
บช.ปส.พร้อม ตร.เมืองคอนบุกจับแก๊งค้ายานรกข้ามประเทศยึดยาเค 850 กก.มูลค่า 225 ล้านบาท โดยหากหลุดไปถึงประเทศที่ 3 มูลค่าสูงถึง 2,550 ล้าน-บช.ปส.เร่งสอบสวนขยายผลเตรียมดีเดย์จับกุมเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ
6 ส.ค.2566 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ได้รับการประสานงานจาก กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดข้ามประเทศจากพม่า จุดเริ่มต้นที่ จ.ระนอง เพื่อส่งไปยังประเทศมาเลเซียและใกลเคียง โดยใช้เส้นทางผ่านหลายจังหวัด และจะมีการลำเลียงลงเรือในพื้นที่ จ.สงขลา และนครศรีธรรมราช จึงสั่งการให้ กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราชร่วมออกสอบสวนสืบสวนและติดตามจับกุม
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส.และ กก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ได้ร่วมกันสอบสวนสืบสวน แกะรอยเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติอย่างต่อเนื่องนานถึงเกือบ 3 เดือน จนล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2566 เวลาประมาณ 14.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สะกดรอยแก๊งค้ายาเสพติดที่ใช้รถ 2 คัน คันแรกเป็นรถบรรทุก 6 ล้อทึบ มีคนขับมาเพียง 1 คน และรถยนต์ปาเจโร สีขาว มีชายฉกรรจ์นั่งมาในรถ 2 คนรวมคนขับ ทำหน้าที่เป็นรถนำหน้ารถบรรทุกเพื่อตรวจสอบเส้นทาง ซึ่งเจ้าหน้าที่ร่วมปฏิบัติการลับสุดยอด เพื่อให้ได้รายละเอียดข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และติดตามไปจนถึงบริเวณปั้มน้ำมัน ปทต.ริมถนนสาย นครศรีธรรมราช-สงขลา หมู่ 6 ต.หน้าสตน อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช รถบรรทุกได้จอดริมถนน ในขณะที่รถปาเจโร่ สีขาวซึ่งทำหน้าที่สำรวจเส้นทางขับเลยไปจอดข้างหน้าประมาณ 1 กม. เพื่อรอเครือข่ายที่นัดแนะกันมารับยาเสพติดต่อไปลงเรือที่ชายทะเลหน้าสตน อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช
เจ้าหน้าที่ได้ซุ่มรอดูความเคลื่อนไหวอยู่เกือบ 30 นาที พร้อมรายงานสถานการณ์ให้ผู้บังคับบัญชาทราบเป็นระยะ ในที่สุดผู้บังคับบัญชาเกรงว่าแก๊งคนร้ายจะไหวตัวได้ จึงสั่งการให้ตำรวจรีบเข้าไปตรวจค้นจับกุมรถบรรทุกเป้าหมายทันที กำลังอีกส่วนหนึ่งพยายามตามไปจับกุมรถปาเจโร่ แต่คนร้าย 2 คนในรถปาเจโร ไหวตัวทัน ขับหลบหนีไปรอดไปได้อย่างหวุดหวิด อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมและตรวจยึดรถบรรทุกเอาไว้ได้พร้อมผู้ต้องหา 1 คนเป็นชาวอิสลาม บ้านอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้
จากการตรวจพบยาเสพติด เคตามีน (ketamine) หรือที่รู้จักกันในหมู่ผู้ใช้ยาเสพติดว่า “ยาเค” บรรจุในกระสอบขนาดใหญ่เกือบ 62 กระสอบ และในถุงเล็กอีกจำนวนหนึ่ง รวมน้ำหนัก 851 กก. มูลค่าในประเทศประมาณกว่า 225 ล้านบาท แต่หากหลุดรอดออกไปยังประเทศที่ 3 ราคาจะเพิ่มขึ้นประมาณ 10 เท่าหรือประมาณกว่า 2,550 ล้านบาท จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมยาเสพติดของกลางมาให้ พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช สอบสวนด้วยตัวเอง และทำการตรวจนับยาเคของกลางก่อนลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐาน และมอบยาเค ของกลางให้ตำรวจ บช.ปส.นำไปเก็บรักษาและสอบสวนขยายผลถึงเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติรายนี้มีตัวการใหญ่อยู่ จ.ลำปาง โดยมีเครือข่ายระดับหัวหน้าจำนวน 7 คน ทั้งในประเทศพม่า จ.ระนอง นครศรีธรรมราช สงขลา และประเทศมาเลเซียและใกล้เคียง ส่วนผู้ร่วมแก๊งระดับปฏิบัติการทำหน้าที่ขนลำเลียงยาเสติดเป็นชาวมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งหมด โดยในเคสนี้มี 3 คน สามารถจับกุมได้ 1 คนหลบหนีไปได้ 2 คน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. จะได้เร่งสอบสวนสืบสวนขยายผลและรวบรวมพยานหลักฐานเครือข่ายเชื่อมโยงอย่างละเอียด เพื่อปฏิบัติการกวาดล้างจับกุมครั้งใหญ่ในเร็ว ๆ นี้ .
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไฟป่าพรุควนเคร็งไหม้พร้อมกัน 3 จุด เสียหาย 200 ไร่ สกัดลามสวนปาล์ม
สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ ป่าพรุควนเคร็ง บริเวณหมู่ 1 หมู่ 6 และหมู่ 9 ต.ควนเคร็ง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช หลังเกิดเหตุไฟไหม้ป่าเสม็ดขาวอย่างรุนแรง
'รังสิมันต์' นำ กมธ.สางขบวนการ 'พ่อทิพย์' ลั่นเป็นภัยความมั่นคง!
'กมธ.กฎหมายฯ' ถกเข้มสางขบวนการ 'พ่อทิพย์' เด็กสวมสิทธิ์สัญชาติไทย 'โรม' หวั่นเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติกระทบความมั่นคง สับ 2 รพ.เอกชนไม่ยอมชี้แจง ขู่คิดว่าไม่มาแล้วจะหลุดรอดหรือ!
คดีพลิก! ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ เคลียร์ข่าว 'ชัยชนะ' ตบตำรวจ ไม่เป็นความจริง เผยสนิทกับรอง ผกก.
พ.ต.อ.พงศ์พิชาญ ชยานนท์พิริยะ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยถึงกรณีกระแสข่าวที่มีการเผยแพร่ระบุว่า อดีตรัฐมนตรีบ้านใหญ่ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย หรือ “ตบหน้า” รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในพื้นที่ว่า
ย่านลิเภา…จากวัชพืชในป่า สู่หัตถศิลป์ล้ำค่าแห่งแดนใต้
“... ย่านลิเภานี้เป็นศิลปะเก่าแก่ของบรรพบุรุษเรา แล้วก็วัตถุดิบก็เกิดขึ้นเองภายในประเทศคือ ทางภาคใต้ที่ฝนตกมากตัวย่านลิเภานั่นก็คือเป็นวัชพืชชนิดหนึ่งที่ขึ้นเอง
คนเมืองคอนมี 'มรดกโลกยูเนสโก' เตรียมฉลองยิ่งใหญ่
แห่สักการะพระบรมธาตุเจดีย์ หลังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกยูเนสโก เตรียมจัดงานเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่

