ตำรวจทลายเครือข่าย Turtle Farm กลโกง 'ฟาร์มเห็ดทิพย์' หลอกลงทุน

รูปภาพจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ผู้อำนวยการศูนย์ PCT สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วย สืบสวน สอบสวน รับแจ้งความจากประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อ “แก๊งหลอกลงทุนทำฟาร์มเห็ด” หรือ ฟาร์มเห็ดทิพย์ กลโกงหลอกประชาชนลงทุนทำธุรกิจ ที่แท้หลอกให้โอนเงินระดมทุนแล้วเชิดหนี

7 ส.ค. 2565 – กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ ภายใต้การนำของ พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. แถลงกรณีการทลายเครือข่ายหลอกลงทุน Turtle Farm ตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย และติดตามจับกุมเพิ่มเติม โดยพบว่าผู้ต้องหารายสำคัญ เคยก่อเหตุมาแล้วในหลายคดี มีการเปลี่ยนแปลงซื่อนามสกุลตนเองหลายครั้ง และมีการเปลี่ยนแปลงตำหนิรูปพรรณตนเองเพื่อสะดวกในกระทำความผิด หรือเพื่อการหลบหนีอีกด้วย

พฤติการณ์ขบวนการต้มตุ๋นพบว่า เมื่อพฤศจิกายน 2564 ผู้ต้องหากับพวก ได้ร่วมกันจัดตั้งบริษัท ไมน์นิ่ง มายน์ เอ็กซ์ จำกัด และ หจก.สถานีหลักสี่ โดยได้สร้างโรงเพาะเห็ดขึ้นมาหลายโรง ในพื้นที่ อ.เมือง จว.สกลนคร ไว้เพื่อหลอกลวงชักชวนประชาชนให้มาร่วมลงทุนต่าง ๆ ได้แก่ การเพาะปลูกเห็ดเยื่อไผ่ ปลูกกัญชา พืชกระท่อม และเลี้ยงผึ้ง ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ โดยอ้างว่าผู้ที่เข้าร่วมลงทุนจะได้ผลตอบแทนเป็นจำนวนมากแต่มีเงื่อนระยะเวลาในการลงทุน เช่น หากลงทุนเป็นจำนวนเงิน 132,000.-บาท จะได้รับผลตอบแทนหลังจากลงทุนไปแล้ว 4 เดือน ในอัตราเดือนละ 53,200.-บาท ทุก ๆ เดือน เป็นระยะเวลา 7 ปี โดยมีการสร้างความน่าเชื่อถือโดยการทำสัญญาระหว่างผู้ร่วมลงทุนกับผู้ต้องหา มีการใช้บุคคลสำคัญ หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงมาร่วมโฆษณาชักชวน มีการสร้างภาพว่า ฟาร์มดังกล่าวได้รับรางวัล ทำให้ผู้เสียหายหลายรายหลงเชื่อ และนำเงินมาร่วมลงทุนเป็นจำนวนมาก ซึ่งในบางรายเป็นเงินเก็บก้อนสุดท้าย บางรายต้องเอาทรัพย์สินไปจำนองเพื่อให้ได้เงินมาลงทุน

ต่อมาผู้ต้องหากับพวกอ้างเหตุขัดข้องต่าง ๆ ไม่สามารถจ่ายผลตอบแทนให้กับผู้เสียหายได้ และไม่สามารถติดต่อได้ในเวลาต่อมา ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกหลอกลวงจึงมาแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามกฎหมาย

กระทั่งเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.สอท. ได้สืบสวนสอบสวนและรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดสกลนครขออนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหา จำนวน 8 ราย ในข้อหา

ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 (มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000.-บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ),

กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน ตาม พรก.การกู้ยืมเงินอันเป็นการ ฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 3, 4, 5, 12 (มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี – 10 ปี ปรับตั้งแต่ 500,000.-บาท ถึง 1,000,000.-บาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000.-บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่) 3.และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่พี่น้องประชาชน” ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (1) (มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000.-บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

ตำรวจ บช.สอท. จับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย คือ น.ส.ประภากรฯ อายุ 25 ปี, น.ส.อนัญญาฯ อายุ 23 ปี และ น.ส.ศิลปสุภาฯ อายุ 23 ปี ในระหว่างวันที่ 3 – 4 สิงหาคม 2565 ในพื้นที่ อ.เมือง จว.สกลนคร ตรวจยึดของกลางภายในบริษัท และบ้านผู้ต้องหากว่า 200 รายการ
ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหาที่หลบหนีติดตามจับกุมต่อไป ส่วนที่หลบหนีออกนอกราชอาณาจักร จะมีหนังสือแจ้งไปยังกองการต่างประเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อที่จะประสานกับองค์การตำรวจสากล (INTERPOL) ดำเนินการประกาศตำรวจสากลสีแดง หรือ INTERPOL Red Notice ให้ติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามยังมีเหยื่อบางหลายที่ยังคงปักใจเชื่อว่าจะได้รับผลตอบแทน ไม่ยอมแจ้งความ โดยหวังจะได้เงินตอบแทน ขอให้เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับมิจฉาชีพกลุ่มนี้

ทั้งนี้ตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหารายสำคัญ เคยก่อเหตุมาแล้วในหลายคดี มีการเปลี่ยนแปลงซื่อนามสกุลตนเองหลายครั้ง และมีการเปลี่ยนแปลงตำหนิรูปพรรณตนเองเพื่อสะดวกในกระทำความผิด หรือเพื่อการหลบหนีอีกด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับ 'มะปราง' อินฟลูฯเซ็กซี่ แปะลิงก์พนันบอล ศาลสั่งกักขัง 4 เดือน

ตำรวจไซเบอร์รวบอินฟลูเซ็กซี่ 'มะปราง สุธิดา' แปะลิงก์เว็บพนันอ้างช็อตเงิน ไม่รอด ศาลสั่งจำคุก 8 เดือน สารภาพลดเหลือกักขัง 4 เดือน

ผู้เชี่ยวชาญซอฟต์แวร์ พบตร.ไซเบอร์ แจงปมข้อมูลรั่ว ชี้ช่องโหว่เกิดจากรหัสผ่านจนท.หลุด ไม่ใช่ถูกแฮกระบบ

นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของ Dome Cloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์และเทคโนโลยี เดินทางเข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อมูลกรณีพบข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล ทั้งรูปถ่ายติดบัตรประชาชน ข้อมูลทะเบียนรถ และข้อมูลของบุคคลระดับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี รวมถึงประชาชนจำนวนมาม โดยมีพล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 พ.ต.อ.รชตโชค ลีวาณิชคุณ รอง ผบก.สอท1. พ.ต.อ.รุ่งเลิศ คันธจันทร์ ผกก.1 บก.สอท.

เหยื่อร้องตำรวจไซเบอร์ ยับยั้งเผยแพร่คลิป ดาบตำรวจบังคับถ่ายภาพลามก

นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ประธานกลุ่มทนายธนกฤต จิตอาสา พาหญิงผู้เสียหายที่ถูก ด.ต. ธนาวุฒิ พัฒนา สืบสวน สภ.ทุ่งลุง 45 ปี บังคับถ่ายคลิปขายในกลุ่มลับ เข้าให้ข้อมูลเอกสารแจ้งความกับ พ.ต.อ.กู้เกียรติ วงษ์พันธ์ ผกก.2 บก.สอท.5

'ตร.ไซเบอร์' สะกดรอยเส้นเงินแก๊งสแกมเมอร์ คืนเงินเหยื่อ 5 ราย รวมกว่า 3.1 ล้านบาท

พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.ส

รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์เวียดนาม เอี่ยวหลอกคนไทยสูญกว่า 12 ล้านบาท พบฟอกเงินซื้อทองคำ

ตำรวจไซเบอร์ขยายผลจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์เวียดนามฟอกเงินผ่านทองคำ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าหลอกชายสูงอายุโอนเงินกว่า 1.7 ล้าน นำไปซื้อทองหลบเลี่ยงการติดตามเส้นเงินของเจ้าหน้าที่

รวบแฮกเกอร์ จบ ป.6 ใช้ AI สอนวิธีเจาะระบบแพลตฟอร์มเติมเงินเกมออนไลน์ ดูดเงิน 2 แสน พบมี 5 หมายจับ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.5 นำโดย พ.ต.ต.ธีรพงศ์ ศรีสมัย สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.5 นำกำลังสนธิร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.8 นำหมายค้นศาลจังหวัดภูเก็ตที่ 175/2569 ลง 15 ก.ค.69