7 มี.ค.2566 - จากกรณีที่เมื่อวาน 6 มีนาคม นายพิสุทธ์ศิริ จันทร์โสดา ได้ใช้น้ำมันเบนซินราดตัวนางณัฐนันท์ จูมฟอง อายุ 45 ปี ภรรยาแล้วจุดไฟเผาจากนั้นใช้อาวุธมีดจ้วงแทงจนเสียชีวิตคาร่องน้ำในซอย 9 เอ นิคมอุตสาหกรรมบางปู หลังก่อเหตุได้ขับรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรตัน สีขาว ทะเบียน 2ฒฎ 5783 กรุงเทพมหานคร หลบหนี ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางปู เร่งไล่ล่าคนร้ายที่ก่อเหตุอุกอาจไม่เกรงกลัวกฎหมายต่อหน้าชาวบ้านที่ยืนดู และได้ขออนุมัติศาลจังหวัดสมุทรปราการ ออกหมายจับ
ล่าสุด วันนี้ พ.ต.ท.ตุลชัย สมใจ รองผู้กำกับการสืบสวนสภ.บางปู นำกำลังตำรวจชุดสืบสวน ไล่ล่าคนร้ายใช้เวลาเพียงข้ามคืนจนสามารถจับกุมตัว นายพิสุทธ์ศิริ จันทร์โสดา หรือต้น อายุ 42 ปี คนร้ายที่ก่อเหตุฆ่าภรรยาตนเอง พร้อมกับของกลางทั้งมีดที่ใช้ก่อเหตุ รถยนต์กระบะมิตซูบิชิ สีขาว ซึ่งตรวจพบว่าจอดรถซุกข้างทางลานโล่งริมถนนที่มีแนวต้นไม้ขึ้นปิดบังสายตาบนถนน ริมถนนเทพรัตน ใกล้กับสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง อำเภอบางประกง จังหวัดฉะเชิงเทรา
จากการตรวจค้นภายในรถพบมีดดาบของกลางที่ใช้ก่อเหตุ และที่ท้ายรถมีข้าวของเครื่องใช้และเสื้อผ้าอยู่ในรถยนต์กระบะจำนวนมาก ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าก่อเหตุจริงหลังก่อเหตุหลบหนีขับรถวนไปตามเส้นทางต่างๆ จนถึงจังหวัดชลบุรีก่อนจะวกกลับมาจอดบริเวณดังกล่าวเพื่อเตรียมกระโดดลงแม่น้ำบางปะกงฆ่าตัวตายหนีความผิด แต่ถูกตำรวจตามแกะรอยจนมาพบตัวและจับกุมได้ ก่อนนำตัวมาสอบปากคำที่ สภ.บางปูและดำเนินคดีตามกฎมาย
ขณะที่ ศาลจังหวัดสมุทรปราการ อนุมัติหมายจับ ในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ,พกพาอาวุธมีดติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ
พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รองผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ กล่าวว่า หลังสอบปากคำ ผู้ต้องหา รับสารภาพว่า ตนเองและ นางณัฐนันท์ จูมฟอง อายุ 45 ปี ผู้ตาย อยู่กินกันสักระยะแล้ว ต่อมาไปพบข้อความของผู้ตายที่แอบไปคุยกับคนอื่น จึงโมโหจนเกิดมีปาเสียงกัน ต่อมาผู้ตายจึงพักอยู่กับเพื่อนได้ประมาณ 4-5 วัน กระทั่งช่วงสายวันเกิดเหตุ ผู้ต้องหานัดผู้ตายให้มาหา และชักชวนกันไปทำบุญที่วัดคลองเก้า ภายหลังจากทำบุญเสร็จ ทั้งสองคนจึงไปนั่งคุยกันบริเวณทางเข้าสนามกอล์ฟ ใกล้กับที่เกิดเหตุ
ระหว่างนั้นทางฝ่ายชายไปพบเห็นข้อความของผู้ตายที่แอบไปคุยกับชายอื่น จึงโมโหและมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง จนผู้ต้องหาสติแตกใช้น้ำมันเบนซินที่เตรียมมา เทราดภรรยา และยังเทราดตัวเองด้วย พร้อมกับขู่ว่าจะเผาให้ตายไปด้วยกันทั้งคู่ ขณะนั้นผู้ตายใจดีสู้เสื้อทำทีคุยดีกับผู้ต้องหาจนเริ่มใจเย็นลง ก่อนที่ผู้ต้องหาจะขับรถไปบริเวณที่เกิดเหตุและเตรียมเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปื้อนคราบน้ำมันออก
แต่จังหวะนั้นที่ผู้ต้องหาแวะขอซื้อไอติม ผู้ตายอาศัยจังหวะที่เผลอวิ่งลงจากรถไปขอความช่วยเหลือ ขณะนั้นผู้ต้องหาเริ่มสติแตก จึงกลับไปเอาน้ำมันเบนซินในรถสาดใส่ผู้ตายขณะกำลังหลบอยู่หลังนายประภาส กาภูคำ อายุ 58 ปี พลเมืองดี ก่อนที่จะหยิบไฟแช็กจุดเผา นางณัฐนันท์ ผู้ตาย จนทำให้นายประภาส ถูกไฟลวกได้รับบาดเจ็บไปด้วย
ต่อมา นางณัฐนันท์ ผู้ตายจึงวิ่งลงไปในน้ำ แต่ ผู้ต้องหาไม่ยอมลดมือ ยังวิ่งกลับไปที่รถหยิบเอามีดยาวกว่า 40 ซม.ตามไปจ้วงแทง นางณัฐนันท์ จนเสียชีวิต ก่อนที่จะหลบหนีไปในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา กระทั่งถูกจับกุมตัวได้ ผู้ต้องหาอ้างว่าไม่ได้มีการเตรียมการมา ส่วนน้ำมันเบนซิน อ้างว่าซื้อไปเติมน้ำมันรถจักรยานยนต์ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนไปสอบปากคำเพิ่มเติม
ต่อมาเมื่อช่วงเวลา 13.00 น. ภายหลังจากตำรวจคุมตัวผู้ต้องหามาถึงโรงพัก สภ.บางปู ระหว่างคุมตัวผู้ต้องหามีสีหน้าเคร่งเครียด และยังกล่าวขอโทษญาติผู้เสียชีวิต โดยมีญาติของผู้เสียชีวิตเดินทางมาที่โรงพักด้วย
นายพิสุทธ์ศิริ เปิดใจและยอม ให้สัมภาษณ์ว่า ตนเองยอมรับว่าลงมือก่อเหตุจริง สาเหตุที่ทำ นายต้นอ้างว่า ตนเองเก็บอารมณ์ความโกรธมาสองปี ที่ฝ่ายหญิงแอบไปคุยชู้สาวกับชายอื่นในแชท ก่อนหน้านี้ยอมรับว่าเคยคุมอารมณ์ไม่อยู่ลงมือทำร้ายฝ่ายหญิงจริงด้วยการตบ ทำให้ฝ่ายหญิงหนีออกจากห้องพักไปกว่าสิบวัน จนกระทั่งขอนัดคุยนัดเคลียร์ปัญหา จนฝ่ายหญิงตกลงตามที่นัดหมาย
จนกระทั่งวันเกิดเหตุตนจึงขับรถไปรับฝ่ายหญิงตามนัด โดยพาไปทำบุญที่วัดคลองเก้า จากนั้นพาไปจอดรถนั่งเล่นที่สนามกอล์ฟ ภายในนิคมอุตสาหกรรมบางปู ระหว่างนั่งคุยเล่นกัน นายต้นอ้างว่าถูกฝ่ายหญิงดุด่าจนเกิดความโมโหและข่มขู่ว่าจะราดน้ำมันเผาให้ตายทั้งสองคนหากยังไม่หยุดด่า และพอขึ้นรถมาได้ก็ยังถูกฝ่ายหญิงต่อว่าอีกทำให้เกิดความโมโห จึงใช้น้ำมันราดฝ่ายหญิงและตัวเอง เพื่อหวังข่มขู่
แต่ด้วยความคันจากน้ำมันจึงพากันถอดเสื้อหวังเปลี่ยนเสื้อผ้า ระหว่างทางฝ่ายหญิงอ้างหิวน้ำจึงจอดรถที่เกิดเหตุพอจอดรถฝ่ายหญิงจึงเปิดประตูวิ่งไปขอความช่วยเหลือ ด้วยความโมโหและคุมอารมณ์ไม่อยู่จึงตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว เมื่อถามว่าเตรียมการมาหรือไม่ นายต้นอ้างว่าไม่ได้เตรียมการ แกลอนน้ำมันที่เตรียมมาอ้างว่าเตรียมไว้เติมรถจักรยานยนต์ที่เอาไปจำนำเพื่อเอาเงินมาจากค่างวดรถยนต์ที่ค้างไว้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ในหลวง' พระราชทานถุงยังชีพ มอบผู้ประสบอุทกภัย 'กทม.-ปทุมธานี-สมุทรปราการ'
ปลื้มปีติ! องคมนตรี และคณะมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบผู้ประสบอุทกภัยในกรุงเทพฯ รวม 10,000 ถุง พื้นที่ปริมณฑล จ.ปทุมธานี-สมุทรปราการ 2,000 ถุง
นาทีน้ำทะลัก! กำแพงพังทลาย น้ำท่วมหมู่บ้านวินด์มิลล์ บางพลี สูงมิดหัว ชาวบ้าน 600 ครัวเรือนติดค้าง
สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ตำบลราชาเทวะยังวิกฤต หลังหมู่บ้านข้างเคียงมีระดับน้ำท่วมสูง ก่อนกำแพงกั้นระหว่างหมู่บ้านเกิดพังเสียหายหลายจุด ส่งผลให้น้ำทะลักเข้าสู่หมู่บ้านวินด์มิลล์เพิ่มอย่างรวดเร็ว ระดับน้ำบางจุดสูงถึงหน้าอกและศีรษะ รถยนต์จำนวนมากเคลื่อนย้ายไม่ทัน เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำและกู้ภัยเร่งนำเรือเข้าช่วยเหลือและอพยพประชาชน
น้ำท่วมกรีนวัลเล่ย์ บางนา จมน้ำวันที่ 3 สูงระดับเอว บางจุดเกือบ 2 เมตร
กรีนวัลเล่ย์ อ่วม น้ำท่วมวันที่ 3 สูงระดับเอว บางจุดเกือบ 2 เมตร ชาวบ้านเริ่มขาดแคลนอาหาร โซน 7 น้ำสูงถึงคอ ต้องใช้เรือสัญจร
วิกฤตน้ำท่วมปากน้ำ! ร้านสะดวกซื้อเกลี้ยงชั้น ชาวบ้านลุยน้ำตุนของ
สมุทรปราการยังวิกฤต ฝนตกต่อเนื่อง น้ำท่วมหลายพื้นที่ ชาวบ้านเร่งขนของหนีน้ำ แห่ตุนของจากร้านสะดวกซื้อ หวั่นระดับน้ำเพิ่มสูง
ฝนถล่มสมุทรปราการ น้ำท่วมถนนหลายสาย เจอน้ำทะเลหนุนซ้ำเร่งสูบน้ำ
สมุทรปราการฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำท่วมขังถนนเทพารักษ์-ศรีนครินทร์-สุขุมวิท-แพรกษา รถเล็กผ่านลำบาก เจ้าหน้าที่เดินเครื่องสูบน้ำ
อุทาหรณ์! เรือขนกระสอบทรายเตรียมกั้นน้ำท่วม บรรทุกหนักเกิน หัวเรือจม สองพี่น้องดับ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี รับแจ้งเหตุมีสองพี่น้องจมน้ำในคลองสำโรง ใกล้วัดบางพลีใหญ่ใน หรือวัดหลวงพ่อโต ตำบลบางพลี อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยและนักประดาน้ำเข้าค้นหา ก่อนพบร่างทั้งคู่ในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ทราบชื่อ ทั้งสองคือ นาย กรภพ อายุ 17 ปี และ นาย ศุภกร อายุ 20 ปี

