ตร.ย้ำเตือนห้ามบอกรหัส OTP กับคนอื่น

ตำรวจเตือนห้ามบอกรหัส OTP ให้แก่ใครระวังถูกหลอกเงินเกลี้ยงบัญชี

01 ธ.ค.2564 - พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ได้มีนโยบายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรู้เท่าทันถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น ปัจจุบันพบพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ยังขาดความเข้าใจและความระมัดระวังในการรักษาความปลอดภัยบัญชีของตน ทั้งบัญชีธนาคาร บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ ตลอดจนบัญชีออนไลน์อื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นเรื่องของรหัสใช้ครั้งเดียว (OTP) หรือ One Time Password ทำให้พี่น้องประชาชนถูกคนร้ายฉวยโอกาสหลอกลวง เพื่อขอรหัส OTP และนำไปใช้ในการเข้าถึงข้อมูลหรือทำธุรกรรมทางการเงิน เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายจำนวนมาก เช่นที่ปรากฏเป็นข่าวว่ามีคนร้ายแอบอ้างตัวเป็นคอลเซ็นเตอร์ ผู้ให้บริการสกุลเงินดิจิทัลรายหนึ่งโทรศัพท์เข้ามาหาเหยื่ออ้างว่าบัญชีของเหยื่อมีปัญหา จากนั้นได้สอบถามข้อมูลส่วนบุคคล และแจ้งว่าให้เหยื่อบอกรหัส OTP ที่ส่งไปให้ เพื่อยืนยันตัวตน จากนั้นคนร้ายจะนำ OTP ที่ได้รับไปใช้ในการทำธุรกรรม เอาเงินออกจากบัญชีผู้เสียหาย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอประชาสัมพันธ์ให้ความรู้กับพี่น้องประชาชน เกี่ยวกับรหัส OTP เพื่อสร้างเกราะป้องกันให้กับพี่น้องประชาชน โดยรหัส OTP นั้นเป็นชุดรหัสผ่านใช้ครั้งเดียวที่ระบบสร้างขึ้นมาเพื่อความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางอินเตอร์เน็ต โดยเป็นชุดตัวเลขหรือตัวอักษรจำนวนหนึ่ง ที่ระบบจะสุ่มขึ้นมาและส่งไปให้กับเจ้าของบัญชี ทางอีเมล หรือโทรศัพท์มือถือ เพื่อใช้ในการตรวจสอบและยืนยันตัวตนผู้ใช้งาน นอกเหนือจากบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่านตามปกติ ซึ่งจะช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับบัญชีของพี่น้องประชาชน ถือได้ว่าเป็นปราการด่านสุดท้ายก่อนที่จะเข้าถึงข้อมูล จึงไม่ควรอย่างยิ่งที่จะบอกรหัส OTP ให้กับบุคคลอื่น เพราะอาจทำให้ถูกคนร้ายนำไปใช้โดยมิชอบได้

“หากพี่น้องประชาชนท่านใด ได้รับการติดต่อจากบุคคลที่น่าสงสัย โดยมีพฤติกรรมสอบถามถึงรหัส OTP ของท่าน ให้ท่านตรวจสอบกับธนาคารหรือบริษัทฯ ดังกล่าวโดยตรงก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกหลอกลวงจากคนร้าย และหากพี่น้องประชาชนพบว่าเป็นการหลอกลวงขอรหัสผ่าน OTP กรุณาแจ้งเบาะแสไปยังสายด่วน 191 หรือ สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง”