นศ.อุเทนถวาย ยื่นตำรวจประสานช่างกลปทุมวัน ประกาศลั่นอยู่ที่เดิมหรือที่ใหม่ก็เลิกตีกัน

นักศึกษาอุเทนถวายประกาศยุติความรุนแรงกับช่างกลปทุมวัน ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นสื่อกลางเจรจา ยันไม่เกี่ยวข้อพิพาทที่ดินจุฬาฯ แม้จะถูกย้ายก็จะยุติความรุนแรง เผยวันพรุ่งนี้จะมีการนัดเจรจา 4 ฝ่าย หาข้อยุติ

21 ตุลาคม 2569 - ที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) สโมสรนักศึกษาอุเทนถวาย คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก เขตพื้นที่อุเทนถวาย กว่า 300 คน เดินทางมายื่นหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอให้เป็นหน่วยงานกลางในการประสานความร่วมมือยุติความขัดแย้งระหว่างนักศึกษาอุเทนถวาย และช่างกลปทุมวันที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน โดยเสนอให้มีการเปิดเวทีพูดคุยระหว่างสองสถาบัน จัดทำข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) และส่งเสริมกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษา เพื่อให้เกิดความเข้าใจและมิตรภาพที่ยั่งยืน พร้อมชูแนวคิด “ความขัดแย้งในอดีต ไม่ควรเป็นมรดกของคนรุ่นใหม่” มุ่งสร้างสันติภาพและมิตรภาพระหว่างสองสถาบันอย่างยั่งยืน

ด้าน นายวิวัฒน์ ญาติคำ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรม ตัวแทนนักศึกษาอุเทนถวายออกมาแสดงจุดยืนต่อสถานการณ์ความขัดแย้งและความรุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างสถาบัน โดยประกาศอย่างชัดเจนว่า พร้อมยุติความรุนแรง และจะไม่ก่อเหตุความรุนแรงขึ้นอีก พร้อมยอมรับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะนักศึกษาของทั้งสองสถาบันเท่านั้น แต่ยังสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนและผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งไม่ควรต้องมาได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งดังกล่าว

นายวิวัฒน์ กล่าวว่า การออกมาแสดงจุดยืนในครั้งนี้ ไม่ได้มีเจตนาที่จะตัดสินว่าฝ่ายใดเป็นผู้ถูกหรือผู้ผิด และไม่ได้ต้องการกล่าวโทษสถาบันใดสถาบันหนึ่ง แต่ต้องการสื่อสารให้ทุกฝ่ายรับรู้ว่า นักศึกษาอุเทนถวายพร้อมที่จะยุติความรุนแรง และไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก โดยมองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นควรได้รับการแก้ไขด้วยการพูดคุยและเจรจา มากกว่าการใช้ความรุนแรงตอบโต้กัน เพราะท้ายที่สุดแล้ว ผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ได้มีเพียงผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โดยตรง แต่ยังรวมถึงประชาชนทั่วไปที่ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความกังวลและความไม่ปลอดภัย

“ส่วนประเด็นการย้ายสถานศึกษา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งข้อสงสัยที่นักศึกษาต้องการคำตอบ โดยตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการย้ายออกจากพื้นที่อุเทนถวาย เนื่องจากมองว่าสถานศึกษามีความพร้อมด้านการเรียนการสอน มีบุคลากรทางการศึกษา และมีพื้นฐานในการจัดการเรียนการสอนสายช่างมาอย่างยาวนาน จึงต้องการทราบว่า เหตุใดนักศึกษาจึงต้องย้ายไปเรียนในพื้นที่อื่น”

นายวิวัฒน์ กล่าวว่า การย้ายสถานศึกษาเป็นเรื่องที่นักศึกษายังมีข้อสงสัย และต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงเหตุผลอย่างชัดเจน เนื่องจากนักศึกษาคือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น ทั้งในด้านการเรียน การใช้ชีวิต และโอกาสทางการศึกษา โดยยืนยันว่า การออกมาแสดงจุดยืนครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าจะนำประเด็นความรุนแรงมาเป็นเงื่อนไขในการต่อรองเรื่องสถานที่เรียน เพราะมองว่าทั้งสองประเด็นควรได้รับการพิจารณาแยกจากกัน

สำหรับความคืบหน้าในการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายวิวัฒน์ กล่าวว่า เบื้องต้นมีการประสานเพื่อให้เกิดการพูดคุยหารือกันแล้ว และพร้อมที่จะนำประเด็นต่างๆเข้าสู่การเจรจา โดยเห็นว่าการเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเป็นแนวทางที่ดี และอาจช่วยคลี่คลายปัญหาที่สะสมมาได้ ทั้งนี้ ยังมีรายละเอียดบางส่วนที่ต้องรอการพูดคุยและความชัดเจนจากผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดยเฉพาะแนวทางการแก้ไขปัญหาและการดูแลผลกระทบที่เกิดขึ้นกับนักศึกษา โดยในวันพรุ่งนี้ (22 ต.ค.) จะมีการนัดเจรจา 4 ฝ่าย ที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เวลา 15.00 น. เพื่อหาข้อยุติ

เมื่อถามถึงความคาดหวังต่อสถานการณ์ในอนาคต นายวิวัฒน์ กล่าวว่า ต้องการเห็นสถานการณ์ดีขึ้น และไม่ต้องการให้ประชาชนต้องได้รับความเดือดร้อนจากเหตุความรุนแรงอีก พร้อมหวังว่านักศึกษาทุกคนจะสามารถเข้าถึงสิทธิทางการศึกษาได้อย่างเหมาะสม ไม่ต้องเผชิญกับผลกระทบจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยมองว่าการแก้ไขปัญหาควรคำนึงถึงอนาคตของนักศึกษาเป็นสำคัญ ไม่ใช่ปล่อยให้คนที่ต้องการเรียนหนังสือต้องแบกรับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่ตนเองไม่ได้เป็นผู้ก่อ

ส่วนความเชื่อมั่นต่อการทำงานของตำรวจในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรง นายวิวัฒน์ กล่าวว่า การแสดงจุดยืนในวันนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อเรียกร้องหรือกดดันตำรวจ แต่ต้องการประกาศให้ชัดเจนว่าตนเองพร้อมยุติความรุนแรง และหวังว่าทุกฝ่ายจะหันมาพูดคุยกันอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ โดยเห็นว่าการเจรจาและการร่วมมือกันเป็นหนทางที่จะช่วยสร้างอนาคตที่ดีขึ้นได้

นายวิวัฒน์ กล่าวว่า ทั้งอุเทนถวายและสถาบันคู่กรณีต่างมีประวัติและความสำคัญในด้านการศึกษาสายช่าง หากสามารถลดความขัดแย้งและหันมาร่วมมือกันพัฒนาการศึกษา ก็จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศมากกว่าการเผชิญหน้ากัน พร้อมยืนยันว่า ยังคงมีความหวังต่อการแก้ไขปัญหา และต้องการเห็นทางออกที่ทำให้นักศึกษาสามารถเรียนต่อได้อย่างปลอดภัย ประชาชนไม่ต้องหวาดระแวง และทุกฝ่ายสามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ต้องใช้ความรุนแรง

เมื่อถามว่าแม้จะอยู่ที่เดิมหรือที่ใหม่ก็จะเลิกตีกันใช่หรือไม่ นายวิวัฒน์ บอกว่า “ครับ”

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศระหว่างการแสดงจุดยืนว่า กลุ่มนักศึกษาได้ถือกระดาษที่เขียนข้อความสะท้อนความตั้งใจในการยุติความรุนแรง อาทิ “ให้การกระทำพิสูจน์คำสัญญา” “อุเทนถวายขอโอกาสทำดีเพื่อสังคม” “ศักดิ์ศรีของช่างอยู่ที่ฝีมือไม่ใช่กำลัง” “รักษารากเหง้า เคารพศักดิ์ศรี” และ “เลิกตีกันตั้งแต่วันนี้” เพื่อสื่อสารถึงความต้องการเปลี่ยนแปลงภาพจำของนักศึกษาสายช่าง และแสดงความพร้อมที่จะยุติความขัดแย้ง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เพื่อไทย' แจงสั่งปิดอุเทนถวายชั่วคราว จ่อถก 3 ฝ่าย 22 ต.ค.นี้

“เพื่อไทย” เผย อว.ปิดพื้นที่อุเทนถวายชั่วคราวหลังเกิดเหตุวิวาท ย้ำ มาตรการเพื่อความปลอดภัยไม่ตัดโอกาสการศึกษา เตรียมหารือ 3 ฝ่าย 22 ต.ค.นี้

'ผบ.ตร.' อำลาชีวิตราชการ ฝากตำรวจรุ่นหลังพิทักษ์สถาบัน ยึดประโยชน์ปชช.

'เกียรติยศฝากไว้…ให้แผ่นดิน' ตร. จัดพิธีเกษียณอายุราชการ 'ผบ.ตร.' ฝากตำรวจรุ่นหลัง พิทักษ์สถาบัน ซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ

เตือน SMS มิจฉาชีพแอบอ้างมี ‘ใบสั่งจราจรค้างชำระ’  ระวังสูญเงิน

รัฐบาล เตือน ระวัง SMS มิจฉาชีพแอบอ้างมี “ใบสั่งจราจรค้างชำระ” หลอกกดลิงก์-กรอกข้อมูลบัตร ย้ำ “หยุดก่อนคลิก เช็กก่อนจ่าย” 

สภาผ่านงบมาตรา 27 ไร้ปัญหา 270 ต่อ 124 เสียง

'กมธ.งบ' เผย ผบ.ตร.ร้องขอให้ช่วยด้วย ถูกปรับลด 5 หมื่นล้าน กระทบ ตร.ชั้นผู้น้อย ส่วนการตั้งด่านถ้าพบตำรวจไม่ดีก็ตัดทิ้ง ส่วนรายระเอียด EOD ขอส่งเป็นเอกสารชี้แจง