เตือนภัยมิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็น 'ศูนย์เครดิตบูโร' ขู่ขึ้นบัญชีดำหลอกลวงโอนเงิน

รองโฆษกรัฐบาล เตือนภัยมิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นศูนย์เครดิตบูโร ขู่ขึ้นบัญชีดำหลอกลวงโอนเงิน ขออย่าหลงเชื่อ ห้ามกดลิงก์หรือติดตั้งแอปตามที่คอลเซ็นเตอร์บอก

16 ก.ย.2565 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันมิจฉาชีพรูปแบบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ได้มีวิวัฒนาการที่ทำให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น สร้างสถานการณ์ให้ตื่นตระหนกด้วยวิธีการต่าง ๆ อยู่เป็นจำนวนมาก ล่าสุดพบว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทำการแอบอ้างชื่อเป็นศูนย์เครดิตบูโร หลอกลวงว่าหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนจะถูกขึ้นบัญชีดำ ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ ไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวใด ๆ รวมทั้งห้ามกดลิงก์หรือติดตั้งแอปตามที่คอลเซ็นเตอร์บอก

ทั้งนี้ เครดิตบูโรไม่มีนโยบายการโทรหาประชาชนรูปแบบคอลเซ็นเตอร์แจ้งเตือนใด ๆ และไม่ได้เก็บบันทึกข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้บริการ สำหรับประชาชนที่ได้รับข้อความทางโทรศัพท์หรือคลิปเสียงผ่านไลน์จากมิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์มีข้อความแอบอ้างว่า “สวัสดีค่ะ ศูนย์เครดิตบูโร หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนของท่าน จะถูกขึ้นบัญชีดำ ภายใน 1 ชั่วโมง หากมีข้อสงสัย กรุณาถือสายรอ จนกว่าเจ้าหน้าที่จะรับสาย” ขออย่าวิตกกังวล และหลงเชื่อ ข้อความดังกล่าวเป็นของมิจฉาชีพ ไม่ใช่ของเครดิตบูโร

“เครดิตบูโร หรือบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด เป็นสถาบันที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการจัดเก็บข้อมูลบัญชีสินเชื่อและประวัติการชำระสินเชื่อทุกประเภทของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ซึ่งส่งมาจากสถาบันการเงินและบริษัทที่เป็นสมาชิกเครดิตบูโร โดยข้อมูลที่จัดเก็บแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 1. ข้อมูลบ่งชี้ คือข้อเท็จจริงที่บ่งชี้ถึงตัวลูกค้า 2.ข้อมูลสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติและประวัติการชำระหนี้ จำแนกเป็นรายบัญชีที่มีอยู่ในแต่ละสถาบันการเงินและบริษัทสมาชิก เป็นต้น เครดิตบูโร ไม่ได้มีหน้าที่ขึ้นบัญชีดำ หรือแบล็กลิสต์ใด ๆ ทั้งสิ้น รวมทั้งไม่มีความเกี่ยวข้องหรือมีสิทธิอนุมัติหรือร่วมตัดสินใจให้สินเชื่อกับใคร หากบุคคลใดกล่าวอ้างกับท่าน แจ้งเรื่องได้ที่ [email protected]” นางสาวรัชดา กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รวบขาใหญ่ยากูซ่าคาสนามบิน หลอกโอนเงินกว่า 200 ล้านบาท ก่อนหนีซุกไทย

กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย กองกำกับการสืบสวนสอบสวน (บก.สส.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ ACSC ร่วมกันควบคุมตัว นายทาคาฟุมิ (MR.TAKAFUMI) อายุ 31 ปี สัญชาติญี่ปุ่น เป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 12(7) มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อถือว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมหรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุข

'ไทยช่วยไทยพลัส' 7 วัน 1.6 หมื่นล. 'รบ.' เดินหน้าเดือนมิ.ย. ค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บ.ต่อหน่วย

รัฐบาล ย้ำไทยช่วยไทย 7วัน 1.6 หมื่นล้าน–ค่าไฟ 3 บาท ดูแลคนตัวเล็ก ควบคู่แก้โครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว

รวบหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวญี่ปุ่น ตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ในกัมพูชา

ตำรวจ ตม.สืบสวนจับกุมหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวญี่ปุ่น ตั้งฐานสแกมเมอร์ในกัมพูชาหลอกลวงคนในประเทศเสียหายหลายพันล้านเยน  ตำรวจญี่ปุ่นประสานความร่วมมือตามรวบได้ย่านทองหล่อ