โฆษกอัยการ เผยอธ.อัยการวิชาการรับ สำนวนฟ้อง "เสี่ยเเป้ง" เเต่ไม่ฟ้อง "อัยการบอย" ไปวิเคราะห์เเล้ว เชื่อใช้เวลาไม่นาน ยันทำงานโปร่งใส ตรวจสอบการสั่งคดีของอัยการภาค 9 เป็นไปโดยชอบตามที่ รธน.คุ้มครองไว้หรือไม่
28 พ.ย.2566 - นายประยุทธ เพชรคุณ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดกล่าวถึงกรณีการตรวจสอบ กรณีปรากฎคลิปนายเชาวลิต ทองด้วง หรือเสี่ยแป้ง นาโหนดที่มีการพาดพิงพนักงานอัยการชื่อบอยที่เคยเป็นผู้ต้องหาร่วมกับนายเชาวลิต เเต่อธิบดีอัยการภาค 9 สั่งไม่ฟ้องอัยการบอยกับพวกว่า การสั่งคดีของอธิบดีอัยการภาค 9 ปี 63 มีสำนวนสองส่วน มีสำนวนทั้งที่สั่งฟ้องกับสั่งไม่ฟ้อง ในสำนวนที่อัยการบอยเป็น 1 ใน 6 ผู้ต้องหา ที่อธิบดีอัยการภาค 9 มีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง และผู้บัญชาการตำรวจภาค 9 เห็นพ้องด้วย คดีจึงยุติไปเมื่อปี 2563
ในส่วนสำนวนของนายเชาวลิต ทองด้วง หรือเสี่ยแป้ง อธิบดีอัยการภาค 9 มีความเห็นสั่งฟ้อง จนอัยการพัทลุงเอาตัวไปฟ้อง และศาลจังหวัดพัทลุงมีคำพิพากษาจำคุก แล้วนายเชาวลิต จึงหลบหนีจากโรงพยาบาล เเละนายเชาวลิต ได้ออกมาพูดผ่านคลิปและเป็นกระแสขึ้นมา ทางอัยการสูงสุดจึงสั่งการให้อธิบดีอัยการสำนักวิชาการตรวจสอบการสั่งคดี ว่าการสั่งสำนวนคดีดังกล่าวเป็นไปตามท้องสำนวน ตามกฎหมายและตามพยานหลักฐานหรือไม่ หลักใหญ่แนวทางการทำงานจะเป็นอย่างนี้
ซึ่งทางอธิบดีอัยการ สำนักงานวิชาการ เเละอธิบดีอัยการภาค 9 คนปัจจุบันได้ประสานงานกันอย่างใกล้ชิด ก่อนจะส่งสำนวนมาส่วนกลางทางภาค 9 ได้สรุปมาเบื้องต้น และสำนวนถึงอัยการสูงสุดและส่งให้อธิบดีอัยการสำนักงานวิชาการดำเนินการแล้ว ตามขั้นตอนเมื่ออธิบดีอัยการสำนักงานวิชาการตรวจสอบวิเคราะห์สำนวนแล้วก็จะเสนอผลให้รองอัยการสูงสุดกลั่นกรอง และส่งอัยการสูงสุดพิจารณาสั่งการต่อไป เชื่อว่าน่าจะใช้เวลาไม่นาน
"อัยการคณะทำงานตรวจสอบสำนวน เร่งทำงานแม้ในวันหยุด และตรวจสอบว่าอัยการชุดสั่งสำนวน ทำงานภายใต้กฎหมายและภายใต้พยานหลักฐานในสำนวนหรือไม่ แล้วรายงานอัยการสูงสุดยืนยันว่าเราทำงานอย่างโปร่งใส"นายประยุทธกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีนายนายเชาวลิต ออกมาพูดเชื่อมโยงไปยังอัยการและกระบวนการยุติธรรม เป็นการโยนความผิดหรือไม่ หรือสามารถใช้รับฟังได้ นายประยุทธกล่าวว่า แม้นายเชาวลิตจะเป็นผู้ที่ถูกพิพากษาว่ามีความผิดและกำลังหลบหนีคดี แต่เราก็รับฟังเป็นพยานประกอบได้
ถามต่อว่าจะต้องเรียกอัยการบอยมาสอบ เช่นเดียวกับการสอบข้อเท็จจริงทางวินัยหรือไม่ นายประยุทธ กล่าวว่าการที่อัยการสูงสุดมอบให้อธิบดีอัยการสำนักงานวิชาการตรวจสอบการสั่งคดีของอธิบดีอัยการภาค 9 เมื่อปี 2563 เป็นไปตามบริบทว่ามีการสั่งคดีไปตามอำนาจหน้าที่โดยอาศัยข้อเท็จจริงในสำนวนและพยานหลักฐานที่ปรากฎหรือไม่ ไม่ถือเป็นการสอบข้อเท็จจริง แต่เป็นการตรวจสอบอัยการสั่งคดีของพนักงานอัยการ ภายใต้หลักการที่รัฐธรรมนูญมาตรา 248 ได้คุ้มครองไว้หรือไม่
นายประยุทธกล่าวว่า ในส่วนของตำรวจชุดจับกุมนายนายเชาวลิตหรือเสี่ยแป้ง ที่ถูกกล่าวหาว่าจับกุมไม่ชอบอันเป็นความผิดคามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ทางน.ส.นารี ตัณเสถียร อดีตอัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดฟ้องไปแล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อสส. สั่งฟ้องแก๊งค้ายาข้ามชาติ เครือข่าย 'แอร์มีนา' ขนเฮโรอีนซุกกระเป๋าผ้าช้าง
อัยการสูงสุดเซ็นสั่งฟ้อง 4 ผู้ต้องหาเครือข่าย “แอร์มีนา” คดีขนเฮโรอีนข้ามชาติ หลัง “อธิบดีอัยการวัชรินท
สภาสูงเดือด! 'นันทนา' ขวางโหวตอัยการสูงสุด 'สว.กอบ' ซัดจะเข้าโลงอยู่แล้วไม่ต้องทำฝีปากมาก
ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ื 1 เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดคือนายโกวิท ศรีไพโรจน์
'วัชรินทร์' ชง อสส. ชี้ขาดคดีฟอกเงินหุ้น STARK ภาค 2 เป็นคดีนอกราชฯ
สำหรับความคืบหน้าคดีหุ้น STARK ล่าสุดพนักงานสอบสวนดีเอสไอนำสำนวนหุ้น STARK สำนวนที่ 2 เป็นสำนวน ที่มีการกล่าวหา นายศรัทธา จันทรเศรษฐเลิศ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน ซึ่งเป็นจำเลยที่ 3 ในคดีเเรก เเต่มาเป็นผู้ต้องหาที่ 1 ในคดีนี้ ร่วมกับพวก 8 รายกระทำความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน จากที่นายศรัทธา ผู้ต้องหาได้ทำการไซฟ่อนเงินออกจากบัญชีของบริษัท ส
เปิดเหตุผล 'อัยการสูงสุด' ชี้ขาดไม่ฟ้อง 'แทนไท' กับพวกรวม 6 คน คดีฟอกเงิน
สำนักงานอัยการคดีพิเศษได้มีหนังสือเเจ้งคำสั่งชี้ขาดอัยการสูงสุด สั่งไม่ฟ้อง นายแทนไท ณรงค์กูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ กับพวกรวม 6 ราย ในคดีความผิดฐาน สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้น
‘ท็อดด์ แบลนช์’ อดีตทนายของทรัมป์ จะได้รับการแต่งตั้งเป็นอัยการสูงสุด
วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันสองคนได้ถอนการคัดค้านอดีตทนายความของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อวันจันทร์ หลังจากที่ท็อดด์ แบลนช์ยอมประนีประนอมในประเด็นที่เป็นข้อถกเถียง คณะกรรมการตุลาการวุฒิสภามีกำหนดลงคะแนนเสียงเกี่ยวกับแบลนช์ในวันอังคารนี้ ตามด้วยการลงคะแนนเสียงโดยวุฒิสภาทั้งหมดภายในสัปดาห์นี้
'วัชรินทร์' ตั้งคณะอัยการร่วมสอบสวน ปมคลิปเสียงจัดฉากสินบนทองคำ หลัง อสส.รับเป็นคดีนอกราชฯ
ดร.วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน กล่าวว่า เรื่องนี้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามส่งสํานวนมาที่อัยการสอบสวน เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2569 ซึ่งเมื่อได้รับสำนวน ตนมีความเห็นเสนอไปยังอัยการสูงสุด ว่าคดีนี้มีการกระทําส่วนหนึ่งเกิดในประเทศไทยเเละ ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นที่สถานทูตกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ตามหลักเกณฑ์เเล้วต้องเป็นคดีนอกราชอาณาจักรตาม ป.วิอาญามาตรา 20 ซึ่งเป็นอำนาจอัยการสูงสุด

