
30 มิ.ย.2569-จากกรณีอัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องนายอนันต์ อัศวโภคิน เจ้าของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ผู้ต้องหาฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุได้มีการสมคบกันตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 5, 9, 60 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2558 มาตรา 10 ตามความเห็นแย้งของอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินจากการขายที่ดินต่อให้กับนายอนันต์ อัศวโภคิน เจ้าของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง
ต่อมานายเขษมศักดิ์ กันภัย ทนายความ ในฐานะตัวแทนผู้เสียหายคดีฟอกเงินได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่ออธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เพื่อยื่นหนังสือขอร้องเรียนให้พิจารณาดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในคดีฟอกเงินกับวัดพระธรรมกาย และพระเทพญาณมหามุนี (ธัมมชโย) กับพวก ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีพิเศษที่ 10/2560 ในคดีกล่าวหานายอนันต์ อัศวโภคิน กับพวก โดยศาลได้เคยออกหมายจับเลขที่ 1594/2560 ต่อนายอนันต์ อัศวโภคิน ในข้อหาร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ซึ่งระบุพฤติการณ์ว่ามีการเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินเพื่อปกปิดแหล่งที่มาที่มิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งพนักงานอัยการได้สั่งฟ้องคดีไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2569 พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า สำหรับคดีดังกล่าวนี้ค่อนข้างมีกระบวนการประมาณหนึ่ง เนื่องจากก่อนหน้านี้ (ปลายปี 2562) อัยการคดีพิเศษได้มีหนังสือส่งสำนวนการสอบสวนกลับมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อให้พิจารณาตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 ว่าจะมีความเห็นแย้งในคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการหรือไม่ และอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ในขณะนั้น) ได้พิจารณาข้อเท็จจริงที่ได้จากการสอบสวนคดีพิเศษที่ 10/2560 และความเห็นของพนักงานอัยการแล้ว มีความเห็นแตกต่างจากพนักงานอัยการ จึงได้มีความเห็นแย้งความเห็นของพนักงานอัยการให้ฟ้องผู้ต้องหาตามข้อกล่าวหา
ต่อมาจึงอยู่ระหว่างขั้นตอนที่รอให้อัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาด กระทั่งภายหลัง (เมื่อวันที่ 16 ก.พ.2567) อัยการสูงสุดในขณะนั้น (นายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์) ได้มีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องผู้ต้องหาฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุได้มีการสมคบกันตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 อย่างไรก็ดี ระหว่างที่อัยการสูงสุดชี้ขาดให้ฟ้องผู้ต้องหา ทางผู้ต้องหาก็ได้มีการร้องขอความเป็นธรรมในประเด็นต่าง ๆ แต่เมื่อกระบวนการอัยการสูงสุดชี้ขาดให้ฟ้องผู้ต้องหามาแล้ว คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงได้มีการออกหมายเรียกให้ผู้ต้องหาเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหามาโดยตลอด แต่เมื่อผู้ต้องหาไม่มาปรากฏตัวต่อหน้าพนักงานสอบสวน ทำให้ไม่สามารถนำตัวไปฟ้องคดีได้ตามที่อัยการนัดฟ้อง จึงเป็นเหตุให้พนักงานสอบสวนต้องรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับ โดยได้ขอศาลออกหมายจับในช่วงเดือน มี.ค.69 ที่ผ่านมา
พ.ต.ต.ยุทธนา เผยอีกว่า ทราบว่าในระหว่างขั้นตอนที่ผู้ต้องหาไม่ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ก็เนื่องมาจากการแจ้งเหตุผลว่ามีการเข้ารับการรักษาพยาบาลภาวะไตวายที่ต่างประเทศ และอยู่ในห้องไอซียู (ICU) ซึ่งก็เป็นเรื่องการรักษาการเจ็บป่วยที่เข้าใจได้ แต่ก็ต้องว่ากันไปตามขั้นตอนของกฎหมาย เมื่อไม่สามารถมาปรากฏตัวรับทราบข้อกล่าวหา และนำตัวให้อัยการสั่งฟ้องได้ตามนัดหมาย พนักงานสอบสวนคดีพิเศษก็จำเป็นต้องขอศาลออกหมายจับ ทั้งนี้ หากจะมีการพิจารณาขอตำรวจสากลออกหมายน้ำเงิน หรือหมายแดง เพื่อติดตามตัวผู้ต้องหากลับมาดำเนินคดีในไทยนั้น จะเป็นกระบวนการขั้นตอนถัดไปแทน
ทั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า แม้ศาลจะอนุมัติหมายจับนายอนันต์ อัศวโภคิน ให้กับคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ แต่มีความเป็นไปได้สูงว่าเจ้าตัวจะไม่เดินทางกลับเข้าประเทศไทยอีกแล้ว เพราะเหตุเรื่องรักษาอาการเจ็บป่วยภาวะไตวายระยะสุดท้ายที่ต่างประเทศ โดยมีการรักษาต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2567 จนถึงปัจจุบัน และยังถือว่าเป็นผู้ป่วยวิกฤติมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ตลอดเวลา หากอยู่ในสถานที่ไม่เหมาะสมแก่การดูแลรักษา
เมื่อตรวจสอบไปที่เอกสารข่าวแจกสื่อมวลชน ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยส่วนประชาสัมพันธ์ ได้เผยแพร่ไว้เมื่อวันที่ 29 พ.ย.2562 พบรายละเอียดว่า คณะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้เคยรายงานว่ากรณีที่นายอนันต์ อัศวโภคิน ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษทำการสอบสวนและกล่าวหาว่านายอนันต์กระทำความผิดอาญาฐานร่วมกันสมคบฟอกเงินและฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 เป็นคดีพิเศษที่ 10/2560 ก็เนื่องมาจากนายอนันต์ ได้รับซื้อที่ดินจากบริษัทเอ็ม-โฮม เอสพีวี 2 จำกัด ซึ่งทางการสอบสวนพบว่านายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น ได้นำเงินที่ได้จากการทุจริตจากสหกรณ์ฯ เข้ามาซื้อหุ้นของบริษัทและครอบงำการดำเนินธุรกิจของบริษัทดังกล่าว ภายหลังนายอนันต์มีการขายที่ดินและนำเงินที่ได้จากการขายที่ดินส่วนหนึ่งบริจาคให้กับมูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง และเก็บไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัว โดยได้ดอกเบี้ยอีกส่วนหนึ่ง
ต่อมาได้โอนเงินจำนวนดังกล่าวกลับไปยังบริษัทเอ็ม-โฮม เอสพีวี 2 จำกัดโดยทางคดีมีความเห็นควรสั่งฟ้อง และส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการ ต่อมาพนักงานอัยการได้มีหนังสือลงวันที่ 30 ก.ย.2562 ส่งสำนวนการสอบสวนกลับมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อให้พิจารณาตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 มาตรา 34 ว่าจะมีความเห็นแย้งในคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการหรือไม่ ซึ่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้พิจารณาข้อเท็จจริงที่ได้จากการสอบสวนคดีพิเศษที่ 10/2560 และความเห็นของพนักงานอัยการแล้ว มีความเห็นแตกต่างจากพนักงานอัยการ โดยเห็นว่าข้อเท็จจริงยังฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้กระทำความผิดตามที่ได้มีความเห็นควรสั่งฟ้องไปแล้ว จึงได้มีความเห็นแย้งความเห็นของพนักงานอัยการให้ฟ้องนายอนันต์ตามข้อกล่าวหาส่งพนักงานอัยการแล้ว ทั้งนี้ อยู่ที่อัยการสูงสุดจะพิจารณาว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้อง อันเป็นความเห็นชี้ขาดตามกฎหมาย จึงประชาสัมพันธ์มาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
ก่อนที่ต่อมาในปี 2567 นายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสุด (ขณะนั้น) ได้มีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องผู้ต้องหา.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตำรวจนำตัว 'บิ๊กโจ๊ก-ภรรยา' ส่งอัยการพิจารณาคดีร่วมกันฟอกเงิน
พ.ต.อ.ธรรมศักดิ์ สารบุญ ผกก. สน.บางรัก และคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ได้นำพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร. และนางศิรินัดดา หักพาล ภรรยา พร้อมสำนวนการสอบสวนและความเห็นสมควรสั่งฟ้อง
คุมตัว 'โทน บางแค' สอบปากคำคดีฉ้อโกงประชาชน เจ้าตัวยันไม่ได้หนีพร้อมสู้คดี
พ.ต.อ.จำนาญ จันทร์เทศ ผกก.4 บก.ปอศ. พร้อมกำลังนำหมายศาลอาญา เข้าจับกุมตัวนายโทนทอง สุขแก่น หรือ โทน บางแค เซียนพระชื่อดัง ข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน” ที่บ้านพักย่านบางกรวย จ.นนทบุรี หลังจากช่วงกลางดึกของวันที่ 5 สิงหาคม ที่ผ่านมาโทน บางแค ได้ไหวตัวทันหลบหนีออกจากบ้านพักก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าปฏิบัติการในช่วงเช้าของวันนี้ (6ส.ค.)
รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์เวียดนาม เอี่ยวหลอกคนไทยสูญกว่า 12 ล้านบาท พบฟอกเงินซื้อทองคำ
ตำรวจไซเบอร์ขยายผลจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์เวียดนามฟอกเงินผ่านทองคำ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าหลอกชายสูงอายุโอนเงินกว่า 1.7 ล้าน นำไปซื้อทองหลบเลี่ยงการติดตามเส้นเงินของเจ้าหน้าที่
สตม.ตะครุบบอสใหญ่มาเฟียรัสเซีย หนีหมายจับผู้ร้ายข้ามแดน
สตม.เปิดปฏิบัติการบุกจับชายชาวรัสเซีย ผู้ต้องหาตามหมายจับผู้ร้ายข้ามแดนและถูกกล่าวหาเป็นผู้นำองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติรายใหญ่ของรัสเซีย หลังสืบทราบหลบซ่อนตัวอยู่ในจังหวัดภูเก็ต พร้อมพบอยู่ในราชอาณาจักรเกิ
ผงะ! ช่วงบอลโลกจับเจ้ามือ 617 รายเงินหมุนเวียนกว่า 2 หมื่นล้าน
สตช.เดินหน้าปราบขบวนการบัญชีม้าทั้งระบบ หลังพบคนร้ายยังใช้เป็นกลไกหลักฟอกเงิน พร้อมเร่งปราบเว็บพนันออนไลน์ ห้วงฟุตบอลโลก จับกุมไปกว่า 4,500 เว็บ เจ้ามือ 617 คน เงินหมุนเวียนกว่า 2 หมื่นล้าน
รวบแฮกเกอร์ จบ ป.6 ใช้ AI สอนวิธีเจาะระบบแพลตฟอร์มเติมเงินเกมออนไลน์ ดูดเงิน 2 แสน พบมี 5 หมายจับ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.5 นำโดย พ.ต.ต.ธีรพงศ์ ศรีสมัย สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.5 นำกำลังสนธิร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.8 นำหมายค้นศาลจังหวัดภูเก็ตที่ 175/2569 ลง 15 ก.ค.69

