
“เศรษฐา" ถก ก.ตร.นัดสุดท้ายส่งท้ายปี กำชับตำรวจดูแลปัญหาหนี้สินทั้งประชาชนและตำรวจ จ่อเยียวยาตำรวจถูกแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรมให้เสร็จสิ้นก่อนปีใหม่นี้
28 ธ.ค.2566 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.ครั้งที่ 14/2566 โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนการประชุม ว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของปี ตนต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ทำงานกันด้วยความตั้งใจที่จะดูแลประชาชน ตนขอชื่นชม และตนเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูแลประชาชนอย่างเต็มที่เหมือนเดิม จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานการประชุมโดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก่อนจะเดินทางกลับโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน
พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวภายหลังการประชุมว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดูแลเรื่องหนี้สินของทั้งประชาชนและข้าราชการตำรวจ โดยทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.สราวุฒิ การพานิช รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) รับผิดชอบดูแลเรื่องหนี้สินของข้าราชการตำรวจอยู่แล้ว เบื้องต้นได้ประสานไปยังสถาบันการเงินเพื่อลดดอกเบี้ยเงินกู้ในระบบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ส่วนหนี้นอกระบบนั้นให้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานฝ่ายปกครอง กระทรวงมหาดไทย ในการตรวจสอบรวบรวมข้อมูลของทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ ส่วนตำรวจจะบังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีกับเจ้าหนี้ที่คิดอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด และมีการใช้ความรุนแรงในการทวงหนี้อย่างเด็ดขาด
ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในที่ประชุมได้หารือกับคณะกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ เกี่ยวกับการเยียวยาข้าราชการตำรวจที่ได้รับผลกระทบจากการโยกย้ายแต่งตั้งในวาระที่ผ่านมา เนื่องจากบางนายถูกโยกย้ายโดยไม่สมัครใจ ไม่มีความผิด หรือบางนายถูกย้ายจากพื้นที่นครบาลไปยังภูธรทำให้ครอบครัวได้รับผลกระทบ เพราะ พ.ร.บ.ตำรวจฯ ฉบับใหม่มีข้อกำหนด หลายอย่างที่เป็นข้อจำกัดในการแต่งตั้งโยกย้าย ซึ่งขณะนี้พบว่ายังมีผู้ที่ไม่ได้รับการเยียวยาอีก 69 นายกระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ โดยจะมอบหมายให้แต่ละกองบัญชาการได้สอบถามความต้องการเบื้องต้น จากนั้นให้ผู้บัญชาการตำรวจแต่ละภาคเรียกตำรวจกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมาคุย เพื่อร่วมกันหาแนวทางบรรเทาความเดือดร้อน หากนายใดที่สามารถพิจารณาย้ายกลับต้นสังกัดได้โดยไม่ติดขัดเรื่องคุณสมบัติต่างๆ ก็จะดำเนินการให้เรียบร้อยก่อนสิ้นปี เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ และจะเริ่มดำเนินการในขั้นตอนต่อไปหลังปีใหม่ได้ทันที
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ก.ตร. ถอนวาระแต่งตั้ง นายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ คดีชั้น 14 ขึ้นผู้ช่วย ผบ.ตร.
ก.ตร.ถอนวาระแต่งตั้งนายพลนอกวาระ “พล.ต.ต.ทวีศิลป์” นายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ชวดขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร. ชี้อีก 1 เดือนเข้าสู่การแต่งตั้งประจำปี “ผบ.ตร.”บริหารารชการ ผู้ช่วย ผบ.ตร.มีประสิทธิภาพอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นแต่งตั้งนอกวาระ ถอนการแต่งตั้งออกไป ยันไร้แรงกดดัน ไม่เกี่ยวโยงกับคดีชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ
'พิธีกรดัง' เผยฟางเส้นสุดท้าย ความเชื่อมั่นในตัวนายกฯอนุทิน กำลังจะสิ้นสุดลง
สื่อมวลชนและพิธีกรชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ความรู้สึกเชื่อมั่นใน "นายกฯ อนุทิน" ของฉัน กำลังจะสิ้นสุดลงกับข่าวนี้ จากรายงานข่าว นายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ได้นัดประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)
กสม.เสนอ ก.ตร. มิให้ใช้สภาพความพิการ เป็นเหตุเหมารวมตัดสิทธิเข้ารับราชการ
กสม. เสนอ ก.ตร. แก้ไขหลักเกณฑ์ลักษณะต้องห้ามของการเป็นข้าราชการตำรวจ มิให้ใช้สภาพความพิการเป็นเหตุเหมารวมตัดสิทธิเข้ารับราชการ แนะพิจารณาความสามารถเป็นรายกรณี
อดีตนายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ 'โสภณรัชต์' ขึ้นที่ปรึกษาพิเศษ ติดยศ 'พล.ต.อ.' ก่อนเกษียณ
ก.ตร. ไฟเขียวแต่งตั้งตำรวจนายพลสีกากี วาระเดือนเมษายน 60 ตำแหน่ง ดัน "โสภณรัชต์-สมประสงค์" ขึ้นที่ปรึกษาพิเศษ ติดยศ พล.ต.อ. ก่อนเกษียณ
โปรดเกล้าฯ ให้ถอดยศตำรวจ 3 ราย และเรียกคืนเครื่องราชฯ
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศตำรวจและเรียกคืนเครื่องร
ขยับ 'พล.ต.อ.รุ่งโรจน์' จากบัญชีสำรอง นั่ง ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ แทน 'เอก อังสนานนท์'
จากกรณี พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ พ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีอายุครบ 70 ปี ทั้งนี้ ตามพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2565 มาตรา 29 บัญญัติ ว่า ในกรณีที่ก.ตร.ผู้คุณวุฒิตามมาตรา 22 (4) (ก) หรือ (ข) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้ผู้ซึ่งมีชื่ออยู่ในบัญชีสำรองในประเภทนั้นผู้ที่เลื่อนลำดับขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน

