
ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 เผยจับผู้ต้องหาตามหมายจับ ปาระเบิดบ้านนายกรัฐมนตรี เข้ามอบตัวที่ สภ.เมืองพิษณุโลก แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวตามหมายจับทันที หลังพบตัวหน้าโรงพัก เจ้าหน้าที่ปฏิเสธไม่ได้ทำแต่อย่างใด แต่จะขอต่อสู้ในชั้นศาล
12 เม.ย. 2565 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์กลุ่มคนร้ายปาระเบิด เข้าไปบริเวณกองรักษาการภายในหน้ากองรักษากรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ ซึ่งเป็นบ้านพักของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา และจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ ได้ออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องหลายราย และสืบทราบ 1 ในผู้ก่อเหตุ คือนายพรพจน์ แจ้งกระจ่าง ที่อยู่ 564 ซ.สายไหม79 แขวงสายไหม เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร จึงได้ทำการออกหมายจับ ข้อหาการกระทำความผิด ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดน่าจะเป็นอันตรายต่อผู้อื่น,หรือทรัพย์ของผู้อื่น,พาอาวุธเข้าไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร
ล่าสุดในช่วงบ่ายวันนี้ นายพรพจน์ แจ้งกระจ่าง อายุ 45 ปี ซึ่งเป็น 1 ในผู้ต้องหาตามหมายจับคดีดังกล่าว ได้เดินทางเข้ามอบตัวที่ สภ.พิษณุโลก ซึ่งในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.เมืองพิษณุโลกได้ทำควบคู่กับตำรวจนครบาลและได้สืบทราบมาว่าตัวผู้ต้องหาตามหมายจับได้เดินทางมาอยู่ในพื้นที่พิษณุโลก จึงให้ชุดสืบประกบตัวจนกระทั่งพบว่าตัวผู้ต้องหาได้เดินทางมายัง สภ.เมืองพิษณุโลก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการแสดงหมายจับ พร้อมควบคุมตัว นายพรพจน์ แจ้งกระจ่าง ไว้ดำเนินการสอบสวนทันที และได้ทำการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลมารับตัวต่อไป
ขณะที่ นายพรพจน์ แจ้งกระจ่าง ผู้ต้องหา กล่าวว่า ตนเองยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ปาระเบิดแต่อย่างใด ตัดพ้อว่ากระบวนการทางกฎหมายไม่ยุติธรรมจึงเดินทางมาเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมที่ สภ.เมืองพิษณุโลก โดยจะขอสู้คดีในชั้นศาล โดยในวันนี้ได้มี ทนายเครือข่าย จากศูนย์ทนายสิทธิมนุษย์ชนฯ มาด้วย
ด้าน พล.ต.ท. อัคราเดช พิมลศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 กล่าว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ได้รับการประสานงาน และสั่งการโดย ผบ.ตร. ให้ร่วมสืบสวนกับตำรวจนครบาล หลังสืบทราบว่า มีผู้ต้องหาตามหมายจับ ได้หลบหนี เพื่อจะไปจังหวัดอื่น ระหว่างนี้มีชั้นเชิงเดินไปจุดๆ หนึ่ง ทำให้ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก เข้าทำการจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับดังกล่าว โดยอยู่ในช่วงของการสอบสวน พร้อมกับได้ประสานให้กับตำรวจนครบาล มารับตัวผู้ต้องหา ถึงแม้ว่าผู้ต้องหาให้การปฏิเสธก็ตาม แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานและข้อมูลที่ชัดเจนจึงได้ออกหมายจับ ส่วนในพื้นที่ของตำรวจภูธรภาค 6 นั้นก็ได้มีการตรวจสอบเข้ม เพื่อป้องกันมิให้ผู้ไม่หวังดีก่อเหตุซ้ำได้ในพื้นที่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ถึงขั้นหอบเสื่อหมอนมุ้งนอนหน้าปั้ม จองคิวเติม 'ดีเซล' รถเกี่ยวข้าว
ถานการณ์น้ำมันดีเซลในพิษณุโลกยังไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้ใช้น้ำมัน บางปั้มประชาชนมารอต่อคิวกันจำนวนมาก
พิษณุโลกคิวน้ำมันยาว 5 กม. ชาวบ้านแห่รอปั้ม PT ข้ามคืน
วิกฤตน้ำมันลามหนัก พิษณุโลกต่อคิวยาวเหยียดหน้าปั้ม PT กว่า 5 กิโลเมตร บางคนมารอตั้งแต่ 2 ทุ่ม หวั่นกระทบฤดูเก็บเกี่ยว วอนรัฐเร่งแก้ปัญหา
ดีเซลขาดแคลนกระทบหนัก! ชาวนา-รถเกี่ยวข้าว ต่อคิวในปั๊มน้ำมันวันละ 4-5 ชม.
ทั้งชาวนาและเจ้าของรถเกี่ยวข้าว ต่างโอดครวญ ดีเซลขาดแคลน กำลังกระทบหนัก ต้องนำทางมารอเติมที่ปั๊ม วันละ 4-5 ชั่วโมง ได้ครั้งละ 500 บาทเท่านั้น ข้าวกำลังตั้งท้อง ถ้าขาดน้ำก็จะตาย ไม่ออกรวง ส่วนเจ้าของรถเกี่ยว ต้องเสียเวลามารอ เติมน้ำมัน นาน และได้ไม่คุ้ม ในแต่ละวันต้องดีเลประมาณ 100 ลิตร แต่เจ้าของรถเกี่ยวต้องมาตระเวนซื้อน้ำมันได้วันละ 500 บาท
ชาวพิษณุโลก รอเติมน้ำมันตั้งแต่เช้ามืด แต่เจอปัญหา 'ดีเซล' หมดเกือบทุกปั๊ม บางแห่งจำกัดให้ครั้งละ 300 บาท
ชาวเมืองพิษณุโลกแห่นำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ออกมาตระเวนหาเติมน้ำมันตั้งแต่เช้ามืด ส่วนใหญ่แล้วจะหมด บางปั๊มหมดทั้งดีเซลและเบนซิน และยังไม่ทราบเวลารถมาเติมให้แน่นอน บางแห่ง จำกัดการเติม คันละ 300 บาทเท่านั้น
ปั๊มน้ำมันพิษณุโลก เจอปัญหาโควตา 'ดีเซล' หมด ไม่มีน้ำมันเติมให้ประชาชนถึงสิ้นเดือนนี้
พิษณุโลก สถานีบริการน้ำมันเริ่มประสบปัญหาโควตาน้ำมันดีเซลหมด ไม่มีน้ำมันเติมให้ประชาชนถึงสิ้นเดือน ลุกลามถึงน้ำมันเบนซินเร็ว ๆ นี้
วัดนางพญา จัดพิธีบวงสรวงเตรียมบูรณปฏิสังขรณ์เจดีย์โบราณคู่วัด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดนางพญา ถนนมิตรภาพ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ได้จัดเตรียมสถานที่พิธีพราหมณ์จัดเครื่องบวงสรวงใหญ่ อาหารคาว-หวาน ผลไม้ น้ำอบ ดอกไม้ ธูปเทียน เครื่องสังเวยต่างๆ แด่เทพยดา และพิธีสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ในอุโบสถสมเด็จพระนางพญาซุ้มเรือนแก้ว

