เจ้าอาวาสวัดดังเมืองกาญจน์แจ้งความถูกแก๊งมิจฉาชีพแสบหลอกร่วมเป็นเจ้าภาพกฐินแต่เชิดเงินไม่เอาเข้าวัด

เจ้าอาวาสวัดดังเมืองกาญจน์ แจ้งความตำรวจถูกแก๊งมิจฉาชีพแสบ อ้างตัวเป็นด็อกเตอร์หมอดูชื่อดัง หลอกขอร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐิน แต่ไม่เอาเงินเข้าวัด แถมหลอกเอาวัตถุมงคลกว่าพันห้าร้อยชิ้นไปขาย

27 พ.ย. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.35 น.ของวันที่ 25 พ.ย.64 พระใบฎีกาวินิจ สมจิตโต เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ศรีสุขาราม ต.วังศาลา อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรีพร้อมด้วยพระนิติกร สุวรรณโณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสฯ ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ฌานณรงค์ นาคทอง สารวัตรสอบสวน สภ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ว่าถูกมิจฉาชีพแสบอ้างตัวเป็นด็อกเตอร์หมอดูชื่อดัง ขอร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคี โดยนำซองกฐิน จำนวน 1,500 ซองไปออกเรี่ยไร แต่ไม่นำเงินมาเข้าวัด แถมหลอกเอาวัตถุมงคลมากกว่าพันห้าร้อยรายการไปขายเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง จึงนำหลักฐานเดินทางมาแจ้งความดำเนินคดี

พระนิธิกร สุวรรณโณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ให้ข้อมูลว่า ทางวัดได้กำหนดจัดงานทอดกฐินสามัคคี เพื่อรวบรวมเงินจัตุปัจจัยสร้างวิหารหลวงพ่อกริ่ง ในวันที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยได้มีการประชาสัมพันธ์ผ่านทางสื่อช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะทางเพจเฟซบุ๊กของทางวัด ต่อมาได้มีผู้ชายคนหนึ่งได้แอดไลน์ของพระใบฎีกาวินิจ สมจิตโต เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ศรีสุขาราม โดยได้อ้างว่า ตนเองมีตำแหน่งเป็นด็อกเตอร์และเป็นหมอดูชื่อดังที่มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย อยากขอร่วมเป็นเจ้าภาพในการทอดกฐินครั้งนี้กับทางวัดฯ ซึ่งผู้ชายคนนี้ได้ติดต่อขอให้ทางวัดฯ ส่งซองกฐินไปให้ จำนวน 1,500 ซอง โดยบอกว่ามีลูกศิษย์จำนวนมากที่จะร่วมบุญทอดกฐินในครั้งนี้กับทางวัด

และขอให้ทางวัดจัดส่งวัตถุมงคลซึ่งเป็นเหรียญห้าพลัง และเหรียญจินดากูล รุ่น100 ปี ซึ่งทางวัดจัดทำขึ้น รวม 1,500 เหรียญ พร้อมพระพุทธรูปเนื้อทองเหลือง 5 องค์ ผ้ายันต์อีก 60 ผืนไปให้ โดยอ้างว่าจะนำไปเป็นของที่ระลึกให้กับลูกศิษย์ที่ร่วมทำบุญในวงเงินหลักแสนบาท ทำให้ทางวัดหลงเชื่อและส่งวัตถุมงคลต่างๆไปให้ตามที่ผู้ชายคนดังกล่าวร้องขอ

แต่ปรากฎว่า เมื่อถึงกำหนดวันทอดกฐิน ผู้ชายคนดังกล่าว กลับไม่ได้นำซองกฐินสามัคคี และเงินทำบุญมามอบให้กับทางวัดฯ ตามที่กล่าวอ้าง ซึ่งทางวัดก็ยังมองในแง่ดีว่า ผู้ชายคนดังกล่าวอาจจะไม่สะดวกเดินทางมา จึงรอจนกระทั่งงานทอดกฐินผ่านพ้นไปก่อน ทางวัดจึงได้ติดต่อหาชายคนดังกล่าว ในวันที่ 17 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เพื่อถามถึงเรื่องเงินทำบุญทอดกฐินที่ผู้ชายคนดังกล่าวจะนำมาถวายวัด

แต่ชายคนดังกล่าวอ้างว่า ยังตามเก็บซองกฐินได้ไม่ครบ และนัดหมายที่จะนำเงินทำบุญมามอบให้กับทางวัดในวันศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายน แต่เมื่อถึงวันนัดหมาย ชายคนดังกล่าวก็ไม่ได้นำเงินมามอบให้กับทางวัดตามที่นัดหมายไว้ ทางวัดฯ ได้พยายามติดต่อไป ก็พบว่า ชายคนดังกล่าวไม่รับโทรศัพท์ แถมยังบล็อกไลน์และเฟซบุ๊กทางวัดด้วย จึงเข้าใจว่า คงอาจจะโดนหลอก ทางฝ่ายกฎหมายของวัด จึงเริ่มติดตามหาเบาะแสเกี่ยวกับผู้ชายคนดังกล่าว จนกระทั่งทราบว่า ได้มีผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำเอาวัตถุมงคลของทางวัดที่ถูกชายคนดังกล่าวหลอกไป นำมาลงประกาศขายในเฟซบุ๊ก จึงทำให้ทางวัดฯ มั่นใจว่า น่าจะโดนหลอกอย่างแน่นอน ทางวัดจึงติดต่อไปหาชายคนที่นำวัตถุมงคลของทางวัดไปลงประกาศขายในเฟซบุ๊ก ชายคนดังกล่าวกลับอ้างว่าไปหาเช่าวัตถุมงคลดังกล่าวมาจากแผงพระ ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะทางวัดฯ ไม่เคยนำวัตถุมงคลจำนวนมากเช่นนี้ไปให้กับทางเซียนพระรายใดมาก่อน นอกจากผู้ชายคนนี้ ซึ่งคาดว่าเป็นแก๊งต้มตุ่นดังกล่าว

หลังทราบว่าโดนหลอก ทางวัดได้มอบหมายให้นายสมัย ช้างสา ไวยาวัจกรของทางวัด และฝ่ายกฎหมายของท่างวัดฯ รวบรวมเอกสารหลักฐานต่างๆเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับมิจฉาชีพรายนี้มาดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง

ทั้งนี้ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดโพธิ์ศรีสุขาราม ยังได้ฝากไปถึงวัดอื่นๆ ให้ระวังจะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาในคราบของคนใจบุญที่เสนอตัวเข้ามาช่วยเหลือวัด แต่สุดท้ายก็โดนหลอกเอาผลประโยชน์จากวัดไปหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง อย่างเช่นเหตุการณ์ในครั้งนี้ ที่ทางวัดถูกหลอกเอาวัตถุมงคลจำนวนมาก รวมมูลค่าไม่ต่ำกว่าสองแสนบาท

มีรายงานข่าวว่า ที่ผ่านมายังมีวัดต่างๆ ในเขตพื้นที่จังหวัดราชบุรี อีกหลายวัดที่ถูกแก๊งมิจฉาชีพหลงเชื่อกระทำการหลอกลวงต้มตุ่นในลักษณะนี้