานศึกษา” และอะไรคือ “อบายมุข”!
คำถามคือ ผู้จัดกิจกรรม “พวกคุณคิดอะไรกันอยู่..หือ?”
เออ..แล้วนั่นก็ไม่รู้ “คิดได้อย่างไร”? ก็ข่าวที่ว่านายทักษิณ ชินวัตร พยายามกดดันบุคคลในรัฐบาลและคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข
ให้รับคำร้องขอให้พิจารณาวินิจฉัยสิทธิได้รับการนิรโทษกรรมและพ้นจากความรับผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569
เพื่อล้างมลทินในคดีที่เกี่ยวข้องกับการเมือง โดยใช้เสียงของ สส.พรรคเพื่อไทย จำนวน 74 เสียง
ในการลงมติไว้วางใจนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย รวม 18 คน ที่จะมีขึ้นในวันที่ 7-11 ธ.ค.นี้ เป็นข้อแลกเปลี่ยน นั่นแหละ!
เนี่ย..ต้องบอกว่า “หมาเคยกินขี้ ยังไงก็กินขี้อยู่วันยังค่ำ” พยายามห่างหายจากหน้าสปอตไลต์การเมืองไปได้ไม่กี่ยาม-กี่มื้อ..
ที่สุด..นายทักษิณ ชินวัตร ก็โผล่ (หาง) ให้เห็นถึงนิสัย-พฤติกรรมเดิมๆ จนได้!
การมอบอำนาจให้ทนายความคู่ใจอย่างนายวิญญัติ ชาติมนตรี หอบสำนวนคำร้องไปยื่นต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข..
เป้าหมาย.. “ล้างมลทิน” และ “นิรโทษกรรม” ทุกสิ่งอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีต!
ด้วยเหตุผลประกอบคำร้องที่ทนายร่ายยาวออกมา โดยเฉพาะประโยคที่ว่า.. “ท่านอายุมากแล้ว 77 ปี อยากวางมือทางการเมืองอย่างเด็ดขาด และอยากประกอบอาชีพสุจริต”
ฟังแล้วชวนให้จินตนาการภาพชายชราผู้น่าสงสารคนหนึ่ง ที่นั่งสวดมนต์ เลี้ยงหลาน ทำสวน อยู่ในบ้านประมาณนั้น
แต่เมื่อเป็น “ทักษิณ ชินวัตร” ที่ผู้คน “ชิน” กับวัตรปฏิบัติมาตลอด ใครๆ จึงไม่อาจเชื่อคำว่า “วางมืออย่างเด็ดขาด” จะเกิดขึ้นจริง!
และที่งัดทฤษฎี “ผลไม้พิษ” มาอ้างว่า ตนเองคือเหยื่ออันโอชะของรัฐประหารและการกลั่นแกล้งทางการเมือง เป็นผ้าขาวบริสุทธิ์ที่ถูกป้ายสีจนดำทมิฬ..
ถามจริง..ไม่ละอายปากเลยรึท่านทนาย?
ที่สำคัญ พอมีคนออกมาตั้งข้อสังเกต หรือแสดงความคิดเห็นทางกฎหมาย ทนายคู่ใจก็รีบสวนกลับทันควันว่าเป็นพวก “ขาประจำ” ที่จ้องจะกีดกันไม่ให้คนอื่นได้ประโยชน์!
พิโธ่..พิถังกะละมังหม้อ ช่างเป็นตรรกะที่เฉียบแหลมจนอยากจะมอบกล้วยให้ การตั้งคำถามถึงความเท่าเทียมในสังคม กลายเป็นการ “อิจฉาตาร้อน” ..คิดได้ไง (วะ)?
ถ้ากฎหมายฉบับนี้และคณะกรรมการชุดนี้ สามารถลบล้างคำพิพากษาของศาลฎีกาให้หายวับไปกับตาได้เพียงเพราะคำว่า “อยากทำมาหากินสุจริต”
ประทานโทษ..ต่อไปประเทศไทยก็คงไม่ต้องเปลืองงบประมาณไปกับกระบวนการยุติธรรมให้เหนื่อยแรง แนะนำให้ยุบศาล ยุบอัยการไปเสียสิ้นเรื่อง!
มีสำนึก-สำเหนียกบางเถอะพ่อคุณ..อย่าได้คืบแล้วจะเอาวา และอย่าหาเรื่องให้สังคมต้องวุ่นวายอีกเลย..
พอได้แล้ว ปล่อยวางได้แล้ว บั้นปลายชีวิตหาความสงบสุขที่แท้จริงให้ตัวเองเสียที เพราะตราบใดที่ยังอยากได้ “สิทธิพิเศษ” เหนือคนธรรมดา..
บทละครเรื่อง “ชายชราผู้ถูกรังแก” ที่พล็อตขึ้นมา ก็เป็นได้แค่ “บทงิ้วหลงโรง” ที่คนดูเขาเอือมระอา-เดินหนีกันหมดแล้ว..
ษิณเอ๊ย!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จิตวิทยาการตลาด?
“แผนใหญ่ของพวกเรามีครบทุกอย่าง ตรวจสอบรัฐบาล ตรวจสอบเหล่าองค์กรอิสระ ชำแหละระบอบสีน้ำเงิน ติดอยู่แค่เรื่องเดียวคือ ‘ทุน’ ทุกภารกิจต้องลงมือทำจริง และการลงมือทำจริงต้องมีแรงหนุนจากประชาชน
เพื่อความปลอดภัย!
ด้วยภาพลักษณ์ของ “คนดี-ใจบุญ” ที่เคยพิพากษาผู้อื่น!
กลัวไม่ได้เป็น ‘เจ้าสัวมือเติบ’?
เคยสังเกตกันบ้างไหม?.. ในสังคมออนไลน์ยุคนี้ จะมีคนกลุ่มหนึ่งที่ทำงานหนักมาก..มากกกจนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะยังมีมนุษย์ที่ทุ่มเทพลังแรงกายได้ถึงเพียงนั้น!
กลยุทธ์'ชิงพื้นที่สื่อ'?
เมื่อเรื่องที่ดิน 100 ไร่ กลายเป็น “เรื่องรักร้าว”! ทัศนคติ-มุมมองของผู้ติดตามชม นอกจากจะคิดเห็นไม่ตรงกันแล้ว บางคนอาจเกิดคำถามขึ้นมาในใจ.. “ดรามาน้ำตาคลอ” หรือ “วิชาเบี่ยงเบนความสนใจ” กันแน่ (วะ)?
ข้อจำกัด-ล้านกรอบ?
“กะเพรา กระเพาะ กระเพื่อม” นี่คือ..หัวข้อบทกลอนของ “น้าหมู” คุณพงษ์เทพ กระโดนชำนาญ ศิลปินเพื่อชีวิตรุ่นใหญ่ ก่อนที่จะร่ายต่อว่า..
ประเทศไทยอ่อนแอ?
จะชี้แจง-อธิบายว่ากระไร? เนี่ย..วันนี้ (27 ต.ค.) แหละ จะได้ฟัง-ได้รู้ แต่ที่ทราบก่อนคือ คุณบุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ในฐานะภรรยาของสามีที่ตกเป็นข่าวว่าบุกรุกป่าสงวน 100 ไร่ในจังหวัดนครนายก..

