เปิดไทม์ไลน์ คดีผู้ต้องหาเยอรมันซื้อบริการเด็กต่ำกว่า 15 ปี ได้ประกันตัวออกนอกประเทศ

โฆษกศาลเผย อธิบดีศาลภาค 2 สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงศาลพัทยาให้ประกันคดีผู้ต้องหาชาวเยอรมัน คดีอนาจารเด็กบินกลับบ้านเกิด ยังไม่กลับไทย ย้ำออกหมายจับปี 2565 คดีรอจับตัวส่งศาล เเจงเหตุให้ออกนอกประเทศ

4 ธ.ค.2566 - ตามที่ปรากฏการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสกู๊ปข่าวล่วงละเมิดทางเพศเด็กในประเทศซึ่งมีผู้ต้องหารายหนึ่งสัญชาติเยอรมันถูกจับในประเทศที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวระหว่างถูกดำเนินคดี แต่กลับหลบหนีไม่เดินทางมารายงานตัวตามนัดหลังได้รับอนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศช่วงประกันตัว

ล่าสุด นายสรวิศ ลิมปรังษี โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า ประธานศาลฎีกาทราบข้อมูลตามที่ปรากฏข่าวแล้วไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ติดตามความคืบหน้าและให้ผู้ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเหตุและข้อเท็จจริงในคดีดังกล่าว ซึ่งอธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 ที่เป็นผู้รับผิดชอบดูแลในเขตภาค 2 รวมถึงศาลจังหวัดพัทยาที่เป็นที่เกิดเหตุในกรณีนี้ได้มีคำสั่งให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจน และลำดับเหตุการณ์ของคดีนี้ว่าเป็นมาอย่างไรเมื่อได้ผลสรุปการตรวจสอบเป็นอย่างไรแล้วจึงจะพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสมต่อไป

โดยคดีนี้ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา นำตัวนายเจน คริช (Mr.Jens Krich) สัญชาติเยอรมัน อายุ 55 ปี ผู้ต้องหา มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลจังหวัดพัทยาครั้งแรก เมื่อวันที่ 26 ก.ย.2565 ถูกตั้งข้อกล่าวหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีซึ่งมิใช่ภริยาของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตามและกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีซึ่งตามพฤติการณ์กล่าวหากระทำต่อเด็กหญิงซึ่งร่วมประเวณี 3 ครั้ง เหตุเกิดที่คอนโดแห่งหนึ่ง ต.หนองปรืออ.บางละมุง จ.ชลบุรี ช่วงเดือน มิ.ย.2565 ซึ่งการฝากขังชั้นสอบสวน พนักงานสอบสวนผู้ร้องไม่คัดค้านกรณีผู้ต้องหาขอให้ปล่อยชั่วคราว และผู้ต้องหาก็ไม่คัดค้านการฝากขัง ชั้นฝากขังศาลอนุญาตตามคำร้อง ขณะที่เพื่อนคนไทยของผู้ต้องหายื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เงินสด 200,000 บาทขอประกันตัว ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตปล่อยชั่วคราวระหว่างสอบสวน/พิจารณา/อุทธรณ์/ฎีกา ให้ทำสัญญาประกัน ตีราคาประกันตามาตรฐานกลาง วางหลักประกัน200,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามผู้ต้องหาเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล และให้แจ้ง ตม.ทราบคำสั่งด้วย ซึ่งตามสัญญาประกัน นายประกันรับว่าจะนำตัวผู้ต้องหามาส่งศาลตามนัดทุกครั้ง หลังจากมีการปล่อยชั่วคราว ผู้ต้องหายังมาติดต่อขอดำเนินการต่าง ๆ กับทางศาลอยู่

ต่อมาวันที่ 7 พ.ย.2565 นายเจน ผู้ต้องหา ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดพัทยา ขออนุญาตเดินทางออกนอกราชอาณาจักรชั่วคราวไปประเทศเยอรมัน ในวันที่ 7 พ.ย.2565 เนื่องจากมีความจำเป็นติดต่อธนาคารที่ประเทศเยอรมันเพื่อแสดงตนและขอให้ธนาคารเปิดการใช้ระบบการเบิกเงินออนไลน์ที่ถูกระงับไปเนื่องจากมีผู้พยายามเข้าใช้บัญชี 3 ครั้ง และกิจการเสื้อผ้าที่ผู้ต้องหาร่วมทำธุรกิจกับหุ้นส่วนในประเทศเยอรมันมีปัญหาที่เป็นเหตุให้ผู้ต้องหาต้องเดินทางไปแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง ซึ่งผู้ต้องหาระบุด้วยว่าไม่ได้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหาและประสงค์จะขอต่อสู้คดีถึงที่สุด โดยผู้ต้องหาจะเดินทางกลับประเทศไทยวันที่ 13 พ.ย.2565 และจะรีบมารายงานตัวต่อศาลทันทีในวันที่ 14 พ.ย.2565 ผู้ต้องหายินดีวางประกันต่อศาลโดยเสนอวางเงินสด 500,000 บาท ปฏิบัติตามคำสั่ง หรือข้อบังคับที่ศาลกำหนดอย่างเคร่งครัด

โดยศาลพิจารณาเอกสารคำร้องและเอกสารเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจที่ผู้ต้องหาแนบมาด้วยแล้วอนุญาตให้ออกนอกราชอาณาจักรได้เป็นการชั่วคราว เนื่องจากเห็นว่ามีที่อยู่เป็นหลักแหล่งในประเทศไทย มีธุรกิจในประเทศไทย มีภริยาเป็นคนไทย และประสงค์ขอต่อสู้คดี ซึ่งผู้ต้องหามีความจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศตามเอกสารของธนาคารและหุ้นส่วนทางธุรกิจ โดยให้มารายงานตัววันที่ 14 พ.ย.2565 มิฉะนั้นจะถือว่าผิดสัญญาประกัน แต่เพื่อเป็นการประกันการมาศาลตามกำหนด จึงเห็นสมควรให้ผู้ต้องหาวางหลักประกันเงินสด 500,000 บาท

โดยวันที่ 14 พ.ย.2565 ทนายความผู้ต้องหายื่นขอขยายเวลารายงานตัวเป็นวันที่ 29 พ.ย.2565 ซึ่งศาลมีคำสั่งอนุญาต แต่เมื่อถึงวันนัดปรากฏว่าผู้ต้องหาไม่ได้มารายงานตัว ศาลจึงมีคำสั่งวันที่ 1 ธ.ค.2565 ให้ออกหมายจับผู้ต้องหา พร้อมสั่งปรับนายประกันตามสัญญาประกันและยึดเงินวางประกันออกนอกประเทศ รวมทั้งหมด 700,000 บาท ซึ่งศาลมีหนังสือส่งถึง ผบ.ตร.ทราบในวันที่ 2 ธ.ค.2565 ด้วย

ต่อมาวันที่ 16 ธ.ค.2565 พนักงานอัยการจังหวัดพัทยา จึงนำสำนวนคดีมายื่นฟ้องนายเจน ต่อศาลจังหวัดพัทยา เป็นจำเลยคดีหมายเลขดำ อ.1210/2565 ความผิดตาม ป.อ.มาตรา 91, 277, 279, โดยท้ายฟ้องโจทก์ระบุว่า หากจำเลยยื่นคำร้องขอประกันตัวขอให้อยู่ในดุลพินิจของศาล ซึ่งวันเดียวกันศาลจังหวัดพัทยาได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ตรวจสำนวนฝากขังแล้วพบว่าศาลมีคำสั่งออกหมายจับนายเจน เลขที่ 457/2565 ลงวันที่ 1 ธ.ค.2565 และปรับนายประกัน ซึ่งจนถึงวันฟ้องยังจับตัวจำเลยไม่ได้และนายประกันยังไม่นำตัวจำเลยมาส่งศาล ศาลจังหวัดพัทยาจึงให้ออกหมายจับใหม่ (ชั้นพิจารณาหลังถูกฟ้อง) และกรณียังไม่แน่ว่าจะจับตัวจำเลยได้เมื่อใด จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความชั่วคราว หากจับจำเลยได้เมื่อใด ให้อัยการโจทก์แถลงศาลเพื่อให้ยกคดีมาพิจารณาใหม่ต่อไป โดยศาลมีหนังสือแจ้งถึง ผบ.ตร. และเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ทราบวันที่ 19 ธ.ค.2565

ดังนั้นขณะนี้ ขั้นตอนจึงอยู่ระหว่างเจ้าพนักงานตำรวจจะติดตามตัวจำเลยตามหมายจับใหม่ มาส่งศาลเพื่อพิจารณาคดีต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ดร.อานนท์’ เชื่อที่ที่ปลอดภัยต่อชีวิต ‘ตะวัน-แฟรงค์’ ที่สุดคือ ‘คุก’

ผู้ที่บงการเบื้องหลังตะวันกับแฟรงค์ย่อมไม่ต้องการให้สาวได้ถึงตัวคนบงการ จะทำให้ผู้บงการเสี่ยงติดคุกไปด้วย

ยังไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม! ศาลไม่ให้ประกัน 'ตะวัน' ชี้อยู่ในการดูแลแพทย์ใกล้ชิด

คืบหน้า! ศาลอาญายังไม่ให้ประกัน "ตะวัน - ณัฐนนท์" ชี้อยู่ภายใต้การดูแลแพทย์ใกล้ชิด ยังไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม 

'พ่อตะวัน' โผล่ยื่นประกันตัวบุตรสาว รับปากจะดูแลอย่างดีไม่ให้ยุ่งการเมืองอีก

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ความคืบหน้าคดีที่ พนักงานสอบสวน สน.ดินแดน ได้ยื่นคำร้อง ฝากขังน.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือตะวัน อายุ 22ปี นักเคลื่อนไหวกลุ่มทะลุวัง และ นายณัฐนนท์ ไชยมหาบุต

อัยการนัด 10 เม.ย. ชี้คดี 112 เชื่อ 'ทักษิณ' ป่วยวิกฤต ไม่มีเสียงพูด

'อธ.อัยการคดีอาญา' นัด 'ทักษิณ' ฟังคำสั่ง อสส. ฟ้องคดี112 หรือไม่ 10 เม.ย.นี้ เผยอาการหนักขั้นวิกฤตนั่งรถวีลแชร์ เสียงไม่มี วางบัญชี 5 แสน ให้ประกันตัว

'ตะวัน' ยังปากกล้าซัด 'ผบ.ตร.' เพ้อเจ้อ ปัดพัลวันมีขบวนการอยู่เบื้องหลังป่วนขบวนเสด็จ

น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ นักเคลื่อนไหวกลุ่มทะลุวัง เปิดเผยหลังตำรวจเปิดหลักฐานสาเหตุแจ้งจับนักข่าวร่วมสนับสนุนการทำลายโบราณสถาน เพราะมีการวางแผนและดูสถานที่วันก่อนเกิดเหตุนั้น ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องแปลก

เปิดหมายจับ 'ตะวัน-แฟรงค์'

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำพยานหลักฐานเพื่อขออำนาจศาลอาญารัชดา ออกหมายจับนางสาวทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ “ตะวัน“ และนายณัฐนนท์ ไชยม