จ่อให้ออกจากราชการ! 2 ตำรวจไซเบอร์ อุ้มรีดเงินนักพนัน

1 เม.ย. 2565 – พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีมีผู้เสียหายเล่นพนันออนไลน์ได้เงิน 2 ล้าน แต่ถูกกลุ่มคนอ้างว่าเป็นตำรวจไซเบอร์เข้าตรวจค้นอุ้มรีดเงิน 4 แสนบาทว่า ได้รับรายงานเพิ่มเติมจากกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ว่าได้ทำการพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงในเบื้องต้น พบว่าผู้กระทำความผิดเป็นกลุ่มบุคคลประมาณ 15 ราย โดยทางการข่าวมี 2 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด บช.สอท. จริง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เข้ามาดำรงตำแหน่งในคำสั่งล่าสุดที่ผ่านมา

ทั้งนี้ บช.สอท. ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวแล้ว หากพบว่ามีพยานหลักฐานเชื่อมโยงกับการกระทำความผิด จะพิจารณาตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงและดำเนินการทางวินัยและทางอาญาอย่างถึงที่สุด จนถึงขั้นไล่ออกจากราชการหรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป นอกจากนี้ทางผู้เสียหายจะเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับคณะกรรมการเพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการทางวินัยต่อไป

ส่วนผู้ร่วมกระทำความผิดรายอื่นที่มีข่าวว่าอาจจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) นั้น ในเบื้องต้นทราบว่าเป็นเพียงการนำชื่อไปกล่าวอ้างในการกระทำความผิดร่วมกันเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ทางหน่วยงานต้นสังกัดจะได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงคู่ขนานกันไปอีกทางหนึ่ง เพื่อทำความจริงให้ปรากฏ หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด บช.น. จริง ก็จะดำเนินการทางอาญาและวินัยถึงขั้นถึงที่สุดเช่นกัน ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่ปรากฎ

สำหรับการดำเนินคดีอาญากับกลุ่มบุคคลที่ร่วมกระทำความผิดในกรณีนั้น ทางพนักงานสอบสวน สน.บางนา จะได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เร่งพิสูจน์ทราบผู้ร่วมกระทำความผิดในส่วนที่เหลือ เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดี และจะได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จตามกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ต่อไป

ในประเด็นดังกล่าวนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้ผู้บังคับบัญชา ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในหน่วยงานที่ถูกพาดพิง ให้พิจารณาดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ และเร่งทำความจริงให้ปรากฏแก่สังคม หากพบว่ามีความเกี่ยวข้องไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมให้ดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาดทุกราย ไม่มีข้อยกเว้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อไป พร้อมกำชับให้กวดขันดูแลความประพฤติของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด เพื่อมิให้กระทำผิดในลักษณะนี้อีก.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เอาให้จมเขี้ยว! พรรคเศรษฐกิจยื่นสอบจริยธรรม 'ชนนพัฒฐ์'

'พรรคเศรษฐกิจ' ยื่นสอบจริยธรรม 'ชนนพัฒฐ์' ชี้หากผิดจริง ต้องหลุดสส. ปมไม่ติดต่อแสดงความบริสุทธิ์ดีเอสไอคดีพนันออนไลน์ แม้สภาเคยใช้เอกสิทธิ์คุ้มครอง ชี้กระทบเกียรติยศ สส.ทั้งสภา

ปอท.บุกทลายเว็บบอลเถื่อน 2 เครือข่าย แฝงโฆษณาพนันเงินสะพัดเดือนละ 2 ล้าน

ตำรวจไซเบอร์เปิดปฏิบัติการ “Operation VAR” ทลาย 2 เว็บไซต์ลักลอบถ่ายทอดสดฟุตบอลต่างประเทศและฟุตบอลโลกโดยไม่ได้รับอนุญาต พบแฝงโฆษณาเว็บพนันออนไลน์เครือข่าย UFA จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ทั้งโปรแกรมเมอร์และแอดมินเว็บไซต์ สารภาพรับรายได้จากค่าโฆษณาพนันออนไลน์สูงสุดเดือนละ 2 ล้านบาท

ยังรอดคุก! ศาลให้ประกัน 'อัจฉริยะ' คดีตบทรัพย์เซียนพระดัง

ตำรวจกองปราบหิ้ว 'อัจฉริยะ' ตบทรัพย์เซียนพระดังชลบุรี เรียกรายเดือนรวม 1.3 ล้าน ข่มขู่ยัดคดีบุหรี่ไฟฟ้า ศาลอาญาให้ประกัน 4 เเสน กำชับทำตามเงื่อนไขเคร่งครัด

ระวัง! มิจฉาชีพเกาะบอลโลก ลวงพนันออนไลน์ ส่งลิงก์ฉกข้อมูลส่วนตัว

รัฐบาลเตือนแฟนบอลไทย! ระวังมิจฉาชีพเกาะกระแสฟุตบอลโลก 2026 หลอกเล่นพนันออนไลน์–ขายตั๋วปลอม–ส่งลิงก์ดูบอลสดเถื่อน ย้ำ '4 ไม่' รู้ทันก่อนสูญเงิน

ตร.ไซเบอร์ บุกรวบ 'เบิร์ด วันว่างว่าง' ทำคอนเทนต์ขยะกระทบบริษัทกาวยาแนวเสียหาย

สืบเนื่องจาก บช.สอท. ได้รับคำร้องทุกข์จาก บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายกาวซีเมนต์และยาแนวตราจระเข้ จากกรณีที่ นายธีระวัฒน์ อายุ 38 ปี หรือ “เบิร์ด วันว่างว่าง” ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอบน TikTok และ Facebook โดยนำบรรจุภัณฑ์กาวยาแนวตราจระเข้มาแสดงและสื่อสารให้คนเข้าใจในลักษณะว่าเป็น “แป้งมันตราจระเข้” ก่อนนำไปผสมน้ำแล้วใช้ป้ายใบหน้าและลำตัวผู้อื่นเมื่อช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา

สภาอุ้ม 'ชนนพัฒฐ์' มติ 308 ต่อ 126 เสียง ไม่ส่งตัวให้DSI

'ชนนพัฒฐ์' ลั่นพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่วอนเพื่อน สส. ยึดหลักการ รับหากปิดสมัยประชุมแล้วก็หนีไม่รอด ก่อนสภาฯ มีมติ 308 ต่อ 126 เสียง ไม่ส่งตัวให้ดีเอสไอ