'นอท​ กองสลากพลัส' ให้ปากคำดีเอสไอ​ แจงปมพัวพันขบวนการฟอกเงิน

13 ม.ค.2566 - ​ ที่ศูนย์คดียาเสพติด​ ศูนย์ราชการฯแจ้งวัฒนะ​ อาคารเอ นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ นอท กองสลากพลัส เดินทางเข้าพบนายพงษธร อินอำนวย ผอ.ศูนย์คดียาเสพติด หลังถูกออกหมายเรียกเนื่องจากคณะพนักงานสอบสวนพบพยานหลักฐานปรากฏว่าบัญชีธนาคารของนายพันธ์ธวัช มีการรับเงินจำนวนหลายสิบล้านบาทจากขบวนการฟอกเงิน ซึ่งเป็นผู้ต้องหารายสำคัญที่ดีเอสไอได้จับกุมตัวไปก่อนหน้านั้น​

นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีดีเอสไอ เผยว่าภายหลังจากการสอบปากคำนายพันธ์ธวัช ซึ่งใช้เวลาไปประมาณชั่วโมงเศษ เราได้มีการสอบถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ที่โอนเงินให้นายพันธ์ธวัช รู้จักกันหรือไม่และรู้จักกันนานแค่ไหน มีการดำเนินธุรกิจอย่างอื่นร่วมกันหรือไม่ สาเหตุของการโอนเงินจำนวนดังกล่าว ซึ่งการสอบถามนั้นเพื่อให้นายพันธ์ธวัช ได้ชี้แจง ถือว่าถ้อยคำที่คุณพันธ์ธวัชให้นั้น เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ครบถ้วน แต่เราก็จะต้องดำเนินการสืบสวนเพิ่มเติมต่อไป เพราะเราจะต้องนำถ้อยคำไปพิจารณาประกอบกับพยานหลักฐานอีกหลายอย่าง

เมื่อถามว่านายพันธ์ธวัช เกี่ยวข้องอย่างไรกับบุคคลที่เพิ่งเดินทางเข้ารับทราบประเด็นกับดีเอสไอ ซึ่งเป็น 1 ใน 7 ที่ถูกออกหมายเรียกในฐานะพยาน และเป็นคนที่โอนเงินจำนวนหลายสิบล้านบาทเข้าบัญชีนั้น นายไตรยฤธิ์ ระบุว่า จากการให้ถ้อยคำของนายพันธ์ธวัช แต่ขอยืนยันว่าเราจะยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การ เพราะต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย โดยนายพันธ์ธวัช ให้การว่าไม่รู้จักกันมาก่อน แต่รู้จักกันผ่านนายหน้าหลายคน และก็ได้เจอกันแค่วันเดียว แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการติดต่อกันอีกเลย ส่วนลักษณะการโอนเงินก้อนดังกล่าวขอยังไม่เปิดเผย เพราะมีพฤติการณ์ที่ซับซ้อน ซึ่งจะต้องทำความเข้าใจและหาข้อมูลประกอบเพิ่มเติม

นายไตรยฤทธิ์ กล่าวด้วยว่าตัวเลขจากการรับโอนเงินมีจำนวน 42 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเป็นการโอนเงินเพียงเส้นทางเดียวจากบุคคลดังกล่าว และเข้าบัญชีนายพันธ์ธวัชอย่างเดียว และเราจะต้องมีการตรวจสอบว่ามีการโอนเงินออกไปสู่บัญชีอื่นด้วยหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม มีเส้นทางการเงินอีก 39 เส้นที่นายพันธ์ธวัช จะต้องเข้ามาชี้แจงภายในสองสัปดาห์ และต้องส่งเอกสารเพิ่มเติม ส่วน 39 เส้นทางการเงินนี้จะเชื่อมโยงกับขบวนการยาเสพติดหรือไม่ ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนในเรื่องนี้ และเราจะตรวจสอบต่อไป

ทั้งนี้ 39 เส้นทางการเงินนี้มีประมาณหลักพันล้านบาท ซึ่งตามการกล่าวอ้างของนายพันธ์ธวัชนั้นเป็นเงินลงทุน เงินหมุนเวียน แต่ก็จะต้องไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมว่าบุคคลใดเป็นคนโอนเงินให้และมีความสัมพันธ์อย่างไร ทั้งนี้ เงินที่ปรากฏนั้นเป็นเงินที่เข้ามาระหว่างการทำธุรกิจกองสลากพลัส

"เราจะมีการสอบถามไปทางกองสลากกินแบ่งรัฐบาลเพิ่มเติมด้วย ว่ามีระเบียบ ข้อบังคับหรือกฎหมายที่เกี่ยวกับการขึ้นเงิน การให้ผู้ประกอบการไปจำหน่ายสลาก ซึ่งตรงนี้มันจะมีที่มาที่ไปอยู่ ขอเวลาในการรวบรวมพยานหลักฐาน และข้อเท็จจริงให้ชัดเจนก่อน"

อธิบดีกรมสอบสวนคดีพเศษ กล่าวด้วยว่า บรรยากาศการพูดคุยนั้น พนักงานสอบสวนไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าเขาเป็นผู้ต้องหา หรือเป็นผู้กระทำความผิด เพราะทุกคนยังเป็นผู้บริสุทธิ์ เป็นประชาชนที่ได้รับสิทธิ์ในการคุ้มครอง ทั้งนี้ เมื่อนายพันธ์ธวัช นำเอกสารเข้ามาชี้แจงภายในสองสัปดาห์แล้ว ภายในวันจันทร์ที่ 16 ม.ค.66 ช่วงบ่ายโมง ดีเอสไอจะเดินทางไปสถานที่สองแห่งเพื่อให้เป็นที่ประจักษ์ว่าสิ่งที่นายพันธ์ธวัชพูดนั้นเป็นข้อเท็จจริง โดยเราจะไปที่โกดังเก็บสลากกินแบ่ง ประมาณ 170 ล้านใบที่ได้มีการขายสลากกินแบ่งเหลือแล้วเก็บไว้ ซึ่งเราก็ได้สอบถามถึงสาเหตุว่าเก็บไว้ทำไม ตนว่าคงรอให้ทางดีเอสไอไปตรวจสอบ และเราจะไปที่ออฟฟิศด้วย ซึ่งเป็นที่เก็บเอกสาร เพื่อไปดูว่าลอตเตอรี่มีจริงหรือไม่ มีการจัดเก็บไว้เพื่อเตรียมจำหน่ายจริงหรือไม่ เป็นลักษณะหวยทิพย์หรือไม่ จึงขอเชิญสื่อมวลชนไปร่วมทำข่าว

"เรามีข้อมูลของกองสลากอื่นๆด้วย แต่ความผิดอาจจะแตกต่างกัน ต้องพิจารณาไปเป็นเรื่องๆ และเรื่องนี้ไม่มีการรับงานมาเพื่อพุ่งเป้าที่กองสลากพลัส แต่มันเป็นเรื่องที่สังคมอยากให้มีการตรวจสอบ เราให้ความเป็นธรรม ซึ่งการค้าขายสลากออนไลน์ ถ้าทำให้ถูกต้องก็เป็นประโยชน์กับตัวเขาเองและบริษัท หากชี้แจงทุกอย่างได้"

เมื่อถามนายพันธ์ธวัชว่ากังวลหรือไม่ที่เงินจำนวน 42 ล้านบาทที่เข้ามาในบัญชีธนาคาร เป็นเงินที่มาจากขบวนการฟอกเงินที่ดีเอสไอจับกุมไปก่อนหน้านี้ โดยนายพันธ์ธวัช ระบุว่า รอให้ข่าวช่วงบ่ายโมงทีเดียวครับ เมื่อถามต่อว่าเบาใจขึ้นหรือไม่ที่ได้ชี้แจง นายพันธ์ธวัช ระบุว่า เราทำตามหน้าที่

อย่างไรก็ตาม นายไตรยฤทธิ์ ยังถามนายพันธ์ธวัชด้วยว่า รู้สึกหรือไม่ว่าดีเอสไอทำอะไรผิดปกติ โดยนายพันธ์ธวัช เผยว่า ไม่รู้สึก จากการที่ได้พูดคุยกับพนักงานสอบสวน ซึ่งตนทราบว่ามีการติดตามมาครึ่งปี ไม่ใช่ว่าดีเอสไอเพิ่งมาเริ่มทำ

ขณะที่นายพงษธร อินอำนวย ผอ.ศูนย์คดียาเสพติด กล่าวว่า ในวันที่ 16 ม.ค.66 นายสันธนะ ประยูรรัตน์ จะเดินทางเข้ามาที่ศูนย์คดียาเสพติดด้วย คาดว่าจะมาเรื่องนอท กองสลากพลัส

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดีเอสไอ ส่งสำนวนคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล ให้ ป.ป.ช. สอบต่อ

“ดีเอสไอ” ส่งสำนวนคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล Worldcoin โยงธุรกิจสีเทากัมพูชา ให้ ป.ป.ช. สอบต่อ หลังพบนักการเมืองและ จนท.รัฐ มีเอี่ยว

กระทุ้ง กกต. โชว์ฝีมือจับซื้อเสียง แนะ ธปท. เช็กย้อนหลังตั้งแต่ยุบสภา

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ขอบคุณ ผู้ว่าฯแบงก์ชาติ ภายหลังจากนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัด ‘คดีฮั้ว สว.’ อั้งยี่-ฟอกเงิน ต้องรอเกมตัดสินจาก กกต.

ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า สารตั้งต้นคดีฮั้ว สว.ปี 2567 แยกเป็นคดีหลักและคดีสาขา สำนวนที่ กกต.รับไต่สวน เป็นคดีหลัก ส่วนคดีอาญาฐานร่วมกันกระทำอั้งยี่ สมคบกัน

ออกหมายจับ 'นักการเมืองเทา' 2 ราย พัวพันสแกมเมอร์-เว็บพนัน เผ่นหนีนอกประเทศแล้ว

รมว.ยุติธรรม เผยคดีนักการเมืองพัวพันสแกมเมอร์-เว็บพนัน ล่าสุดออกหมายจับแล้ว 2 ราย "สจ.เนย์ เเห่งกาฬสินธุ์ และเมีย" ล่าสุดพบหลบหนีออกนอกประเทศเมื่อ 20 ม.ค.69 ส่วนอีก สจ. อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้

'ทวี' ดีใจรอดคมดาบศาลรัฐธรรมนูญ ลั่นเป็นชัยชนะของหลักนิติธรรม

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ออกแถลงการณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยกคำร้องกรณีข้อกล่าวหาแทรกแซงการทำงานของ DSI ในคดีฮั้วเลือก สว. โดยศาลวินิจฉัยไม่พบพฤติการณ์สั่งการหรือข่มขู่ตามที่ถูกกล่าวหา

'ภูมิธรรม' ขอบคุณศาล รธน. ให้กำลังใจคนตั้งใจทำงาน หลังตัดสินไม่ได้แทรกแซงคดีฮั้ว สว.

นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ว่านายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซงคดีฮั้ว สว.