
12 ม.ค. 2567 – จากกรณี นายวิรุฬห์ ฉันท์ธนนันท์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษได้มีคำสั่งตั้งคณะทำงานอัยการคดีพิเศษขึ้นมาพิจารณาคดีทุจริตในบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2566 โดยมีการตั้งอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นหัวหน้าคณะทำงานร่วมกับ พนักงานอัยการอีก 5 คน ซึ่งสังกัดอัยการสำนักงานอัยการคดีพิเศษ 1 เเละ 4 รวมทั้งสิ้นรวม 6 คน ซึ่งคัดเลือกพนักงานอัยการที่มีความเชี่ยวชาญด้านตลาดหุ้นและการฟอกเงิน
ภายหลังรับสำนวนจากพนักงานสอบสวนพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่มีการกล่าวหา นายชนินทร์ เย็นสุดใจ (อยู่ระหว่างหลบหนี) กับพวกรวม 11 คนในความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์พ.ศ.2535 ฐานตกแต่งบัญชีและงบการเงิน และฐานฉ้อโกงประชาชนฯ เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา
ซึ่งจะมีการนัดฟังคำสั่งครั้งเเรกในวันที่ 12 ม.ค.นี้ ในข่วงเช้าที่สำนักงานอัยการคดีพิเศษ ถนนรัชดาภิเษก
ทั้งนี้มีรายงานว่าขั้นตอนภายหลังรับสำนวนมีการสั่งให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งพนักงานสอบสวนดีเอสไอทำการสอบสวนเพิ่มเติมจากคำสั่งของพนักงานอัยการในส่วนผู้ต้องหาจำนวน 2 ราย คือ นายวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ เเละ นายยสบวร อำมฤต ก็ต้องมาลุ้นกันดูว่าในวันที่ 12 ม.ค.ซึ่งเป็นวันนัดฟังคำสั่งครั้งเเรก ผลการสอบสวนจะกลับมาทันเเละจะมีคำสั่งทางคดีได้ในวันดังกล่าวเลยหรือไม่
ด้านประชาชนผู้เสียหายโดย นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ ที่ปรึกษากฎหมายผู้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหาย “กลุ่มรวมพลังหุ้นกู้สตาร์ค” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้เสียหายหุ้นกู้ทั้งหมดกว่า 4 พันรายมูลค่าความเสียหายกว่า 9 พันล้านบาท กล่าวว่า ทางกลุ่มผู้เสียหายได้ติดตามความคืบหน้าคดีอาญาอย่างใกล้ชิด โดยหวังว่าทางอัยการจะพิจารณาพยานหลักฐานอย่างรอบด้านไม่ให้มีผู้หลุดรอดการพิจารณาของศาล โดยกลุ่มประชาชนก็ได้รวมตัวกันเรียกร้องความเป็นธรรมอย่างต่อเนื่องผ่านกลุ่มไลน์ “รวมพลังสตาร์ค” @ThaiStark (https://lin.ee/LxasUep) และพร้อมสนับสนุนเป็นกำลังใจให้ดีเอสไอและอัยการทำคดีได้อย่างเต็มที่
โดยในวันที่ 12 ม.ค.จะมีตัวเเทนกลุ่มผู้เสียหายบางส่วนซึ่ งส่วนมากเป็นผู้สูงอายุจะเดินทางไปติดตามผลคำสั่งคดีที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก
สำหรับรายชื่อผู้ต้องหาทั้ง 11 ราย ได้แก่ 1.นายวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ 2.นายชินวัฒน์ อัศวโภคี 3.นายศรัทธา จันทรเศรษฐเลิศ 4.นายกิตติศักดิ์ จิตต์ประเสริฐงาม 5.บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น 6.บริษัท เฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล(ไทยแลนด์) จำกัด 7.บริษัท อดิสรสงขลา จำกัด 8.บริษัท ไทยเคเบิ้ล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 9.บริษัท เอเชีย แปซิฟิกดริลลิ่ง เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด 10.นายยสบวร อำมฤต และ 11.นายชนินทร์ เย็นสุดใจ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดีเอสไอ ส่งสำนวนคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล ให้ ป.ป.ช. สอบต่อ
“ดีเอสไอ” ส่งสำนวนคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล Worldcoin โยงธุรกิจสีเทากัมพูชา ให้ ป.ป.ช. สอบต่อ หลังพบนักการเมืองและ จนท.รัฐ มีเอี่ยว
กระทุ้ง กกต. โชว์ฝีมือจับซื้อเสียง แนะ ธปท. เช็กย้อนหลังตั้งแต่ยุบสภา
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ขอบคุณ ผู้ว่าฯแบงก์ชาติ ภายหลังจากนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
ออกหมายจับ 'นักการเมืองเทา' 2 ราย พัวพันสแกมเมอร์-เว็บพนัน เผ่นหนีนอกประเทศแล้ว
รมว.ยุติธรรม เผยคดีนักการเมืองพัวพันสแกมเมอร์-เว็บพนัน ล่าสุดออกหมายจับแล้ว 2 ราย "สจ.เนย์ เเห่งกาฬสินธุ์ และเมีย" ล่าสุดพบหลบหนีออกนอกประเทศเมื่อ 20 ม.ค.69 ส่วนอีก สจ. อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้
อธ.อัยการภาค 4 รายงาน อัยการจังหวัดพลเสียชีวิตในรถ แจ้ง อสส.แล้ว
นายประยุทธ เพชรคุณ อธิบดีอัยการภาค 4 ในฐานะที่ปรึกษาโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยความคืบหน้ากรณีพบอัยการจังหวัดพ
'ทวี' ดีใจรอดคมดาบศาลรัฐธรรมนูญ ลั่นเป็นชัยชนะของหลักนิติธรรม
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ออกแถลงการณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยกคำร้องกรณีข้อกล่าวหาแทรกแซงการทำงานของ DSI ในคดีฮั้วเลือก สว. โดยศาลวินิจฉัยไม่พบพฤติการณ์สั่งการหรือข่มขู่ตามที่ถูกกล่าวหา
'ภูมิธรรม' ขอบคุณศาล รธน. ให้กำลังใจคนตั้งใจทำงาน หลังตัดสินไม่ได้แทรกแซงคดีฮั้ว สว.
นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ว่านายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซงคดีฮั้ว สว.

