ตร. เปิดยุทธการ ปิดจ๊อบหลอกขายของทิพย์ จับได้ 26 ราย มูลค่าเสียหาย 35 ล้าน

ตำรวจไซเบอร์เปิดยุทธการ “ปิดJOB -SHOPทิพย์” หลอกขายสินค้าและบริการผ่านโลกออนไลน์ มูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท

8 มี.ค.2566 - ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.)พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พร้อมเจ้าหน้าที่แถลงผลการระดมกวาดล้างตรวจค้นมิจฉาชีพตามยุทธการ “ปิดJOB -SHOPทิพย์” หลอกขายสินค้าและบริการผ่านโลกออนไลน์ 40 จุดทั่วประเทศ จับผู้ต้องหา 26 คน

พล.ต.ท.วรวัฒน์ ผบช.สอท. เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาพนักงานสอบสวน บช.สอท. ได้รับแจ้งความร้องทุกข์จากผู้เสียหายจำนวนมากผ่านระบบการรับแจ้งความออนไลน์ www.thaipoliceonline.com ว่าถูกมิจฉาชีพหลอกลวงซื้อขายสินค้าและการบริการ รวมถึงการร่วมลงทุนในรูปแบบต่างๆ ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ บช.สอท. จึงได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลผู้เสียหายที่ถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวงซื้อขายสินค้าและการบริการ โดยสามารถแบ่งเป็น 14 กลุ่มคดี แยกเป็น 4 ประเภท คือ การหลอกลวงซื้อขายสินค้าอุปโภค-บริโภค ,การหลอกลวงซื้อขายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ,การหลอกลวงร่วมลงทุนธุรกิจสกุลเงินดิจิตอลและการลงทุนรูปแบบต่างๆ , การหลอกลวงซื้อขายบัตรกำนัลการบริการการท่องเที่ยวและรับจ้างทวงหนี้ ฯลฯโดยมีประชาชนกว่า 500 ราย ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพในลักษณะข้างต้น ซึ่งมีความเสียหายตั้งแต่หลักร้อยบาทไปจนถึงหลักล้านบาท มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 35 ล้านบาท

การกระทำลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิดฐาน ฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ชุดสืบสวนสอบสวนจึงได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบเส้นทางการเงินขออนุมัติศาลออกหมายจับกลุ่มผู้กระทำความผิด ได้จำนวนรวม 34 หมายจับ ซึ่งรวมถึงตัวการในขบวนการและบัญชีม้าที่ร่วมกระทำผิด

ต่อมาในระหว่างวันที่ 3 – 7 มีนาคม 2566 กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้ระดมปิดล้อมตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับกลุ่มมิจฉาชีพที่หลอกลวงซื้อขายสินค้าและบริการ รวมถึงการหลอกลวงให้ร่วมลงทุนในรูปแบบต่างๆ ตามยุทธการ “ปิดJOB -SHOPทิพย์” จำนวนกว่า 40 จุดเป้าหมายทั่วประเทศ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้รวม 26 ราย ตลอดจนตรวจยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องมือที่ใช้ในการกระทำความผิด พร้อมทั้งอายัดเงินในบัญชีธนาคารของผู้กระทำความผิดและบัญชีม้าที่เกี่ยวข้อง ส่วนผู้ต้องหาตามหมายจับที่เหลืออยู่ระหว่างเร่งรัดติดตามจับกุมตัวมาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีจะได้ยื่นเรื่องต่อกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อเสนอให้ศาลมีคำสั่งปิดกั้นเพจหรือเว็บไซต์ของกลุ่มมิจฉาชีพที่มีการหลอกลวงประชาชนอีกส่วนหนึ่ง

พล.ต.ท.วรวัฒน์ ผบช.สทอ.กล่าวอีกว่า ฝากเตือนภัยและประชาสัมพันธ์แนวทางการป้องกันเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ 1. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบุคคลหรือบริษัท ว่ามีการเว็ปไซต์หรือจดทะเบียนนิติบุคคลมานานแล้วหรือไม่ 2. อย่าหลงเชื่อเพียงเพราะการลดราคา การโฆษณา การจัดโปรโมชั่นเกินจริง ควรศึกษารายละเอียดและตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้ดีเสียก่อน 3. หลีกเลี่ยงข้อเสนอที่ฟังดูดีเกินไป ลงทุนน้อย ได้ผลตอบแทนสูง ในเวลาอันรวดเร็ว มีขั้นตอนไม่ซับซ้อน 4. ตรวจสอบที่มาที่ไปของการลงทุน หรือสินค้าให้ดีก่อนการลงทุน 5. หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมกิจกรรมกับกลุ่มธุรกิจที่ไม่แน่ใจ เพราะอาจถูกหว่านล้อมให้ร่วมลงทุนในธุรกิจแชร์ลูกโซ่ 6. เก็บหลักฐานต่างๆไม่ว่าจะเป็น หลักฐานทางการเงิน สัญญา เอกสารต่างๆ เผื่อเกิดปัญหาในภายหลัง

ส่วนผู้ที่คิดตั้งตนเป็นมิจฉาชีพหลอกลวงขายสินค้าและบริการ รวมถึงการหลอกลวงชักชวนลงทุนในรูปแบบต่างๆ บนโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นความผิดเข้าข่ายฐาน “ฉ้อโกงประชาชน” ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดฐาน “โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมกันนี้ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนยังเป็นความผิดมูลฐานหนึ่งในกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งอาจถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินได้เช่นกัน และหากมีบุคคลที่ร่วมขบวนการที่เข้าช่วยเหลือหรือสนับสนุน จำหน่าย จ่าย โอนทรัพย์สินหรือถือครองทรัพย์สินแทนผู้กระทำผิด ตามมูลฐานข้างต้นก็อาจจะมีความผิดและถูกดำเนินคดีร่วมด้วยเช่นกัน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ตำรวจไซเบอร์' ปูพรมด้ามขวาน ล้างสแกมเมอร์-ผู้มีอิทธิพล

ตำรวจไซเบอร์ กวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยีพื้นที่ภาคใต้ สแกมเมอร์ ความเสียหาย 173 ล้านบาท พนันออนไลน์กว่า 700 ล้านบาท กวาดล้างผู้มีอิทธิพล อาวุธปืน

ตร.ไซเบอร์ บุกรวบ 'เบิร์ด วันว่างว่าง' ทำคอนเทนต์ขยะกระทบบริษัทกาวยาแนวเสียหาย

สืบเนื่องจาก บช.สอท. ได้รับคำร้องทุกข์จาก บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายกาวซีเมนต์และยาแนวตราจระเข้ จากกรณีที่ นายธีระวัฒน์ อายุ 38 ปี หรือ “เบิร์ด วันว่างว่าง” ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอบน TikTok และ Facebook โดยนำบรรจุภัณฑ์กาวยาแนวตราจระเข้มาแสดงและสื่อสารให้คนเข้าใจในลักษณะว่าเป็น “แป้งมันตราจระเข้” ก่อนนำไปผสมน้ำแล้วใช้ป้ายใบหน้าและลำตัวผู้อื่นเมื่อช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา

รวบบอสชาวจีนระดับสั่งการ 'สแกมเมอร์' หลอกลวงประชาชน ฟอกเงินเป็นทองคำ

ศูนย์ต่อต้านฉ้อโกงออนไลน์ ทลายคอกม้าฟอกเงินเป็นทองคำ ขยายผลมีบอสชาวจีนสั่งการ จัดหาบัญชีม้าไว้สแกนหน้า บุกคาเยาวราชพบเป็นถึงระดับสั่งการแก๊งสแกมเมอร์

จับอีก 1 ตัวการ เครือข่ายฟอกเงิน-ฉ้อโกง สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ขณะหนีกบดานภาคใต้

ตำรวจทางหลวง จับนอมินีฟอกเงินเครือข่ายอดีตพระธรรมกาย ขณะขนของพาครอบครัวเตรียมย้ายถิ่นหลบหนีลงใต้ ไหวพริบตำรวจพบรถยนต์เก๋งบรรทุกหนักจนตัวรถทรุดต่ำ เรียกตรวจสอบอ้างไม่มีใบขับขี่หรือเอกสารติดตัว สังเกตเห็นสมุดฝากครรภ์ในรถ เช็คประวัติบิดา พบเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดีทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น

'ศุภมาส' สั่ง 'สคบ.' จัดการ ‘ช่างหนึ่ง’ ตุ๋นรับเหมาสร้างบ้านหลอกเหยื่อ 60 ราย

“ศุภมาส” สั่งฟัน “ช่างหนึ่ง” ตุ๋นรับเหมาสร้างบ้าน หลอกเหยื่อ 60 ราย เสียหาย 45 ล้านบาท 12 พ.ค. นี้ สคบ. เรียกเคลียร์ด่วน