พบคนไทยตกเป็นเหยื่อภัยไซเบอร์ เสียหายกว่า 40,000 ล้านบาท

ตำรวจไซเบอร์ เปิดสถิติหลอกลวงทางออนไลน์ ในรอบ 1 ปี พบยอดแจ้งความเฉียด 3 แสนคดี มูลค่าเสียหายเกือบ 40,000 ล้านบาท ชี้คดีหลอกขายสินค้าสูงที่สุด ตามด้วยหลอกให้โอนเงิน ด้าน เอไอเอส เปิดตัว ดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัล พบคนไทยมีความรู้ด้านดิจิทัล แค่พื้นฐาน พบว่า มีกว่า 44% ต้องมีการพัฒนาทักษะให้เท่าทันโลกดิจิทัล

16 มิ.ย. 2566 – พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี  (รอง ผบช.สอท.)  เปิดเผยสถิติการหลอกลวงทางออนไลน์  ผ่านระบบแจ้งความออนไลน์บน   www.thaipoliceonline.com ยอดสะสม 1 มี.ค. 65 –  31 พ.ค. 2566  พบว่า มียอดสูงถึง 296,243 เรื่อง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเกือบ 40,000 ล้านบาท  หรือ คิดเป็นเฉลี่ย  525 คดี/วัน และ แบ่งเป็นความเสียหายเฉลี่ยคิดเป็น 74 ล้านบาทต่อวัน   โดยคดีส่วนใหญ่ จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ การหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ทางออนไลน์  ซึ่งมีมากกว่า 1 แสนคดี  หรือ คิดเป็น 37.25% ส่วนอันดับ2 เป็นเรื่องหลอกให้โอนเงิน  จำนวน 36,896 คดี หรือ คิดเป็น  13.65% และอันดับ 3 เป็นการหลอกให้กู้เงิน  จำนวน 33,517 คดี หรือ คิดเป็น 12.40% อันดับ 4 หลอกให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ 22,740 คดี คิดเป็น 8.41% และอันดับที่ 5 การข่มขู่ทางโทรศัพท์ 20,474 คดี คิดเป็น 7.57% 

พล.ต.ต.นิเวศน์ ระบุว่า สถานการณ์การหลอกลวงทางออนไลน์ ขณะนี้มีการปรับตัวดีขึ้นบ้าง หลังจากภาครัฐ มีการออกกฎหมายเข้มงวด ในการจัดการกลุ่มมิจฉาชีพ ที่หลอกลวงทางไซเบอร์เพิ่มมากขึ้น ทั้งการจัดการบัญชีม้า ซิมผี และ SMS ปลอม ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ก็มีการออกประกาศให้ สถาบันการเงิน ห้ามส่งลิงค์แนบ ไปยังผู้ใช้ รวมถึงการเพิ่มการปรับปรุงระบบการโอนเงิน โดยใช้การสแกนใบหน้า

แต่อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันมิจฉาชีพ ก็ไม่ได้อยู่นิ่งๆ มีการคิดค้น กลลวงรูปแบบใหม่มากมาย มาใช้หลอกประชาชน ดังนั้นประชาชนต้องรู้เท่าทันเทคโนโลยี เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อให้กับมิจฉาชีพ นำไปสู่การเสียทรัพย์สินอันมีค่าของตัวเอง 

พล.ต.ต.นิเวศน์ กล่าวอีกว่า คนร้ายในยุคนี้ ใช้เทคโนโลยี และสร้างเรื่องราวใหม่ๆ ขึ้นมาหลอกคน ทั้งการแฮกระบบ ทั้งการสร้างเสาโทรศัพท์จำลอง ส่งSMS รวมถึงการสร้างเนื้อหาและสถานการณ์ต่างๆขึ้นมาหลอกลวง ฉะนั้นประชาชนจะต้องตระหนัก และมีความรู้เท่าทันต่อเทคโนโลยีให้มากขึ้น  และกลุ่มที่โดนหลอกในปัจจุบัน ไม่ใช่ผู้สูงอายุ แต่เป็นกลุ่มคนในวัยทำงาน ซึ่งสะท้อนว่า แม้ว่าจะเป็นวัยที่ใช้เทคโนโลยีเป็นประจำ

ด้านนายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS กล่าวว่า “ปัญหาภัยไซเบอร์กลายเป็นวาระที่ทั้งโลกหันมาให้ความสำคัญเพราะมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยส่งผลกระทบตั้งแต่ระดับบุคคล ทั้งเรื่องการขโมยข้อมูลส่วนบุคคล การล่อลวงผ่านช่องทางออนไลน์ และการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ ไปจนถึงระดับประเทศหรือองค์กรในเรื่องของความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ที่เชื่อมโยงกับเรื่องของ เศรษฐกิจดิจิทัล ระบบสารสนเทศ ที่ต้องมีการรับมืออย่างจริงจัง  ดังนั้น ทางเอไอเอส จึงได้ร่วมมือกับ หาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และนักวิชาการทั้งด้านเทคโนโลยี ด้านสุขภาพ ด้านสื่อสารมวลชน ด้านการศึกษา และด้านการวัดประเมินผล ที่ระดมความคิดในการออกแบบกรอบการศึกษา ขั้นตอนและวิธีการเก็บผล จัดทำดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัล Thailand Cyber Wellness Index (TCWI)  ออกมาเผยแพร่ อย่างเป็นทางการ

โดยจากข้อมูลจาก ดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัล ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงทักษะดิจิทัล  ที่ครอบคลุมพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลของคนไทย 7 ด้าน ประกอบด้วย ทักษะการใช้ดิจิทัล (Digital Use), ทักษะการรู้เท่าทันดิจิทัล (Digital Literacy), ทักษะ ด้านการสื่อสารและการทำงานร่วมกันบนดิจิทัล (Digital Communication and Collaboration), ทักษะด้านสิทธิทางดิจิทัล (Digital Rights), ทักษะด้านความมั่นคงความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security and Safety), ทักษะด้านการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ (Cyberbullying) และทักษะด้านความสัมพันธ์ทางดิจิทัล (Digital Relationship) ที่มีขั้นตอนวิธีการเก็บผลสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างที่มีความหลากหลายทั้งช่วงอายุ และกลุ่มอาชีพจากทุกจังหวัด ทั่วประเทศกว่า 21,862 คน ซึ่งวันนี้จากผลการศึกษาพบว่า ภาพรวมของคนไทยมีสุขภาวะทางดิจิทัล อยู่ในระดับพื้นฐาน แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีถึง 44.04% ที่ยังอยู่ในระดับต้องพัฒนา แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างความรู้ความเข้าใจในการใช้ดิจิทัลให้กับประชาชนเพิ่มขึ้น”  นายสมชัย กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ล่าเครือข่ายสแกมเมอร์ทั่วอีสาน รวบผู้ต้องหากว่า 20 ราย อายัดเงินคืนผู้เสียหายนับล้านบาท

ตร.ไซเบอร์อีสาน ล่าเครือข่ายสแกมเมอร์ทั่วอีสานรวบผู้ต้องหากว่า 20 ราย อายัดเงินคืนผู้เสียหายนับล้านบาท พบพฤติกรรมเดิมๆด้วยการหลอกให้ลงทุน แต่เปลี่ยนใหม่ด้วยการใช้บัญชีนิติบุคคลเพื่อความน่าเชื่อถือเร่งล่าจีนเทา นายทุนใหญ่ที่ยังหลบหนีในไทย

จับ 'มะปราง' อินฟลูฯเซ็กซี่ แปะลิงก์พนันบอล ศาลสั่งกักขัง 4 เดือน

ตำรวจไซเบอร์รวบอินฟลูเซ็กซี่ 'มะปราง สุธิดา' แปะลิงก์เว็บพนันอ้างช็อตเงิน ไม่รอด ศาลสั่งจำคุก 8 เดือน สารภาพลดเหลือกักขัง 4 เดือน

ผู้เชี่ยวชาญซอฟต์แวร์ พบตร.ไซเบอร์ แจงปมข้อมูลรั่ว ชี้ช่องโหว่เกิดจากรหัสผ่านจนท.หลุด ไม่ใช่ถูกแฮกระบบ

นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของ Dome Cloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์และเทคโนโลยี เดินทางเข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อมูลกรณีพบข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล ทั้งรูปถ่ายติดบัตรประชาชน ข้อมูลทะเบียนรถ และข้อมูลของบุคคลระดับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี รวมถึงประชาชนจำนวนมาม โดยมีพล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 พ.ต.อ.รชตโชค ลีวาณิชคุณ รอง ผบก.สอท1. พ.ต.อ.รุ่งเลิศ คันธจันทร์ ผกก.1 บก.สอท.

เหยื่อร้องตำรวจไซเบอร์ ยับยั้งเผยแพร่คลิป ดาบตำรวจบังคับถ่ายภาพลามก

นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ประธานกลุ่มทนายธนกฤต จิตอาสา พาหญิงผู้เสียหายที่ถูก ด.ต. ธนาวุฒิ พัฒนา สืบสวน สภ.ทุ่งลุง 45 ปี บังคับถ่ายคลิปขายในกลุ่มลับ เข้าให้ข้อมูลเอกสารแจ้งความกับ พ.ต.อ.กู้เกียรติ วงษ์พันธ์ ผกก.2 บก.สอท.5

'ตร.ไซเบอร์' สะกดรอยเส้นเงินแก๊งสแกมเมอร์ คืนเงินเหยื่อ 5 ราย รวมกว่า 3.1 ล้านบาท

พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.ส

รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์เวียดนาม เอี่ยวหลอกคนไทยสูญกว่า 12 ล้านบาท พบฟอกเงินซื้อทองคำ

ตำรวจไซเบอร์ขยายผลจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์เวียดนามฟอกเงินผ่านทองคำ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าหลอกชายสูงอายุโอนเงินกว่า 1.7 ล้าน นำไปซื้อทองหลบเลี่ยงการติดตามเส้นเงินของเจ้าหน้าที่