รวบ 4 หนุ่มพม่า ฆ่าโหดหนุ่มนายหน้าเพื่อนร่วมชาติ


15 ก.พ.2566 - จากกรณี พบร่าง นาย โบ โม เฮน อายุ 23 ปี นายหน้าจัดหางานชาวเมียนมา ถูกมัดมือด้วยผ้าไพล่หลัง ถูกปิดปากด้วยชุดชั้นในผู้หญิง และถูกแทงด้วยของมีคมเข้าที่หน้าอกซ้าย 1 แผล และ หลัง 1 แผล ภายใน เจริญสินธานีคอนโด ตึก วี 5 ชั้น 2 ห้อง 231 ซอยเทศบาลบางปู 69/2 (บางปูนคร) ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เหตุเกิดเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2566

ล่าสุดวันนี้ พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.บางปู / พ.ต.ท.ตุลชัย สมใจ รองผู้กำกับสืบสวน และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปู ร่วมกันคุมตัว 4 ผู้ต้องหา ประกอบด้วย นาย ซวย เหน่า อายุ 24 ปี มือมีด (เสื้อขาว ) นาย ซิน มัย อู อายุ 26 ปี (เสื้อน้ำเงิน) นาย ลา มิน ตู อายุ 20 ปี ( เสื้อแดง) และ นาย ปาย ซู อายุ 20 ปี (เสื้อลายสิงห์) ทั้งหมดเป็นคนชาวเมียนมาร์ ที่ก่อเหตุฆ่า นาย โบ โม เฮน อายุ 23 ปี ทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ หลังจากฝ่ายสืบสวนได้ติดตามจับกุมตัวได้ยกแก๊งค์

โดยตำรวจได้คุมตัวทั้งหมดไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพทั้งหมด 3 จุด จุดแรกเป็นที่นาย ซวย เหน่า นำมีดที่ใช้ก่อเหตุไปทิ้งในถังขยะภายในคอนโดเจริญสินธานี ซึ่งเป็นที่พักของ นาย ซวย เหน่า และเพื่อน จุดที่สองภายในห้องพักของนาย ซวย เหน่า ที่ร่วมกันนัดรวมกลุ่มวางแผนในการก่อเหตุ และจุดที่ 3 เป็นจุดเกิดเหตุภายในห้องพัก โดยผู้ต้องหาทั้งหมดได้ให้ความร่วมมือในการทำแผนเป็นอย่างดี โดยมีล่ามแปลภาษาคอยแปลคำให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นอกจากนั้นภายในห้องที่เกิดเหตุพบว่าทางด้านภรรยาและครอบครัวได้เก็บล้างคราบเลือดรวมถึงภายในห้องและมีการนำเอารูปถ่ายของผู้ตายมาตั้งวางไว้พร้อมข้าวแกง ท่ามกลางความเสียใจของภรรยาและครอบครัวที่มายืนรอดูการทำแผนของทางเจ้าหน้าที่ ท่ามกลางการดูแลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างแน่นหนา โดยใช้เวลาในการทำแผนราว45 นาที ก่อนจะคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปดำเนินคดีตามกฎหมาย

นายซวย เหน่า มือมีดบอกผ่านล่ามว่า ตนเองไม่ได้ตั้งใจจะลงมือ แค่มาทวงเงินให้เพื่อนที่ผู้ตายเอาเงินค่านายหน้ามาแล้วไม่ได้ทำงานแต่ไม่ยอมคืนเงิน ระหว่างเจรจาเกิดพลั้งมือก่อเหตุจนต้องร่วมกันกับเพื่อนช่วยกันมัดมือมัดเท้าผู้ตายแล้วใช้มีดแทงซ้ำอีกครั้งก่อนจะล้างมือและพากันหลบหนี

พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.บางปู ระบุว่าคดีดังกล่าว ฝ่ายสืบสวนใช้เวลาในการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดได้เพียงสองวัน โดยไปติดตามจับกุมตัว นาย ซวย เหน่า และเพื่อนได้ที่ จังหวัดระยอง จำนวน 2 คน ส่วนอีกสองคนจับได้ที่เขตบางพลีและสำโรงใต้ ทั้งหมดหลบหนีไปอยู่กับเพื่อนในจุดต่างๆหลังก่อเหตุ ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรีบสารภาพว่าร่วมกันก่อเหตุจริง

ส่วนสาเหตุมาจากคนตายเป็นนายหน้าจัดหาแรงงานต่างด้าวเข้าทำงานตามโรงงานและมีเพื่อนของนายซวย เหน่า ได้ว่าจ้างให้คนตายจัดหางานให้โดยจ่ายเงินค่านายหน้าไปเป็นเงิน 10,500 บาท แต่ไม่ได้เข้าทำงานตามที่ระบุไว้ จึงให้กลุ่มของนาย ซวย เหน่า มาทวงเงินจนเกิดมีปากเสียงทะเลาะกันก่อนจะลงมือก่อเหตุดังกล่าว จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปิดล้อมทั่วไทย ทลาย 1,756 เครือข่าย ยึดยาบ้า 129 ล้านเม็ด

สตช. แถลงผลปฏิบัติการเดือนกุมภาพันธ์ จับกุม 17,355 คดี ผู้ต้องหา 17,419 ราย ยึดของกลางจำนวนมหาศาล อายัดทรัพย์กว่า 731 ล้านบาท พร้อมยกระดับปฏิบัติการเชิงรุกสกัดวงจรค้ายา ลดเหตุรุนแรงในชุมชนทั่วประเทศ

ขนส่งฯลุยติด‘QR Code’โชว์ตัวตนคนขับแท็กซี่ติดตามเดินทางแบบเรียลไทม์

'ขนส่งฯ'งัดมาตรการคุมเข้มแท็กซี่นอกรีต ลุยติด ‘QR Code’ ในแท็กซี่เชื่อม Thai ID ระบุตัวตนผู้ขับขี่และติดตามการเดินทางแบบเรียลไทม์ เร่งเครื่องยกระดับความปลอดภัยให้ผู้โดยสาร เริ่มติด 2 ก.พ. ตั้งเป้าครอบคลุมแท็กซี่กว่า 7 หมื่นคันภายในมิ.ย.นี้ เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นระบบขนส่งสาธารณะ

ตร. เตือนร้านทองในพื้นที่เสี่ยงกว่า 100 แห่งทั่วกรุง ร่วมมือจัดทำแผนเผชิญเหตุปล้นทรัพย์

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมกำหนดมาตรการป้องกันเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทองคำหนัก 198 บาท พร้อมเงินสด 170,000 บาท จากร้านทองออโรร่า ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง

แม่บินกลับประเทศ ตามช่วยลูกสาว 14 ปี ถูกแม่เล้าวัย 18 ลวงค้ากาม ตร.บุกรวบ 4 ลูกค้าซื้อบริการ

พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม.), พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.สุพจน์ ทองมาเอง, พ.ต.ท.กฤษดา จิระวาณิชกุล สว.กก.2 บก.ปคม.ร่วมกันจับกุม น.ส.ปาริฉัตร อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 , น.ส.เจนจิราฯ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาที่ 2 ,นายฐนัสพงษ์ฯ อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาที่ 3 ,นายดิเรกฯ อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาที่ 4 และนายชาญชัยฯ อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาที่ 5

กระตุกไทย 'เมียนมา' อยู่ในเรดาห์มหาอำนาจ เร่งสร้างบทบาทลดความขัดแย้ง

“ปณิธาน” ชี้ เมียนมาคือพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ ไทยควรเป็นตัวกลางหยุดยิง นักวิจัยย้ำเร่งสร้างบทบาทเชิงรุกเหตุอยู่ในเรดาห์มหาอำนาจ อาจกลายเป็นพันธมิตรสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศและของภูมิภาคในระยะยาว